xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเหลี่ยม”กลับมาหวังสอย“บิ๊กตู่”!(ตอนแปด) “บิ๊กตู่”ต้องปะฉะดะ“บิ๊กเหลี่ยม”?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


ประชาธิปไตยจอมปลอมของทุนสามานย์ เป็นเรื่องผลประโยชน์ของ“คนกลุ่มหนึ่ง”เท่านั้น!

อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สินสารพัด ทำให้ “นักการเมือง” เลือกตั้งและรัฐประหาร ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน เพื่อจะได้เป็น “ประธานสภาฯ-นายกรัฐมนตรี-ครม.” โดยมักอ้างจะทำเพื่อชาติกับประชาชน แต่ทุกครั้งเมื่อได้อำนาจมาอยู่ในกำมือ ก็กลับ “ทำผิดคำพูด” และทำตัวเป็น“ลิงหลอกเจ้า”เสมอ

โดย “นักการเมืองสามานย์” ที่มีอำนาจ มักโกงชาติ-ไม่ลดความเหลื่อมล้ำ แถมไม่ปฏิรูปชาติ กับไม่ปฏิรูปการเมืองแม้แต่น้อย ฯลฯ

นั่นทำให้ผู้คนในชาติ อดประณาม “นักการเมือง” เลือกตั้งกับรัฐประหาร ซึ่งไม่เคยคิดจะปฏิรูปการเมืองชาติไทย ให้เหมาะสมกับชาติและประชาชน ทั้งเรื่องการมีรัฐธรรมนูญที่ดี มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมให้มากที่สุด เพื่อทำให้ได้ “นักการเมือง” ส่วนใหญ่ ที่ดีมีคุณธรรมเป็นหลัก เข้าไปทำหน้าที่ร่างกฎหมาย-แก้ปัญหาของชาติและประชาชนในสภาฯ ซึ่งจะทำให้ได้ระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่ประชาธิปไตยเลือกตั้งกำมะลอ เฉกเช่นอดีตต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้

ขอย้ำและสรุปอีกครั้งว่า ตราบใดที่การเลือกตั้งยังสกปรก ยังใช้เงินซื้อเสียงและยังโกงได้สารพัด ชาติไทยก็จะยังคงได้ “นักการเมืองเลว” เป็นส่วนใหญ่ ที่ไม่รักชาติ-ไม่รักประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อ “นักการเมืองเลว” ทั้งที่มาจากเลือกตั้งและรัฐประหาร มีอำนาจ ก็มักจะโกงชาติชนิดไม่รู้จักพอจนกลายเป็นสันดานที่ลดละเลิกไม่ได้อีกแล้ว..เฮ้อ..วิบากกรรมของประชาชนไทยจริงๆ!!!
“นักฉีก-นักแก้-นักร่าง-รัฐธรรมนูญ” ที่มักทำตามคำบัญชาของ “ผู้มีอำนาจ” โดยไม่สนใจว่าจะทำให้ชาติไทยมีรัฐธรรมนูญที่ดี ประชาชนจึงควรสนใจและต้องผลักดัน กฎกติกาการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด เพื่อทำให้เงินและการโกงด้อยค่าหรือหมดค่าไปในที่สุด ซึ่งเรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วนั่นคือ

การเลือกตั้ง“สว.”ในปี 2551 ได้เกิดกติกาใช้ “ทั้งจังหวัด” เป็นหนึ่งเขตเลือกตั้ง มิได้ใช้การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเล็กๆ ดังการเลือกตั้ง “ส.ส.”ที่ผ่านมา ทำให้ “นักการเมือง” ที่เป็นเครื่องมือของมหาเศรษฐี ที่เป็น“นายทุนพรรคการเมือง” ไม่สามารถทุ่มเงินซื้อเสียง และโกงการเลือกตั้งได้อย่างกว้างขวางทั้งจังหวัดดังเช่นทุกครา

ผลการเลือกตั้ง สว.กทม.ครั้งนั้น ผู้สมัคร สว.อิสระ “รสนา โตสิตระกูล” ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 743,397 คะแนน อันดับ 2 คือ “นิติพงษ์ ห่อนาค” ผู้สมัคร สว.อิสระ ได้ 221,067 คะแนน และอันดับ 3 คือ “อนุสรณ์ ธรรมใจ” ผู้สมัคร สว.อิสระ ได้ 195,714 คะแนน

ผู้สมัคร สว.อิสระดังกล่าว ไม่ได้ซื้อเสียงเลือกตั้ง แต่อาศัยเพียงผลงานที่ดีที่ทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม พยายามผลักดันยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสังคม ให้อยู่ดีกินดียิ่งขึ้น ทำให้ชาว กทม.เชื่อถือและเชื่อมั่นว่า พวกเขาเหล่านั้นจะไม่เปลี่ยนความคิด และจะสร้างผลงานดีๆ ในอนาคต

ที่สำคัญ ชาว กทม.มั่นใจว่า คนที่เขาลงคะแนนเลือกให้เป็น“สว.”นั้น เงินกับผลประโยชน์จะไม่ทำให้พวกเขาขายตัวอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้“สว.หลายสิบคน”ในยุคนั้น มีผลงานที่โดดเด่นเหนือกว่า “ส.ส.ฝ่ายค้าน” ในการต่อสู้อย่างไม่ลดละกับฝ่ายรัฐบาลเครือข่าย“บิ๊กเหลี่ยม” ที่บ้าอำนาจ-โกงชาติมโหฬาร แถมบังอาจ“ล้มเจ้า”อีกด้วย

การแบ่งเขตเลือกตั้งให้เล็กลงนั้น เป็นสิ่งที่ “นักการเมืองทุนสามานย์”ชื่นชอบ เพราะสนามเลือกตั้งแบ่งเขตเล็กๆเหล่านั้น จะทำให้ประดามหาเศรษฐี“นักธุรกิจการเมือง” ที่ลงทุนด้วยเงินมหาศาล ซื้อ “นักการเมือง” จากนั้นก็ให้เงินนักการเมืองที่เป็น “ผี-โม่แป้ง” ไปซื้อเสียงผู้คน และซื้อ “ผู้เกี่ยวข้อง” ที่ให้คุณให้โทษกับการเลือกตั้งได้ เพื่อหวังจะชนะคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง

เรื่องเช่นที่ว่ามานี้ ได้มีมาก่อนจวบจนกระทั่งในห้วงยุค “รัฐบาลรัฐประหารตู่” ที่สืบทอดอำนาจมาเป็น “รัฐบาลเลือกตั้งตู่” ซึ่งมี “นายกฯคนเดิม” พร่ำพูดประโยคเดิมๆว่า มีภารกิจหลักคือ “ปราบโกง”
ที่สำคัญ..ในห้วงยุค“รัฐบาลรัฐประหารตู่” กระทั่งสืบทอดอำนาจมาเป็น“รัฐบาลเลือกตั้งตู่” ได้แสดงให้เห็นถึงความด้อยทั้งปัญญากับฝีมือ ในการบริหารจัดการ ตัวอย่างเรื่องล่าสุดกับการต้านโรคระบาด“โควิด-19” ที่เกิดขึ้นในไทยและทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้รายได้ทางเศรษฐกิจของประชาชนคนส่วนใหญ่ลดลง จนทำงานหาเช้าไม่พอกินค่ำกันแล้ว

รัฐบาล“บิ๊กตู่”เร่งให้ประชาชนออกมาฉีดวัคซีน แต่ด้วยบกพร่องขาดวิสัยทัศน์ ทำให้ชาติมีวัคซีนหลักเพียงแค่ 2 ตัว ไม่มีวัคซีนหลากหลายและเพียงพอ ที่จะให้“หมอ-พยาบาล”ฉีดให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน

แถมต้นเหตุของการระบาดไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ล้วนเกิดจากการกระทำอันไม่ถูกต้องของกลไกรัฐ อีกทั้งการระบาดครั้งล่าสุด ก็เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของตัว“นายกฯบิ๊กตู่” ที่ให้ประชาชนกระจายกันไปท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ จนทำให้“โควิด-19”ระบาดอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางเชื้อโควิดที่กลายพันธุ์เป็น“สายพันธุ์อินเดีย (เดลต้า)”และ“สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (เบต้า)” อันเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย เพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทำให้จำนวนคนไทยติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” และล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด จนเกิดความอลหม่านไปทั่วประเทศ ถึงขั้นขาด “เตียงคนไข้-ขาดห้องไอซียู-ขาดเครื่องช่วยหายใจ” อีกทั้งหมอและบุคลากรทางการแพทย์ ต้องแบกรับภารกิจหนักอึ้ง ในการดูแลรักษาประชาชนที่ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีที่มาจากการกระทำอันไม่ถูกต้อง ของกลไกรัฐกับนโยบายตัว “นายกฯ บิ๊กตู่”

มีเรื่องที่ประชาชนส่งเสียงถามดังขึ้นเรื่อยๆ คือ “นายกฯ บิ๊กตู่” อยู่ในอำนาจมานาน 7 ปีกว่า แต่ทำไมไม่ได้แก้ต้นเหตุปัญหาชี้เป็นชี้ตายของชาติ ในหลายหลากเรื่องแม้แต่น้อย

“คำถาม” ได้กลบ “เสียงเชียร์” เมื่อครั้งชนะใจผู้คนในยุคเริ่มต้นทำรัฐประหาร และที่ “บิ๊กตู่” สืบทอดอำนาจได้อีกครา ก็เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังกลัว “บิ๊กเหลี่ยม” จะหวนกลับมามีอำนาจ หาใช่เพราะ “นายกฯ รัฐประหารบิ๊กตู่” มีผลงานน่าประทับใจ.. อย่าเข้าใจผิด!

การที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” ทำผลงานได้แค่ แก้ปัญหาทั่วไปให้ชาติกับประชาชน ตามระบบ “รัฐราชการ” โดยรัฐบาล “นายกฯ บิ๊กตู่” มีผลงานในห้วงใช้อำนาจรัฐบาลเผด็จการ ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เพียงแค่ได้ทุ่มเงินของรัฐอย่างมากมายมหาศาล เน้นหนักไปทางด้าน “พัฒนาการคมนาคม” โครงข่ายระบบรางให้กับชาติบ้านเมืองนั่นเอง

ทว่า..การคมนาคมระบบรางของชาติไทยนั้น ส่วนใหญ่ราคาการให้บริการผู้โดยสาร มักสูงมากจนผู้มีรายได้น้อยกับคนจน ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของชาติ แทบจะใช้บริการไม่ได้

แต่การ “พัฒนาผู้คนและธุรกิจทางการเกษตร และเอสเอ็มอี” นั้น เป็นการใช้เงินรัฐ เพื่อยกระดับรายได้ของคนส่วนใหญ่โดยตรง ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติกับประชาชน..

การคมนาคมระบบรางและถนนหนทาง จึงควรแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญว่า เส้นทางใดจำเป็นเร่งด่วนต้องทำทันที เส้นทางใดรอได้ เพื่อ“ เจียดเงินรัฐ” มาใช้พัฒนาคุณภาพของ“คนกับธุรกิจ”ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งผลงาน “นายกฯ บิ๊กตู่” ดูจะละเลย ต่อการแก้ไขปัญหาให้กับคนส่วนใหญ่ จนเกินควรจริงไหมล่ะท่านนายกฯ?

ตลอดห้วงเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล“นายกฯ บิ๊กตู่” มิได้เพิ่มคุณภาพชีวิตคนส่วนใหญ่ให้ดีขึ้นเลย

“นายกฯ บิ๊กตู่” กลับทุ่มเงินของรัฐ ไปลงทุนมากเกินควร จนกลายเป็นเรื่องการจัดลำดับ ความสำคัญก่อนหลังของ“การใช้เงิน” ของ“แผ่นดินอย่างไม่คุ้มค่า”

ผลงาน“นายกฯ บิ๊กตู่” จึงยังไม่เข้าตาประชาชนคนส่วนใหญ่เท่าที่ควร! แม้ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการโกงชาติกับล้มเจ้าของ “บิ๊กเหลี่ยม” แต่ก็ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ลืมผลงานในอดีตของ“บิ๊กเหลี่ยม”จนทุกวันนี้(ว่ะ)..

เฮ้อ..นายกฯ“บิ๊กตู่”วันนี้ ยังต้อง“ปะฉะดะ” แย่งชิงอำนาจรัฐในวันหน้ากับอดีตนายกฯ“บิ๊กเหลี่ยม”..ส่วนใครจะแพ้ใครจะชนะ..ต้องตามไปดู(ว่ะ)..