ผู้จัดการรายวัน360-ศปปส.ร้องอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ถอนประกัน “เพนกวิน-ไผ่-สมยศ” หลังพบเคลื่อนไหวส่อละเมิดเงื่อนไข “เสกสกล-อภิวัฒน์” แจ้งความ “โสภณ” ผิดม.112 พ.ร.บ.คอมพ์ฯ แม้จะลบโพสต์ไปแล้ว แต่ถือความผิดสำเร็จ ด้าน “พอร์ท ไฟเย็น” ปฏิเสธโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นสถาบัน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 28 มิ.ย. ส่วน “ไบรท์-ฟอร์ด” ศาลสั่งปรับ 500 บาท คุก 15 วัน ปมถ่ายภาพในห้องเวรชี้ ให้รอลงอาญา 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (31 พ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มมวลชนศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งการให้ประกันตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน , นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หรือสมยศ แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยคดีร่วมกันดูหมิ่นสถาบัน โดยมีผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เป็นผู้รับหนังสือ
ตัวแทนกลุ่ม ศปปส. กล่าวว่า เคยยื่นหนังสือที่สำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว วันนี้เป็นการยื่นข้อมูลประกอบให้ศาลพิจารณา หวังว่าข้อมูลของกลุ่ม ศปปส. จะเป็นประโยชน์ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ต่างๆ ที่แกนนำกลุ่มราษฎรได้กระทำหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยยืนยันว่า ที่ทำไปทั้งหมด เป็นการทำตามกฎหมาย ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายแต่อย่างใด ใครที่เคยให้สัญญากับศาลไว้ ไม่ว่าจะเป็นตัวแกนนำ หรือเป็นผู้ค้ำประกัน ก็จะต้องมารับทราบสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไป
ที่สน.นางเลิ้ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกล่าวโทษ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก เข้าข่ายผิด ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมี พ.ต.ท.อธิชย์ ตอนนันชัย พนักงานสอบสวน (สบ.3) เป็นผู้รับคดีดังกล่าว
นายอภิวัฒน์กล่าวว่า การโพสต์ข้อความในลักษณะดูหมิ่น เข้าข่าย ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้เจ้าตัวจะระบุว่าไม่มีเจตนาจะจาบจ้วงหรือก้าวล่วงสถาบัน และได้ลบโพสต์ออกไปแล้ว แต่ถือว่าการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว ก็ต้องดำเนินคดี
นายเสกสกลกล่าวว่า ดร.โสภณ ใช้วิธีพูดเบียงเบนข้อมูลให้ร้ายรัฐบาลอย่างมีอคติ โดยที่ผ่านมา ไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่ครั้งนี้มีการจาบจ้วงถึงสถาบัน ในฐานะที่เป็นคนไทย ต้องปกป้องสถาบัน และยอมไม่ได้ที่ ดร.โสภณมาทำพฤติกรรมเช่นนี้ และยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการใช้กฎหมายปิดปากประชาชน ไม่ใช้กฎหมายรังแกใคร แต่ต้องทำเพื่อปกป้องสถาบัน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดี อ.1245/2564 พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปริญญา ชีวินปฐมกุล หรือพอร์ท ไฟเย็น แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม ป.อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (3) (5) ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โดยนายปริญญา ได้เดินทางมาศาล และเมื่อถึงเวลาสอบคำให้การ ศาลได้สอบถาม และอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทราบว่าจะให้การอย่างไร โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และข้อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยในวันที่ 28 มิ.ย.2564 เวลา 09.00 น.
วันเดียวกันนี้ ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.1/2564 ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ,นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด กรณีใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพในห้องเวรชี้ โดยนายชินวัตร และนายอนุรักษ์ ให้การสารภาพ และยอมรับได้ทำการละเมิดอำนาจศาลจริง พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 15 วัน และปรับเงิน 500 บาท ในส่วนของโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ทั้งสองจึงจ่ายเพียงค่าปรับ 500 บาท และสามารถเดินทางกลับบ้านได้ ส่วนกรณีนายอรรถพล อยู่ในระหว่างการกักตัวเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 ยังไม่ครบกำหนด 14 วัน ศาลจึงจำหน่ายคดีออกไปก่อนรอให้ครบกำหนดถึงมีการนัดหมายอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (31 พ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มมวลชนศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งการให้ประกันตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน , นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หรือสมยศ แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยคดีร่วมกันดูหมิ่นสถาบัน โดยมีผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เป็นผู้รับหนังสือ
ตัวแทนกลุ่ม ศปปส. กล่าวว่า เคยยื่นหนังสือที่สำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว วันนี้เป็นการยื่นข้อมูลประกอบให้ศาลพิจารณา หวังว่าข้อมูลของกลุ่ม ศปปส. จะเป็นประโยชน์ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ต่างๆ ที่แกนนำกลุ่มราษฎรได้กระทำหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยยืนยันว่า ที่ทำไปทั้งหมด เป็นการทำตามกฎหมาย ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายแต่อย่างใด ใครที่เคยให้สัญญากับศาลไว้ ไม่ว่าจะเป็นตัวแกนนำ หรือเป็นผู้ค้ำประกัน ก็จะต้องมารับทราบสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไป
ที่สน.นางเลิ้ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกล่าวโทษ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก เข้าข่ายผิด ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมี พ.ต.ท.อธิชย์ ตอนนันชัย พนักงานสอบสวน (สบ.3) เป็นผู้รับคดีดังกล่าว
นายอภิวัฒน์กล่าวว่า การโพสต์ข้อความในลักษณะดูหมิ่น เข้าข่าย ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้เจ้าตัวจะระบุว่าไม่มีเจตนาจะจาบจ้วงหรือก้าวล่วงสถาบัน และได้ลบโพสต์ออกไปแล้ว แต่ถือว่าการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว ก็ต้องดำเนินคดี
นายเสกสกลกล่าวว่า ดร.โสภณ ใช้วิธีพูดเบียงเบนข้อมูลให้ร้ายรัฐบาลอย่างมีอคติ โดยที่ผ่านมา ไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่ครั้งนี้มีการจาบจ้วงถึงสถาบัน ในฐานะที่เป็นคนไทย ต้องปกป้องสถาบัน และยอมไม่ได้ที่ ดร.โสภณมาทำพฤติกรรมเช่นนี้ และยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการใช้กฎหมายปิดปากประชาชน ไม่ใช้กฎหมายรังแกใคร แต่ต้องทำเพื่อปกป้องสถาบัน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดี อ.1245/2564 พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปริญญา ชีวินปฐมกุล หรือพอร์ท ไฟเย็น แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม ป.อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (3) (5) ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โดยนายปริญญา ได้เดินทางมาศาล และเมื่อถึงเวลาสอบคำให้การ ศาลได้สอบถาม และอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทราบว่าจะให้การอย่างไร โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และข้อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยในวันที่ 28 มิ.ย.2564 เวลา 09.00 น.
วันเดียวกันนี้ ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.1/2564 ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ,นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด กรณีใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพในห้องเวรชี้ โดยนายชินวัตร และนายอนุรักษ์ ให้การสารภาพ และยอมรับได้ทำการละเมิดอำนาจศาลจริง พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 15 วัน และปรับเงิน 500 บาท ในส่วนของโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ทั้งสองจึงจ่ายเพียงค่าปรับ 500 บาท และสามารถเดินทางกลับบ้านได้ ส่วนกรณีนายอรรถพล อยู่ในระหว่างการกักตัวเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 ยังไม่ครบกำหนด 14 วัน ศาลจึงจำหน่ายคดีออกไปก่อนรอให้ครบกำหนดถึงมีการนัดหมายอีกครั้ง


