xs
xsm
sm
md
lg

กทม.เปิดจองฉีดวัคซีน25จุด อนุทินร่างสัญญาซื้อ”ไฟเซอร์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- กทม. เปิดระบบจองฉีดวัคซีนโควิด ผ่านเว็บ www.ไทยร่วมใจ.com แอปฯ“เป๋าตัง”และร้านสะดวกซื้อ ลงทะเบียนได้ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 27 พ.ค.นี้ เริ่มฉีด 7 มิ.ย. พร้อมเปิดสายด่วน 1516 ตอบทุกข้อสงสัย "อนุทิน" ยัน มิ.ย. "แอสตร้าฯ" ส่งมอบวัคซีน ได้ฉีดแน่ แย้มกำลังร่างสัญญาจัดซื้อ"ไฟเซอร์" ด้าน "ซีพี" แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาล และไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น บริษัทซิโนแวคโดยตรง ศบค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3,226 ราย เสียชีวิต 26 คน อาการหนัก 1,187 ราย ‘มายด์ ภัสราวลี’ติดโควิด ขณะที่ในเรือนจำยังพุ่ง เจออีก 1,429 คน แรงงาน ปูพรมตรวจโควิดเชิงรุกแคมป์ก่อสร้างสัปดาห์หน้า

วานนี้ (25 พ.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย แถลงข่าวเปิดตัว ระบบลงทะเบียนฉีดวัคชีนโควิด-19 "ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย" ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อได้รับการฉีดวัคซีนนอกรพ.ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยความร่วมมือ ระหว่างกทม. และภาคีเครือข่าย อาทิ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ฉีดวัคซีนฯ ผ่านร้านสะดวกซื้อ ประกอบด้วย กลุ่มเซ็นทรัล กรุ๊ป ร่วมให้บริการรับลงทะเบียน ณ ร้านแฟมิลี่มาร์ทและท็อปส์เดลี่ บริษัท บิ๊กชี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ณ ร้านมินิบิ๊กซี บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมให้บริการ ณ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ยังมีค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ True , Dtac และ AIS ผนึกกำลังเป็น Call Center : โทร.1516 รวม 450 คู่สาย ระหว่างเวลา 08.00 - 20.00 น. ของทุกวัน

โดยเปิดให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อายุตั้งแต่ 18-59 ปี ซึ่งไม่ได้เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ลงทะเบียนจองวัคซีนผ่าน เว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.com การจองสิทธิ์เริ่มวันที่ 27 พ.ค.64 เวลา 12.00 น. และเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.64 แยกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐ โดยมีแอปฯ“เป๋าตัง”จะมีข้อมูลส่วนตัวอยู่ในระบบแล้วจึงไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ แจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีน และรอรับ SMSยืนยันได้รับการจัดสรรวัคซีน แต่หากลบแอปฯ เป๋าตังไปแล้ว ให้ดำเนินการนัดหมาย ผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com

กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ "ไม่เคย" เข้าร่วมโครงการภาครัฐ ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.com และรอรับ SMS แจ้งผลการจัดสรรวัคซีน และนัดหมายวัน เวลา สถานที่ฉีดวัคซีน ผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com หรือ แอปฯ เป๋าตัง ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้

กลุ่มที่ 3 กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ให้บุคคลในครอบครัวลงทะเบียนแทนได้ ผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ลงทะเบียนแทน โดยระบบจะส่ง SMSแจ้งเตือนตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน หรือ สามารถลงทะเบียนที่ร้านค้าสะดวกซื้อ ณ ร้าน 7-eleven,Family Mart,Tops Dailyและ mini Big C ช่วงเวลา 08.30 –18.00 น.

หน่วยบริการนอกรพ.มีให้เลือก 25 จุด ดังนี้ 1. ม.หอการค้าไทย 2.เดอะสตรีท รัชดา 3.เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว 4. SCG สำนักงานใหญ่บางซื่อ 5.ธนาคารไทยพาณิซย์ สำนักงานใหญ่ 6.ม.ศรีปทุม (ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยบริหารธุรกิจ) 7.เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 8.ไทยพีบีเอส 9. สามย่านมิตรทาวน์ 10. เอเชียทีค 11.ทรูดิจิทัลปาร์ค 12.ธัญญาพาร์ค 13.เซ็นทรัลเวิลด์ 14.สยามพารากอน 15.โลตัส พระราม 4 16.เดอะเอ็มโพเรียม 17.เดอะมอลล์ บางกะปี 18.โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง 19.โลตัส มีนบุรี 20. บิ๊กซี ร่มเกล้า 21.ไอคอนสยาม 22.เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า 23.เดอะมอลล์ บางแค 24.บิ๊กซีบางบอน และ 25.PTT Station พระราม 2 ขาออก (กม.12)

"อนุทิน" แย้มกำลังร่างสัญญาจัดซื้อ"ไฟเซอร์"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนได้ร่วมหารือกับตัวแทน บริษัท แอสตราเซเนกา เพื่อติดตามการส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกา ให้ทันกำหนดเดือน มิ.ย.นี้ พร้อมให้ตัวแทนบริษัท ออกมาชี้แจง ทั้งนี้เชื่อมั่นจะมีการส่งวัคซีน แอสตราฯ ที่ผลิตในไทยทันตามกำหนด และฉีดในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ได้แน่ เนื่องจากผลิตในไทย ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว จึงใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 4 วัน

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ อยู่ระหว่างร่างสัญญาจัดซื้อ เพื่อให้โปร่งใส คาดใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งหลังการลงนาม จะทำให้ทราบว่าจะมีการจัดส่งให้ได้จำนวนเท่าใดในแต่ละเดือน โดยจะอย่ในช่วงนี้ไปจนถึงครึ่งปี จำนวน 20 ล้านโดส ขณะวัคซีน ซิโนฟาร์ม อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียน อย.ซึ่งจะหารือในวันที่ 28 พ.ค.นี้

แอสตร้าเซนเนก้า ยันส่งวัคซีนล็อตแรกมิ.ย.นี้

ด้านบริษัท แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การผลิตวัคซีนป้องกันโควิดในประเทศไทยมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ยืนยันพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ให้แก่รัฐบาลไทยตามกำหนดภายในเดือนมิ.ย. ขณะนี้ทั้ง 2 บริษัทกำลังเร่งผลิตวัคซีนและจะทยอยส่งมอบให้กับรัฐบาลไทย เพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนต่อไป

ซีพีแจงไม่มีเอี่ยวซื้อวัคซีนจีน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ออกเอกสารข่าว ชี้แจงระบุว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยระบุว่าเนื่องจากปัจจุบันปรากฏข่าวสารสับสนเกี่ยวกับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac)ทางโลกออนไลน์ โดยระบุว่า (1) ซีพี ถือหุ้นซิโนแวค 15% และ (2) ซีพี อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาลนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขอแจ้งให้ทราบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดโดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้

การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค เป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G)เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ซีพี ทั้งทางตรง และทางอ้อม

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทซิโนแวค 15% ตามที่เป็นข่าว โดยข้อเท็จจริงคือ

ผู้ลงทุนคือ Sino Biopharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของจีน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยใน บริษัท Sino Biopharmaceuticalนี้เท่านั้น

ผู้ขายหุ้น คือ Sinovac Life Sciences เป็นบริษัทลูกของบริษัท ซิโนแวค ต้องการระดมทุนเพื่อต้องการขยายกำลังการผลิตวัคซีนซิโนแวค

ข้อเท็จจริง Sino Biopharmaceuticalเข้าไปถือหุ้นใน Sinovac Life Sciences จำนวน 515 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 15.03% ถือเป็นการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเอง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหุ้นใดๆ และไม่ได้มีสิทธิการเป็นเจ้าของ ในบริษัท Sinovac Life Sciencesใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยใน Sino Biopharmaceutical ที่เข้าไปลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ไม่มีสิทธิในการบริหารและแทรกแซงการตัดสินใจใดๆ ใน Sinovac และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovacของรัฐบาล เข้ามาในประเทศไทยอย่างที่เกิดการบิดเบือนในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด

ทั้งนี้หากพบว่ายังมีการเจตนานำข้อมูลไปบิดเบือน และสร้างความเสียหาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3,226 ราย เสียชีวิต 26 คน

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,226 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,344 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 882 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 135,439 ราย ผู้ป่วยอาการหนัก 1,187 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 399 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 26 ราย รวมเสียชีวิต 836 คน

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 26 ราย อยู่ในกทม. 15 ราย ปทุมธานี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย นนทบุรี เพชรบุรี ชลบุรี อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ นครสวรรค์ กาฬสินธุ์ จังหวัดละ 1 ราย

พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดมากสุดคือ คือ 1. กรุงเทพฯ 872 ราย 2. นนทบุรี 590 ราย 3. เพชรบุรี 227 ราย 4. สมุทรปราการ 126 ราย 5. ปทุมธานี 66 ราย โดยมี 4 จังหวัด ที่พบผู้ป่วยเพิ่มต่อเนื่อง คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี เพชรบุรี และสมุทรปราการ โดยผู้ติดเชื้อใน จ.นนทบุรี เป็นการคัดกรองเชิงรุกในแคมป์คนงานก่อสร้าง หลังจากนี้จะมีการระดมตรวจแคมป์คนงานเชิงรุกในกทม. ทั้ง 409 แคมป์ในทุกเขต จำนวน 62,000 คน

ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 และสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากยังมีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต่อไป

ครม. ยังได้อนุมัติกรอบวงเงิน 311,650,300 บาท ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19 แบบ RT PCR จำนวน 100,000 ชุดเป็นเงิน 80 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 2 แห่งเป็นเงิน 51,967,200 บาท ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 10 แห่ง เป็นเงิน 92,680,000 บาท ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 65 แห่ง เป็นเงิน 49,835,500 บาท และค่าวัสดุ อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน เป็นเงิน 37,167,600 บาท

"มายด์ ภัสราวลี" ติดโควิด

เฟซบุ๊ก “ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล”หรือมายด์ แกนนำม็อบราษฎร โพสต์ข้อความระบุว่า ตนเองติดเชื้อโควิด หลังการตรวจเชื้อรอบที่ 2 พร้อมเปิดไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันพบเชื้อ ดังนี้…

7พ.ค. ได้รับความเสี่ยงแต่ยังไม่ทราบ , 8พ.ค. อยู่ที่พัก, 9 พ.ค. อยู่ที่พัก,10 พ.ค. ไปปราศรัยที่สกายวอล์ก, 11พ.ค. อยู่ที่พัก (ทราบว่าเพื่อนติดโควิดตอนค่ำ), 12พ.ค.กักตัวอยู่ที่พัก ,13 พ.ค.ไปตรวจโควิดรอบแรก ผลเป็นลบ - ไปตามนัดอัยการที่อัยการกรุงเทพใต้ โดยแจ้งให้อัยการทราบแล้วว่ามีความเสี่ยงและต้องกักตัว 14 พ.ค.กักตัวอยู่ที่พัก ครบ14วัน , 22พ.ค.ไปตรวจโควิด รอบ 2 , 23 พ.ค.กักตัวอยู่ที่พัก, 24 พ.ค. กักตัวอยู่ที่พัก ทราบผลตรวจรอบ 2 ผลเป็นบวก 25 พ.ค. เข้ารับการรักษา

ดร.อาทิตย์ ไล่'บิ๊กตู่'บริหารวัคซีนล้มเหลว

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุ ความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการบริหารวัคซีนโควิด

รพ. ธรรมศาสตร์ บอกถูกเท ให้เตรียมพร้อมฉีดวัคซีนแต่บริหารกันอย่างไร วัคซีนไม่มา โดยเฉพาะวัคซีนแอสตราเซนเก้า ที่จะฉีดให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป นัดฉีดเข็มแรก หรือฉีดเข็มสอง ต้องเลื่อนไปก่อน

มันต้องพูดความจริงกับประชาชนว่ายังไม่มีวัคซีน ที่เคยพูดไปมันไม่เป็นไปตามนั้น และที่บอกต้องเลื่อนฉีดวัคซีนเข็มที่สอง จาก 10 สัปดาห์เป็น 16 สัปดาห์ เพราะจะได้ผลดีกว่า...พูดแบบนี้เขาเรียก“ขายผ้าเอาหน้ารอด”ปลิ้นปล้อนหลอกกันไปวันๆ

ควรพูดความจริงไปเลยว่า ที่ผ่านมาบริหารการนำเข้าวัคซีนผิดพลาด ไม่ได้สั่งไว้ก่อน เพิ่งจะมาสั่งเขา เลยไม่มีของให้ เพราะเขาต้องส่งให้ประเทศอื่นที่สั่งจองไว้ก่อน

ประธาน ศบค. คือประยุทธ์ รวบอำนาจการบริหารจากกฎหมายทุกฉบับมาไว้ในมือทั้งหมด หนีความรับผิดชอบไม่ได้ น่าจะพิจารณาตัวเองลาออกไปได้แล้ว เปิดทางให้คนอื่นที่มีฝีมือมาบริหารแทน เพราะเรื่องนี้มันเป็นความเป็นความตายของประชาชน และความอยู่รอดของเศรษฐกิจบ้านเมือง

ไม่ใช่เมื่อวานมานั่งฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เข็มที่สอง ทั้งๆ ที่ประชาชนคนอื่นที่นัดหมายไว้แล้ว ไปเลื่อนเขา แล้วอ้างว่าเลื่อนไปเพราะจะได้ผลดีกว่า แต่ตัวประยุทธ์ ไม่เลื่อนฉีด ตรรกะแบบนี้มันไม่น่าหลอกคนไทยได้

คุกอ่วม!โควิดลามหนักเจอติดอีก 1,429 คน

นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำและทัณฑสถาน 13 แห่ง มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 1,429 ราย โดยรักษาหายแล้ว 881 ราย และเสียชีวิต 1 ราย มีผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการดูแลของกรมราชทัณฑ์ทั้งสิ้น 15,914 ราย โดยยอดผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่นี้ เรือนจำจ.นนทบุรี 1,052 คน เรือนจำพิเศษธนบุรี 339 คน ทัณฑสถานพิเศษกลาง 13 คน ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 คน เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา 24 คน

สำหรับผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย วัย 52 ปี ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ พบการติดเชื้อเมื่อวันที่ 8 พ.ค.64 และได้ทำการรักษาโดยส่งต่อไปยัง รพ.นครพิงค์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. มีโรคประจำตัว โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะไตวาย ภาวะไขมันสูงในเส้นเลือด

แม่บ้านรัฐสภาติดเชื้อโควิด

รายงานข่าวจากสำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภา แจ้งให้ข้าราชการ พนักงานและบุคคลที่เข้ารับการฉีดวัคซีน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.64 ช่วงเวลา 10.00 น. รายงานตัวต่อสำนักบริการทางการแพทย์ ด่วน เนื่องจากในวันและช่วงเวลาดังกล่าวนั้น พบแม่บ้านของสภาฯ ซึ่งเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 มีผลการตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวก คือ ติดเชื้อ และตามไทม์ไลน์พบว่าเป็นผู้ที่ได้บัตรคิวลำดับที่ 150 เข้าวัดความดันและรับบัตรนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่องที่ 3-4

‘แรงงาน-กทม.’ดีเดย์สัปดาห์หน้า ปูพรมตรวจโควิดเชิงรุก‘แคมป์ก่อสร้าง’

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องแผนการตรวจโควิด-19 ในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยนายสุชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจำนวนแรงงานในแคมป์คนงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 129,542 คน จากแคมป์ 841 แห่ง ซึ่งเป็นคนไทย จำนวน 53,550 คน ต่างด้าว จำนวน 75,992 คน โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย กลุ่มเร่งด่วนที่สุด ที่พบการระบาดกลุ่มก้อนใหม่ (Cluster) และและเป็นกลุ่มที่มี Cluster เฝ้าระวัง ตาม ศบค.กำหนด ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 ดังนี้

กลุ่มที่ 1 เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง เขตหนองจอก รวมจำนวน 8,805 คน จำนวน 83 แห่ง

กลุ่มที่ 2 เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง เขตปทุมวัน เขตบางพลัด เขตบางคอแหลม รวมจำนวน 23,326 คน จำนวน 97 แห่ง

กลุ่มเร่งด่วน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเขตเหนือ กรุงเทพมหานครกลาง กรุงเทพมหานครเขตใต้ กรุงเทพมหานครเขตตะวันออก กรุงเทพมหานครเขตธนบุรีเหนือ กรุงเทพมหานครเขตธนบุรีใต้ รวมจำนวน 97,411 คน จำนวน 661 แห่ง

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงาน จะมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดมาตรการและรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจเชิงรุกรวมทั้งกำหนดจุดตรวจในแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการตรวจได้ภายในสัปดาห์หน้า


กำลังโหลดความคิดเห็น