xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ชนะ ก็ ‘หายนะ’ กับ ‘มรณะ’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์



สภาวะการระบาดของโควิด-19 ในบ้านเรายังน่ากังวลทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต สะท้อนให้เห็นความร้ายกาจของโรคระบาดรอบที่ 3 มาจากสายพันธุ์ทองหล่อ ผสมกับสายพันธุ์คอร์รัปชันซ้ำซาก ทำให้ยากต่อการควบคุมจัดการ เพราะระบบราชการ

ยิ่งผู้นำรวบอำนาจในระบบซิงเกิลคอมมานด์ด้วยแล้ว ชาวบ้านยิ่งสงสัยว่าลำพังคนเดียวซึ่งมีพฤติกรรมไม่ฟังใครอยู่แล้วนั้น จะจัดการวิกฤตครั้งนี้อย่างไร เพราะจะว่าไปแล้วล้วนเป็นผลงานของระบอบ 3 ลุงซึ่งมีความโหล่ยโท่ยเป็นทุนเดิม

ทำเอะอะมะเทิ่งยิ่งให้เห็นความล่าช้าในการจัดการปัญหา 1-2 ก้าวเสมอเพราะเงื่อนงำในพฤติกรรมต่างๆ ทั้งการติดต่อหาวัคซีน การกั๊กเรื่อง กั๊กยาฟาวิพิราเวียร์ โดยหน่วยงานต่างๆ ภายใต้ซิงเกิลคอมมานด์ อนุมัติล่าช้า มีขั้นตอนสารพัด

ยิ่งระบอบ 3 ลุงให้ใช้รูปแบบเจ้าขุนมูลนาย ราชการเป็นหลัก ก็ยิ่งทำให้ปัญหาไม่ถูกแก้ไขโดยฉับไว แม้แต่องค์กรภาคธุรกิจเอกชนซึ่งอยากมีส่วนร่วมเต็มที่ ต้องถอดใจเมื่อเห็นลีลาท่วงท่ามาดเยอะ เรื่องเยอะ กั๊กเยอะของระบบซิลเกิลคอมมานด์

จากแรกเริ่ม ภาคเอกชนอยากช่วยเหลือในการจัดหาวัคซีน ไปเจออีท่าไหนก็ไม่รู้ ต้องถอดใจ ไม่อยากร่วมทำอะไร ภายหลังมีคนแอบไปสืบว่าที่ทั่นรวบอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับนั้น วัตถุประสงค์หลักคือต้องการคุมอำนาจเรื่องการจัดหาวัคซีน

เดิมอำนาจนี้เป็นของรัฐมนตรีสาธารณสุข แต่หลังจากมีข่าวเรื่องการไล่งับน่องกัน ทำให้เกิดความหมางเมิน รัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรเหลือ ท่านผู้นำกินรวบหมด ยิ่งทำให้เห็นว่าการจัดหาซื้อวัคซีนเริ่มมีความน่าสงสัยว่ามีใครได้ผลประโยชน์หรือไม่

ก่อนหน้านี้มีความอิดออดในการหาวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ เป็นทางเลือก แต่ระบบกั๊กผสมกับยึกยัก จ้องแต่จะใช้ 2 ยี่ห้อซึ่งมีบางรายในประเทศเกี่ยวโยง ก็ตอกย้ำให้เห็นความอยากจะสงวนตลาดและความต้องการไว้ให้ผู้ผลิตและจัดหาในประเทศ

นี่คือเงื่อนงำกำกวม ไม่โปร่งใส ดูแล้วไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต!

ชาวบ้านขี้สงสัยบางพวกเริ่มถากถางค่อนแคะว่าจะเป็นซิงเกิลคอมมิสชั่นหรือไง เพราะการรวมศูนย์เสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาด นำไปสู่ความสูญเปล่า สูญเสีย

แต่ละวันคุยแต่คำว่า “เยียวยา” อ้างว่ามีเงิน 3.8 แสนล้านบาทสำหรับงานรับมือของการระบาดรอบ 3 แต่ชาวบ้านถ่างตา ถ่างหู รอฟังว่าจะให้เงินช่วยภาคการแพทย์ สาธารณสุขเท่าไหร่ ก็มีแต่ความเงียบเหมือนเป่าสาก เม็ดเงินไม่มี

มีแต่ตัวเลขหรือไม่ เพราะจากงบ 1 ล้านล้านบาทไปกู้มา ได้เจียดงบให้ภาคการแพทย์ 4.5 หมื่นล้านบาท แต่ยังตกค้างเบิกจ่ายไม่ได้อีกมากมาย ทำให้ขาดแคลนอุปกรณ์เวชภัณฑ์ที่จำเป็น โรงพยาบาลต้องออกปากขอรับบริจาคอีกแล้ว

เป็นความขายหน้า ประจานความล้มเหลวของระบอบ 3 ลุงโดยแท้!

ถ้ามีเงินในงบตามคำอ้างจริง มีเหตุอันใดที่ต้องกั๊กไว้ ไม่ยอมจ่าย มีชาวบ้านตั้งข้อสงสัยดังๆ ซ้ำซาก แต่ก็ยังเงียบเหมือนพวกบื้อใบ้นั่งเป่าสาก ดูยากเย็นมาก

การขาดแคลนชุดพีพีอี วัคซีน จนกระทั่งขาดแคลนเตียงสนามและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ การกั๊กอำนาจ ไม่ยอมให้นำเข้าเสรีชุดตรวจโควิด-19 ราคาไม่กี่ร้อยบาท ชาวบ้านต้องไปพึ่งพาแหล่งตรวจต่างๆ เพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น

อ้างเหตุผลสารพัด ทำนองว่ากลัวชาวบ้านใช้ไม่เป็น นั่นนี่โน่น เหมือนตรรกกระบวยที่เคยอ้างก่อนหน้านี้ว่าถ้าน้ำมันราคาถูกแล้วประชาชนไม่ยอมประหยัด

ตรรกกระบวยอีกเรื่องคืออยากให้คนมีเงินฝาก เอาเงินมาใช้จ่ายกระตุ้นจีดีพี โดยไม่สำนึกว่าการที่คนมีเงินแล้วไม่ใช้นั้น เป็นเพราะเขาไม่ไว้ใจผู้บริหารระบอบ 3 ลุงว่าจะนำพาบ้านเมืองไปสู่หายนะอย่างไรหรือไม่ ต้องเตรียมระวังไม่ให้พลาดพลั้ง

ผู้บริหารบ้านเมืองไร้ฝีมือ ความรู้ ความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์ จิตสำนึกดีงามแล้ว จะให้ชาวบ้านไว้ใจได้อย่างไร ไม่คำนึงว่าทุกวันนี้มีทั้งวิกฤตศรัทธา ความเชื่อมั่น

การบริหารจัดการ เยียวยาสารพัด หมดเงินไปหลายแสนล้านบาท ผลที่ได้กลับไม่คุ้มค่า ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำผ่านโครงการประชานิยม “ไทยชนะ” “เราชนะ” “หมอชนะ” อะไรชนะสารพัด แต่ชาวบ้านมองว่าที่จะมาคือ “หายนะ” กับ “มรณะ”

การบริหารอะไรก็ตาม ยิ่งถ้ามีผู้ใหญ่ผู้โตอิจฉาตาร้อน กลัวคนอื่นจะได้หน้า ได้เสียงชื่นชม ย่อมเกิดปัญหา ผลสุดท้าย นำไปสู่การหาแพะ เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น กรณีการไล่งับน่องกันไม่กี่วันก่อน ตามมาด้วยเสียงคำรามให้ ครม.ฟัง ยิ่งชัด

ระบบอิจฉาตาร้อน นำไปสู่ความล้มเหลวในการบริหารงาน แก้วิกฤตไม่ได้ง่าย การแก่งแย่งโอกาสและผลประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านมีแต่รับเคราะห์จากความโหล่ยโท่ยของผู้นำที่มีแต่ข้อบกพร่อง ไม่ยอมรับผิดชอบ โทษนั่นนี่โน่นไปตามเรื่อง

ย้ำอีกครั้ง การรวบอำนาจให้ได้มาซึ่งอำนาจสูงสุดในการสั่งการรอบใหม่ สะท้อนให้เห็นความหลงอำนาจ ใช้อำนาจไม่เป็น ทั้งๆ ที่มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอำนาจสารพัด แต่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ที่ผ่านมาไม่มีใครเอ่ยปากขอโทษสักแอะ

อำนาจหน้าที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ และเป็นระบบที่ไม่เหมาะสมกับใครก็ตามที่ใช้วาทกรรมปัดสวะให้พ้นตัวว่า “ผมทำอะไรผิด ทำไมผมต้องออก”

นี่เป็นสภาวะที่สะท้อนให้เห็นว่า คนเราถ้าไม่อายซะอย่าง ทำอะไรก็ได้!

หลังจากรวบอำนาจรอบใหม่ ก็ยังไม่บอกว่าถ้าล้มเหลวจะรับผิดชอบอย่างไร ชาวบ้านกลัวการไม่ยอมเหนื่อยและหยุดรักชาติของคณะ 3 ลุง ว่านอกจากจะทำให้โครงการ “ชนะ” ต่างๆ ไม่ชนะแล้ว อะไรที่จะตามมาแน่ๆ คือ “หายนะ” กับ “มรณะ”


กำลังโหลดความคิดเห็น...