ผู้จัดการรายวัน360-“บิ๊กตู่”เร่งสปีดหาวัคซีนต้านโควิด-19 ลั่นใช้ทุกวิธีหาให้ได้ 10-15 ล้านโดสต่อเดือน ฉีดขั้นต่ำ 3 แสนโดสต่อวัน เป้า 50 ล้านคนก่อนสิ้นปี พร้อมตั้ง “ซิงเกิลคอมมานด์” บริหารจัดการร่วมเอกชน “อนุทิน”ติด #ทำงานต่อไป สั่ง อภ.เร่งกระจายยา “ฟาวิพิราเวียร์” 2 ล้านเม็ด จัดหาเพิ่มอีก 2-3 ล้านเม็ด มั่นใจมีเพียงพอใช้รักษา ดันใช้อาคารนิมิบุตร ตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ทำเนียบผวา พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย “แรมโบ้” กักตัว กทม. ย้ำขับรถ มีคนนั่ง ต้องสวมหน้ากาก ผู้ประกาศข่าวต้องใส่ นายกฯ ไม่รอด โดนปรับแล้ว 6,000 บาท ไม่สวมแมสก์ประชุม เผยติดโควิด-19 ยังวิกฤต ยอด 2,048 ราย ตายอีก 8 ราย เชียงใหม่ระส่ำ ผู้ต้องขัง ผู้คุม ติดเชื้อ 146 คน สมช.ถก ศบค.ชุดเล็ก รอ สธ.ประเมินถึงขั้นล็อกดาวน์ กทม.หรือไม่ ก่อนชงชุดใหญ่ 28 เม.ย.นี้ พร้อมเบรก 3 ชาติมาไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ภายหลังจากการหารือกับทีมที่ปรึกษาเรื่องการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า เช้าวานนี้ (26 เม.ย.) ผมได้หารือทีมที่ปรึกษา เรื่องยกระดับการกระจายวัคซีนเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายดังนี้ครับ
1.ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มมากขึ้นในทุกวิถีทาง โดยมีเป้าหมาย 10-15 ล้านโดสต่อเดือน จากวัคซีนที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน
2.ปรับโครงสร้างให้มีการจัดกลุ่ม แบ่งงาน ผสมผสานการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ชัดเจน โดยต้องให้มีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง ผลักดันแนวหน้าในการฉีดวัคซีนให้เป็นเชิงรุก เพื่อแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลและสาธารณสุข
3.จัดให้มีศูนย์ฉีดวัคซีนทางเลือก โดยใช้สถานที่ที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประชุม ศูนย์กีฬา โรงแรม เพื่อลดภารกิจของโรงพยาบาลหลัก และสาธารณสุข ที่ต้องรองรับ ดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก โดยศูนย์ฉีดวัคซีน จะดึงการมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนทางเลือกในกลุ่มที่มีศักยภาพเพิ่มเติมจากของภาครัฐ
4.ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฉีดให้ได้ 300,000 โดสต่อวัน หรือมากกว่า และเป้าหมายฉีดให้ประชาชน 50ล้านคนภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า
นอกจากนี้ ผมยังได้สั่งการให้มีการปรับปรุงการคัดกรอง และระบบการเข้ารับการรักษาพยาบาลให้มีช่องทาง และการขนส่งเคลื่อนย้าย ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ
ตั้งซิงเกิลคอมมานด์บริหารจัดการวัคซีน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมทีมที่ปรึกษาเรื่องการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ยกระดับ ศบค. เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเหมือนเดิม และมอบให้ ศบค. ดำเนินการจัดตั้งศูนย์คัดกรองของรัฐในทุกจังหวัด อย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ ต้องมีหลายจุด ส่วนผู้ติดเชื้อ ที่ไม่มีอาการ ต้องจัดให้อยู่ในรพ.สนาม ส่วนผู้มีอาการเริ่มต้น อาการหนัก ต้องมีสถานพยาบาลรองรับ ทั้งรัฐ เอกชน และสถานที่พักเอกชน
ส่วนการฉีดวัคซีน จะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เป้าหมายฉีดอย่างน้อย 3 แสนโดสต่อวัน และภายใน 4 เดือน คนไทยประมาณ 60% ของกลุ่มเป้าหมาย หรือคิดเป็นประชาชน 30 ล้านคน จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก และให้ครบ 50 ล้านคน อย่างน้อยเข็มแรกภายในอย่างช้าไม่เกินสิ้นปี 2564 ขณะที่การจัดหาวัคซีนในอีก 4 เดือนข้างหน้า (พ.ค.-ส.ค.) มีสัญญายืนยันจัดส่งแล้ว 28 ล้านโดส ทั้งปีรวม 63 ล้านโดส อยู่ระหว่างเจรจา 40 ล้านโดส และการเตรียมฉีดวัคซีน ได้เตรียมระบบ “หมอพร้อม” เริ่มลงทะเบียน 1 พ.ค.นี้ หากขัดข้องหรือไม่สามารถดำเนินการได้ ได้เตรียมระบบสำรองไว้แล้วโดยธนาคารกรุงไทย
ทั้งนี้ จะนำข้อสรุปในครั้งนี้ หารือร่วมกับภาคเอกชนในวันที่ 28 เม.ย.2564 อีกครั้ง เพื่อดูว่ามีเรื่องใดที่ซ้ำซ้อน และเรื่องใดที่เสริมกันได้ โดยจะแบ่งหน้าที่กันไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เร่งกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 ล้านเม็ด ที่จัดส่งจากสนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น มาถึงไทยแล้วเมื่อเวลา 01.00 น. วานนี้ (26 เม.ย.) และได้สั่งการให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เร่งกระจายจัดส่งให้สถานพยาบาลเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ตามการจัดสรรของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) และภายในเดือนพ.ค.2564 จะได้รับเพิ่มอีก 1 ล้านเม็ด รวมเป็น 3 ล้านเม็ด เป็นไปตามแผนการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ อภ. เร่งจัดหาเพิ่มอีก 2-3 ล้านเม็ด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ามียาเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19
ทั้งนี้ นายอนุทินได้ติดแฮชแท็กในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า #ทำงานต่อไป ท่ามกลางกระแส การล่ารายชื่อ ให้ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข
เปิดศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วย
นายอนุทินกล่าวถึงการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ว่า ได้สนับสนุนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วยการจัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วย (Pre Admission Center) ที่เป็นของ สธ. ได้รับความร่วมมือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้พื้นที่อาคารนิมิบุตร รองรับได้ประมาณ 300 เตียง แต่ไม่ใช่โรงพยาบาล (รพ.) สนาม โดยเป็นศูนย์แรกรับสำหรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวก และรอการประสานเตียง ซึ่งปัจจุบันอาจจะล่าช้า ก็ให้เดินทางมาที่ศูนย์ได้ โดยใช้รถส่วนตัว สามหน้ากากอนามัย จากนั้นศูนย์จะประสานกับ กทม. เพื่อหาเตียงให้ผู้ป่วย หรือส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพ.ในสังกัดที่อยู่ในต่างจังหวัดก็ได้ ซึ่งมั่นใจว่า จะแก้ไขปัญหาผู้ป่วยรอเตียงได้ดีขึ้น
ทำเนียบพบผู้ติดเชื้อ 3 ราย “แรมโบ้”กักตัว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ มีผลการตรวจโควิด-19 เป็นบวก จำนวน 3 ราย ได้แก่ พนักงานขับรถของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผลตรวจเมื่อวันที่ 23 เม.ย. หัวหน้าแม่บ้าน ผลตรวจวันที่ 25 เม.ย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก กก.4 บก.ส.3 ผลตรวจเมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยได้มีคำสั่งให้สำรวจว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดสัมผัสใกล้ชิด หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง และขอให้ตรวจโควิด-19 ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และกักตัวกลุ่มเสี่ยงแล้ว
นายเสกสกลกล่าวว่า หลังทราบว่าคนขับรถติดเชื้อ ก็ได้เข้าทำการตรวจที่สถาบันบำราศนราดูรทันที ผลออกมาเป็นลบ และได้ทำการตรวจครั้งที่ 2 ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผลเป็นลบ แต่ได้ทำการกักตัว 14 วัน อยู่ที่บ้านพัก จ.นครราชสีมา โดยยืนยันว่า ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ และยังได้สั่งการให้ผู้ติดตามและผู้ใกล้ชิดตนทั้งหมดทำการตรวจและกักตัวแล้ว
ไม่สวมหน้ากากขณะขับรถมีความผิด
นางศิลปะสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม. กล่าวถึงกรณีมีข้อสงสัยการใส่หน้ากากตามประกาศ กทม.ว่า ถ้าอยู่ในรถ มีคนอื่นร่วมอยู่ด้วย แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องใส่หน้ากาก ยกเว้นนั่งคนเดียว กรณีผู้ประกาศข่าวจัดรายการในสตูดิโอ ก็ต้องใส่ ส่วนเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ขวบ ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใส่ เพราะเด็กไม่รู้วิธีถอด จึงเข้าข่ายอนุโลม แต่ให้หลีกเลี่ยงพาเด็กไปสถานที่แออัด หรือพื้นที่เสี่ยง
ปรับ “บิ๊กตู่” ไม่สวมแมสก์ขณะประชุม
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ได้โพสต์เฟซบุ๊กสรุปกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะประชุมทีมที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาและกระจายวัคซีน ว่า นายกฯ ได้สอบถามมายังตน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งได้แจ้งไปว่า เป็นการฝ่าฝืนประกาศ กทม. เรื่องสวมหน้ากาก มีอัตราเปรียบเทียบปรับ 6,000 บาท ซึ่งได้เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต โดยตน ในฐานะผู้ว่าฯ ได้เป็นผู้กล่าวหา และนายกฯ ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ
รอ สธ.ประเมินล็อกดาวน์ กทม.หรือไม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวก่อนการประชุมศบค.ชุดเล็ก ว่า จะประเมินสถานการณ์แพร่ระบาด หลังจากออกมาตรการว่าได้ผลอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะเสนอในที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในวันพุธที่ 28 เม.ย.2564 จึงต้องเตรียมข้อมูลว่า จะมีมาตรการอย่างไรต่อไป ส่วนการพิจารณาล็อกดาวน์กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังพิจารณา โดยต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่ามีเหตุจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรือไม่ สำหรับ จ.นนทบุรี ที่จำกัดการออกนอกเคหะสถาน ไม่ใช่การบังคับ เป็นการขอความร่วมมือ ขณะที่การเพิ่มระยะเวลากักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูง เช่น อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ เป็น 21 วัน จะต้องคุยกัน แต่เบื้องต้น ศปก.ศบค. ได้อนุมัติการชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทยจาก 3 ประเทศต้นทางแล้ว
ติดเชื้อเพิ่ม 2,048 ราย ตายอีก 8 ราย
พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวานนี้ (29 เม.ย.) ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,048 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,991 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 47 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 รายส่วนใหญ่ติดเชื้อจากผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า
ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 57,508 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 32,520 ราย ตรวจคัดกรองเชิงรุก 21,707 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,281 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 31,593 ราย เพิ่มขึ้น 480 ราย กำลังรับการรักษา 25,767 ราย อาการหนัก 563 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 148 ราย
ส่วนการล็อกดาวน์บางพื้นที่บางจุดหรือไม่นั้น วันที่ 29 เม.ย.2564 จะมีการทบทวนมาตรการในเรื่องของพื้นที่ โดยจะพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร จะล็อกดาวน์หรือไม่ ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้หารือกับ ศบค. และในช่วง 1-2 วันนี้ คงจะได้เห็นมาตรการการปรับความเข้มข้นมากขึ้นในบางพื้นที่ แต่ละกิจการ กิจกรรม แต่ละจุด จึงขอให้ทุกคนได้ติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย
เชียงใหม่ระส่ำ ผู้ต้องขังติดเชื้อ 144 ผู้คุม 2
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 144 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน รวมเป็น 146 คน โดยเรือนจำได้ปรับพื้นที่แดน 6 ซึ่งเป็นแดนแรกรับให้เป็นรพ.สนาม และยังได้ใช้นโยบายห้ามคนเข้า-ออก เพื่อสกัดการแพร่ระบาด และขอให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการดูแลและรักษาอย่างดี เพื่อให้เรือนจำกลับสู่ภาวะปกติภายใน 28 วัน
ยกระดับ 6 จังหวัดสีแดงเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศปก.สธ.) ได้มีมติให้ยกระดับพื้นที่จังหวัดเป็น 3 ระดับ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ เชียงใหม่ และชลบุรี พื้นที่ควบคุมสีส้ม มี 16 จังหวัด คือ แพร่ พะเยา นครพนม ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี แม่ฮ่องสอน พังงา สตูล น่าน ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ และพื้นที่ควบคุมสูงสุด สีแดง มี 55 จังหวัดที่เหลือ โดยจะมีการเสนอ ศบค.ต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ภายหลังจากการหารือกับทีมที่ปรึกษาเรื่องการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า เช้าวานนี้ (26 เม.ย.) ผมได้หารือทีมที่ปรึกษา เรื่องยกระดับการกระจายวัคซีนเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายดังนี้ครับ
1.ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มมากขึ้นในทุกวิถีทาง โดยมีเป้าหมาย 10-15 ล้านโดสต่อเดือน จากวัคซีนที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน
2.ปรับโครงสร้างให้มีการจัดกลุ่ม แบ่งงาน ผสมผสานการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ชัดเจน โดยต้องให้มีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง ผลักดันแนวหน้าในการฉีดวัคซีนให้เป็นเชิงรุก เพื่อแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลและสาธารณสุข
3.จัดให้มีศูนย์ฉีดวัคซีนทางเลือก โดยใช้สถานที่ที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประชุม ศูนย์กีฬา โรงแรม เพื่อลดภารกิจของโรงพยาบาลหลัก และสาธารณสุข ที่ต้องรองรับ ดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก โดยศูนย์ฉีดวัคซีน จะดึงการมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนทางเลือกในกลุ่มที่มีศักยภาพเพิ่มเติมจากของภาครัฐ
4.ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฉีดให้ได้ 300,000 โดสต่อวัน หรือมากกว่า และเป้าหมายฉีดให้ประชาชน 50ล้านคนภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า
นอกจากนี้ ผมยังได้สั่งการให้มีการปรับปรุงการคัดกรอง และระบบการเข้ารับการรักษาพยาบาลให้มีช่องทาง และการขนส่งเคลื่อนย้าย ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ
ตั้งซิงเกิลคอมมานด์บริหารจัดการวัคซีน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมทีมที่ปรึกษาเรื่องการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ยกระดับ ศบค. เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเหมือนเดิม และมอบให้ ศบค. ดำเนินการจัดตั้งศูนย์คัดกรองของรัฐในทุกจังหวัด อย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ ต้องมีหลายจุด ส่วนผู้ติดเชื้อ ที่ไม่มีอาการ ต้องจัดให้อยู่ในรพ.สนาม ส่วนผู้มีอาการเริ่มต้น อาการหนัก ต้องมีสถานพยาบาลรองรับ ทั้งรัฐ เอกชน และสถานที่พักเอกชน
ส่วนการฉีดวัคซีน จะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เป้าหมายฉีดอย่างน้อย 3 แสนโดสต่อวัน และภายใน 4 เดือน คนไทยประมาณ 60% ของกลุ่มเป้าหมาย หรือคิดเป็นประชาชน 30 ล้านคน จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก และให้ครบ 50 ล้านคน อย่างน้อยเข็มแรกภายในอย่างช้าไม่เกินสิ้นปี 2564 ขณะที่การจัดหาวัคซีนในอีก 4 เดือนข้างหน้า (พ.ค.-ส.ค.) มีสัญญายืนยันจัดส่งแล้ว 28 ล้านโดส ทั้งปีรวม 63 ล้านโดส อยู่ระหว่างเจรจา 40 ล้านโดส และการเตรียมฉีดวัคซีน ได้เตรียมระบบ “หมอพร้อม” เริ่มลงทะเบียน 1 พ.ค.นี้ หากขัดข้องหรือไม่สามารถดำเนินการได้ ได้เตรียมระบบสำรองไว้แล้วโดยธนาคารกรุงไทย
ทั้งนี้ จะนำข้อสรุปในครั้งนี้ หารือร่วมกับภาคเอกชนในวันที่ 28 เม.ย.2564 อีกครั้ง เพื่อดูว่ามีเรื่องใดที่ซ้ำซ้อน และเรื่องใดที่เสริมกันได้ โดยจะแบ่งหน้าที่กันไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เร่งกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 ล้านเม็ด ที่จัดส่งจากสนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น มาถึงไทยแล้วเมื่อเวลา 01.00 น. วานนี้ (26 เม.ย.) และได้สั่งการให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เร่งกระจายจัดส่งให้สถานพยาบาลเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ตามการจัดสรรของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) และภายในเดือนพ.ค.2564 จะได้รับเพิ่มอีก 1 ล้านเม็ด รวมเป็น 3 ล้านเม็ด เป็นไปตามแผนการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ อภ. เร่งจัดหาเพิ่มอีก 2-3 ล้านเม็ด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ามียาเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19
ทั้งนี้ นายอนุทินได้ติดแฮชแท็กในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า #ทำงานต่อไป ท่ามกลางกระแส การล่ารายชื่อ ให้ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข
เปิดศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วย
นายอนุทินกล่าวถึงการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ว่า ได้สนับสนุนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วยการจัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วย (Pre Admission Center) ที่เป็นของ สธ. ได้รับความร่วมมือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้พื้นที่อาคารนิมิบุตร รองรับได้ประมาณ 300 เตียง แต่ไม่ใช่โรงพยาบาล (รพ.) สนาม โดยเป็นศูนย์แรกรับสำหรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวก และรอการประสานเตียง ซึ่งปัจจุบันอาจจะล่าช้า ก็ให้เดินทางมาที่ศูนย์ได้ โดยใช้รถส่วนตัว สามหน้ากากอนามัย จากนั้นศูนย์จะประสานกับ กทม. เพื่อหาเตียงให้ผู้ป่วย หรือส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพ.ในสังกัดที่อยู่ในต่างจังหวัดก็ได้ ซึ่งมั่นใจว่า จะแก้ไขปัญหาผู้ป่วยรอเตียงได้ดีขึ้น
ทำเนียบพบผู้ติดเชื้อ 3 ราย “แรมโบ้”กักตัว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ มีผลการตรวจโควิด-19 เป็นบวก จำนวน 3 ราย ได้แก่ พนักงานขับรถของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผลตรวจเมื่อวันที่ 23 เม.ย. หัวหน้าแม่บ้าน ผลตรวจวันที่ 25 เม.ย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก กก.4 บก.ส.3 ผลตรวจเมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยได้มีคำสั่งให้สำรวจว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดสัมผัสใกล้ชิด หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง และขอให้ตรวจโควิด-19 ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และกักตัวกลุ่มเสี่ยงแล้ว
นายเสกสกลกล่าวว่า หลังทราบว่าคนขับรถติดเชื้อ ก็ได้เข้าทำการตรวจที่สถาบันบำราศนราดูรทันที ผลออกมาเป็นลบ และได้ทำการตรวจครั้งที่ 2 ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผลเป็นลบ แต่ได้ทำการกักตัว 14 วัน อยู่ที่บ้านพัก จ.นครราชสีมา โดยยืนยันว่า ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ และยังได้สั่งการให้ผู้ติดตามและผู้ใกล้ชิดตนทั้งหมดทำการตรวจและกักตัวแล้ว
ไม่สวมหน้ากากขณะขับรถมีความผิด
นางศิลปะสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม. กล่าวถึงกรณีมีข้อสงสัยการใส่หน้ากากตามประกาศ กทม.ว่า ถ้าอยู่ในรถ มีคนอื่นร่วมอยู่ด้วย แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องใส่หน้ากาก ยกเว้นนั่งคนเดียว กรณีผู้ประกาศข่าวจัดรายการในสตูดิโอ ก็ต้องใส่ ส่วนเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ขวบ ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใส่ เพราะเด็กไม่รู้วิธีถอด จึงเข้าข่ายอนุโลม แต่ให้หลีกเลี่ยงพาเด็กไปสถานที่แออัด หรือพื้นที่เสี่ยง
ปรับ “บิ๊กตู่” ไม่สวมแมสก์ขณะประชุม
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ได้โพสต์เฟซบุ๊กสรุปกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะประชุมทีมที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาและกระจายวัคซีน ว่า นายกฯ ได้สอบถามมายังตน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งได้แจ้งไปว่า เป็นการฝ่าฝืนประกาศ กทม. เรื่องสวมหน้ากาก มีอัตราเปรียบเทียบปรับ 6,000 บาท ซึ่งได้เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต โดยตน ในฐานะผู้ว่าฯ ได้เป็นผู้กล่าวหา และนายกฯ ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ
รอ สธ.ประเมินล็อกดาวน์ กทม.หรือไม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวก่อนการประชุมศบค.ชุดเล็ก ว่า จะประเมินสถานการณ์แพร่ระบาด หลังจากออกมาตรการว่าได้ผลอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะเสนอในที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในวันพุธที่ 28 เม.ย.2564 จึงต้องเตรียมข้อมูลว่า จะมีมาตรการอย่างไรต่อไป ส่วนการพิจารณาล็อกดาวน์กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังพิจารณา โดยต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่ามีเหตุจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรือไม่ สำหรับ จ.นนทบุรี ที่จำกัดการออกนอกเคหะสถาน ไม่ใช่การบังคับ เป็นการขอความร่วมมือ ขณะที่การเพิ่มระยะเวลากักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูง เช่น อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ เป็น 21 วัน จะต้องคุยกัน แต่เบื้องต้น ศปก.ศบค. ได้อนุมัติการชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทยจาก 3 ประเทศต้นทางแล้ว
ติดเชื้อเพิ่ม 2,048 ราย ตายอีก 8 ราย
พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวานนี้ (29 เม.ย.) ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,048 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,991 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 47 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 รายส่วนใหญ่ติดเชื้อจากผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า
ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 57,508 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 32,520 ราย ตรวจคัดกรองเชิงรุก 21,707 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,281 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 31,593 ราย เพิ่มขึ้น 480 ราย กำลังรับการรักษา 25,767 ราย อาการหนัก 563 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 148 ราย
ส่วนการล็อกดาวน์บางพื้นที่บางจุดหรือไม่นั้น วันที่ 29 เม.ย.2564 จะมีการทบทวนมาตรการในเรื่องของพื้นที่ โดยจะพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร จะล็อกดาวน์หรือไม่ ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้หารือกับ ศบค. และในช่วง 1-2 วันนี้ คงจะได้เห็นมาตรการการปรับความเข้มข้นมากขึ้นในบางพื้นที่ แต่ละกิจการ กิจกรรม แต่ละจุด จึงขอให้ทุกคนได้ติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย
เชียงใหม่ระส่ำ ผู้ต้องขังติดเชื้อ 144 ผู้คุม 2
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 144 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน รวมเป็น 146 คน โดยเรือนจำได้ปรับพื้นที่แดน 6 ซึ่งเป็นแดนแรกรับให้เป็นรพ.สนาม และยังได้ใช้นโยบายห้ามคนเข้า-ออก เพื่อสกัดการแพร่ระบาด และขอให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการดูแลและรักษาอย่างดี เพื่อให้เรือนจำกลับสู่ภาวะปกติภายใน 28 วัน
ยกระดับ 6 จังหวัดสีแดงเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศปก.สธ.) ได้มีมติให้ยกระดับพื้นที่จังหวัดเป็น 3 ระดับ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ เชียงใหม่ และชลบุรี พื้นที่ควบคุมสีส้ม มี 16 จังหวัด คือ แพร่ พะเยา นครพนม ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี แม่ฮ่องสอน พังงา สตูล น่าน ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ และพื้นที่ควบคุมสูงสุด สีแดง มี 55 จังหวัดที่เหลือ โดยจะมีการเสนอ ศบค.ต่อไป


