xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลต้องเด็ดขาดจัดการโควิด-19 ก่อนจะสายเกินไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์



ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
เขียนในนามส่วนตัว
ไม่ใช่ในนามสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


ผมคาดคะเน ไปในทางร้ายว่า

สายพันธุ์อังกฤษนั้นแพร่เร็วมาก เห็นบทความเรื่อง reproductive number ของ ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัยแล้วก็เกิดความหวาดหวั่น ว่าในช่วงเวลาสั้น เรามี R0 ที่สูงสุดในโลก แต่ต้องตามดูอีกสองสามวัน

สิ่งที่น่ากลัวคือการกลับบ้านสงกรานต์จะนำเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษที่ติดกันง่ายได้รวดเร็วไปต่างจังหวัดหรือไม่

ประสบการณ์การกลับบ้านช่วงตรุษจีนทำให้โควิด-19 ระบาดไปทั่วจีน

น่าเสียดายที่รัฐบาลใจไม่ถึง ไม่มีความเด็ดขาด ขาดความเป็นชายชาติทหาร ไม่กล้าสั่งห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ในช่วงสงกรานต์ เสียดายที่ทำรัฐประหารมาแต่ไม่เข้มแข็งเท่าที่ควรนะครับท่านนายกรัฐมนตรี

ผมหลับตาแล้วคะเนในใจว่าสุดท้ายการระบาดจะหนักมาก ตอนนี้ระบบสุขภาพเราเต็มจนจะรองรับไม่ไหวแล้ว เครื่องช่วยหายใจจะไม่พอ เตียงคนไข้จะไม่พอ และแม้แต่โรงพยาบาลสนามก็จะไม่พอ และที่ขาดแคลนที่สุดคือแพทย์และพยาบาล

สองสัปดาห์หลังสงกรานต์นี้ จะวิกฤติมาก ต้องจับตาสถิติการติดเชื้อให้ดีอย่างใกล้ชิดครับ

ถ้าสถานการณ์เลวร้าย คนไข้ล้นโรงพยาบาล จะมีคนตายเป็นเบือ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ ล่มไปได้ง่ายๆ คณะสามสัสและคณะสามกีบจ้องจะถีบและล้มรัฐบาลอยู่แล้ว

ขอตัดพ้อต่อว่ารัฐบาลนิดหน่อย แต่ก็ให้กำลังใจ และแนะนำให้ทำดังนี้

หนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องประกาศ lock down หรือ curfew ก็ต้องทำ ขอร้องให้คนอยู่บ้าน กับ สั่งให้คนอยู่บ้าน คนไทยเชื่ออย่างหลังถึงได้ผล ขอร้องไม่ได้ผลเท่าที่ควร

สอง ประกาศให้ social distancing แม้แต่ในบ้านเดียวกัน ครอบครัวเดียวกัน เพราะมีคนติดเชื้อไม่แสดงอาการ (Asymptomatic patients) เยอะมากและเป็นพาหะนำโรค ดังนั้นในครอบครัวเดียวกันก็ต้องเว้นระยะทางสังคม งดการกินข้าวร่วมโต๊ะ ต่างคนต่างกิน แยกห้องนอนกัน ห้ามกอดจูบกัน งดมีเพศสัมพันธ์กันระยะหนึ่ง (ห้ามยากจริงๆ ครับ) ยกเว้นว่าไปตรวจมาแล้ว ไม่พบเชื้อโควิด ค่อยมีอะไรกันได้ (แฮ่ๆ)

สาม จัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้มากที่สุด แต่คนมีตังค์ใช้โครงการคนละครึ่งเข้า Hospitel (ดัดแปลงโรงแรมมาเป็นโรงพยาบาล Hospital+Hotel) ให้ออกเงินเองอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง) คนไทยมีตังค์มีเงินจ่ายได้ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลสนาม

สี่ ต้องนำเข้า Rapid test ที่ตรวจได้เร็วและไว เครื่องมีอตรวจสมัยใหม่เป็น mass spectro พวกนี้เอาเข้ามาใช้ให้ไวที่สุด ให้ตรวจได้มากที่สุด ทำให้ควบคุมโรคได้ง่าย ต้อง active search finding ด้วย และการนำเข้าอุปกรณ์พวกนี้ก็ต้องเว้นกฎเกณฑ์ขององค์การอาหารและยา เพื่อให้เอาเข้ามาใช้ได้ทันเวลา เรื่องนี้ ศ. นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑากรุณาให้ความรู้ผมมาครับ ผมก็ได้ยินมาว่าเกาหลีใต้ทำเช่นนี้ได้ผลครับ

ห้า ปัญหาตอนนี้ที่โรงพยาบาลเอกชนงดตรวจ RT-PCR ไม่ใช่เพราะว่าตรวจแล้วขาดทุน แต่ถ้าหากตรวจพบว่าติดเชื้อต้องรับคนไข้ไว้รักษาโควิด-19 ซึ่งอัตราการจ่ายเงินของ สปสช. นั้นหากรับคนไข้ไว้ โรงพยาบาลเอกชนจะขาดทุนย่อยยับ อัตราการจ่ายต่ำกว่าต้นทุนจนเกินกว่าที่โรงพยาบาลเอกชนจะทนรักชาติไหว ควรปรับอัตราการจ่ายให้มากกว่านี้ เพื่อให้เอกชนทนได้ อย่างน้อยก็คุ้มทุน

หก การนำเข้าวัคซีนจากประเทศไหนก็ได้ เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะการเกิด herd immunity ยากมาก เพราะไวรัสโควิด-19 ฟักตัวได้ไวและกลับมาเป็นซ้ำได้ ต้องรีบฉีดวัคซีน ไม่ใช่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ วัคซีนไวรัส ป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ผลมากนักแต่การวัด vaccine efficacy ต้องดูอัตราการเข้าโรงพยาบาลและอัตราการเข้าไอซียูด้วย วัคซีนโควิด-19 ลดอัตราการเข้าโรงพยาบาล อัตราการเข้าไอซียู และอัตราการตายได้ผลจริงๆ ครับ ต้องระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ได้อย่างน้อยวันละ 3-4 แสนโดสต่อวัน

ที่สำคัญคือต้องฉีดสองเข็มในสามสัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำอีกเมื่อครบหกเดือนและหนึ่งปี ไวรัสกลายพันธุ์และกลับมาเป็นซ้ำได้ ต้องมีการให้วัคซีนกระตุ้นตลอดอีกเป็น 4 ครั้ง ถึงจะเอาอยู่ (ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต ได้เขียน Facebook เช้านี้ครับ)

ดังนั้นจะต้องได้วัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 10 ล้านโดสภายในหนึ่งสัปดาห์ เป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเข็น ทางเดียวที่ทำได้คือรัฐบาลต้องเข้าไปกราบพระบาทขอพึ่งพระบารมีครับ

รีบทำเสียเถิดครับ อย่าช้า เวลาและสถานการณ์จะเป็นนายของทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...