xs
xsm
sm
md
lg

ถ้าผู้ป่วยรักษาตัวเองให้หายได้ใน 5 วัน โดยไม่ไปหาหมอ จำนวนตัวเลขก็ลดลงได้เช่นกัน/ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ณ บ้านพระอาทิตย์
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

คำถามต่อการระบาดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ได้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยการ์ดตกไปเอง และจะให้ชัดเจนไปกว่านั้นก็คือคนที่การ์ดตกล้วนแล้วแต่อยู่ในที่อโคจร และที่สำคัญคือมักมีเรื่องราวของผลประโยชน์และโลกีย์เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองด้วย

สถานการณ์ในเวลานี้แม้แต่วัคซีนที่หลายคนคิดว่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศ เอาเข้าจริงก็ยังไม่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้จริง เพราะแม้ในต่างประเทศก็ยังเห็นชัดเจนว่าแม้ว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว ก็ยังสามารถกลับมาติดเชื้อได้อีก

แต่ผลดีของวัคซีนจึงทำได้เพียง “ลดความรุนแรง”ลงเท่านั้น ว่าอย่างน้อยก็ยังไม่ทำให้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้

และการลดความรุนแรงลงนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดความรุนแรงในกลุ่มใด และเท่าใด เพราะคิดเฉพาะปี 2564 เพียงปีเดียวนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 จนถึงวันที่ 14 เมษายน 2564 จะมีผู้ป่วยใหม่รวมเฉพาะช่วงเวลานี้ประมาณ 28,747 คน และมีผู้เสียชีวิตถึงช่วงเวลานี้ 36 คน

นั่นหมายความว่าอัตราการเสียชีวิตของคนไทยในปี 2564 ลดลงเหลือร้อยละ 0.125 เท่านั้น นั่นหมายถึงมีอัตราการรักษาหายกลับบ้านมากถึงร้อยละ 99.875

ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตลดต่ำลงกว่าการระบาดในปี 2563 มาก การระบาด 2 ระลอกหลังนี้ จึงถือเป็นการระบาดที่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น และรวดเร็วขึ้น แต่มีความรุนแรงถึงแก่ชีวิตน้อยลงด้วยเช่นกัน

มันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่จัดสมดุลของไวรัสกับมนุษย์ หากทำให้ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ตายมากเกินไป ที่อยู่อาศัยนั้นย่อมลดน้อยลง ก็ต้องทำให้ไวรัสเหล่านั้นต้องปรับตัวเพื่อทำให้ขยายตัวมากขึ้นและทำอันตรายกับมนุษย์น้อยลง

ทั้งนี้ประมาณการของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 80

มีอาการมากขึ้นเช่นไข้สูงไอมาก ร้อยละ 15

และมีอาการมากจนต้องเข้ารับการดูแลที่ใกล้ชิดร้อยละ 5

และปิดท้ายอีกครั้งถึงสถานการณ์ปัจจุบันคือมีเพียงร้อยละ 0.125 ที่เสียชีวิต

ที่น่าพิจารณา คือ ความรุนแรงข้างต้นที่ลดลงอย่างฮวบฮาบนี้นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวัคซีนเลย

ท่านผู้อ่านลองพิจารณาจากตัวเลขข้างต้นก็จะเห็นชัดเจนว่า ความรุนแรงลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2563 ความเร่งรีบและความจำเป็นในข้ออ้างที่ว่าต้องเร่งฉีดวัคซีนเพื่อรีบลดความรุนแรงดูจะมีน้ำหนักน้อยลง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวัคซีนยังมีปัญหาไม่ตอบโจทย์ในการไม่ติดเชื้อซ้ำ และไม่ตอบโจทย์เรื่องผู้ที่ฉีดจะไม่แพร่ระบาด และกลุ่มอันตรายซึ่งเสี่ยงเสียชีวิตคือกลุ่มผู้สูงวัยก็ยังไม่ได้รับการฉีดเพื่อลดความรุนแรง ด้วยเหตุผลข้างต้นตรรกะและดรามาทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง “ฉีดให้มาก” เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ดูจะยังไม่ตอบโจทย์ที่ดีที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้

โดยเฉพาะในเวลานี้วัคซีนซีโนแวค แม้จะยังได้รับความนิยมเพราะว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ความปลอดภัยนี้กลับไม่สามารถฉีดได้ในผู้สูงวัยที่มีความเสี่ยงในอาการรุนแรงเสียชีวิตสูงสุด อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามถึงประสิทธิศักย์ที่ต่ำนั้น จะตอบโจทย์ลดความรุนแรงของโรคในกลุ่มที่ไม่มีความรุนแรงของโรคไปเพื่ออะไร

ในขณะที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งมีค่าประสิทธิศักย์สูงกว่าซีโนแวค แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่มีค่าประสิทธิศักย์ต่ำกว่าวัคซีนอีกหลายยี่ห้อในยุโรป และอย่างน้อยก็ยังถูกตั้งข้อสงสัยในภาวะการเกิดลิ่มเลือดเช่นเดียวกัน

แม้จะมีวัคซีนตัวหนึ่งที่ฉีดไม่ตรงกลุ่มและค่าประสิทธิศักดิ์ต่ำ อีกตัวหนึ่งคุณภาพต่ำกว่าอีกหลายยี่ห้อ แต่ทั้ง 2 ตัวก็ยังไม่มีคำตอบว่าจะสามารถหยุดจำนวนผู้ติดเชื้อได้จริงหรือเปล่า และที่สำคัญคือประเทศไทยก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนักในภาวะที่มีการแย่งวัคซีนทั่วโลก อีกทั้งวัคซีนที่ดีกว่านี้ก็ยังไม่มาถึงเมืองไทยเลยจริงหรือไม่

ในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทยาผู้ผลิตวัคซีนย่อมจะเป็นผู้เลือกลูกค้า อำนาจต่อรองทั้งปริมาณและราคาอยู่ที่การตัดสินใจของผู้ผลิตวัคซีน ในขณะที่เมื่อเวลาผ่านไปนานมากขึ้น วัคซีนที่ด้อยคุณภาพหรือมีผลข้างเคียงมาก หรือแม้แต่ไม่สามารถหยุดตัวเลขการติดเชื้อระลอกถัดไปได้ ถึงเวลานั้นอำนาจต่อรองจะกลับมาเป็นของผู้ซื้อ และบริษัทวัคซีนก็ต้องเร่งผลิตตัวใหม่ที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า หรือการกระตุ้นภูมิได้นานกว่า ออกมาอย่างแน่นอน


ที่กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะเหตุว่าในคำถามว่าวัคซีนป้องกันได้นานเท่าไหร่ ทางเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกได้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า

"เพราะวัคซีนโควิดเพิ่งจะพัฒนาเพียงไม่กี่เดือน มันเร็วเกินไปที่จะรู้ระยะเวลาป้องกันของวัคซีนโควิด-19 การวิจัยกำลังหาคำตอบคำถามนี้ อย่างไรก็ตามการสนับสนุนข้อมูลเท่าที่มีอยู่แนะนำว่าคนที่ถูกกระตุ้นภูมิขึ้นจะสามารถป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตามเรากำลังเรียนรู้ฤทธิ์ในการป้องกันและระยะเวลาป้องกันว่านานเพียงใด"

ยังไม่นับว่าเชื้อนี้ยังกลายพันธุ์ที่วัคซีนเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่ใช่คำตอบด้วย

ดังนั้นประเทศที่ฉีดวัคซีนช้ากว่า ย่อมเห็นผลดีและผลเสียของวัคซีนแต่ละตัวได้ถูกต้องแม่นยำมากกว่า แต่แน่นอนว่าบางประเทศที่ไม่สามารถมีทางเลือกอื่นใด หรือมีแรงกดดันทางการเมืองมาก ก็อาจต้องฉีดวัคซีนเพื่อหวังลดความรุนแรงลงตามที่ชาติอื่นได้ฉีดวัคซีน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 80 นั้นอาจมีมากกว่านี้ที่ไม่ได้มาตรวจโควิด-19 เลย เพราะไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดโควิด-19 และยังสามารถแพร่ระบาดต่อไปได้ด้วย ดังนั้นสถานการณ์ในเวลานี้ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะมีผู้ไปตรวจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้นในที่สุดแล้วหนทางในการทำให้ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่หายไปนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้แต่ฉีดวัคซีนก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดด้วย

และแปลว่าเราอาจจะต้องอยู่กับเชื้อโควิด-19 อีกนานกว่าที่หลายคนจะคาดการณ์ได้

แต่ถ้าฟ้าทะลายโจรเป็นตัวอย่างยาสมุนไพรที่เข้าถึงง่าย สามารถทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหายได้ในระยะเวลา 5 วัน ย่อมเป็นโอกาสที่หลายคนที่ไม่ได้ตรวจเชื้อสามารถหายป่วยได้โดยไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องไปตรวจเชื้อ ตัวเลขก็สามารถจะลดลงได้เช่นกัน

ถึงเวลาที่ต้องนำเรื่องฟ้าทะลายโจรมาวิจัยเป็นวาระแห่งชาติได้แล้ว

ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต



กำลังโหลดความคิดเห็น...