xs
xsm
sm
md
lg

ความแตกแยกของสังคมไทย กับซากปรักหักพังเบื้องหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนี่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ


แม้ว่าม็อบจะแผ่วไปแล้ว และแกนนำฟันน้ำนมต่างทยอยกันถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ต้องนับว่า คนที่อยู่เบื้องหลังเด็กๆ ที่โหดเหี้ยมนั้น ได้บรรลุเป้าหมายที่สามารถสั่นสะเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเป้าหมายไปสู่การลดทอนบทบาทและสถานะได้สำเร็จแล้ว

เพียงแต่ว่าสังคมไทยส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นและศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีคุณค่าอเนกอนันต์ยิ่งกว่านักการเมือง ทำให้เป้าหมายของพวกเขายังไม่ประสบความสำเร็จ

คนบางคนมีความเคียดแค้นและมุ่งหวังจะโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอดชีวิต ตอนที่สุรชัย แซ่ด่านยังอยู่ เขาเคยพูดว่าร่วมมือกับทักษิณโค่นล้มสถาบันก่อน และค่อยกำจัดทักษิณที่หลัง คงเป็นเพราะตอนนั้นเขามองเห็นบารมีของทักษิณกำลังพุ่งสูงในหมู่ประชาชนก็เลยคิดว่าความหวังของเขาที่มุ่งหวังจะบรรลุเป้าหมายแล้ว

แต่การใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของระบอบทักษิณและความมุ่งหมายที่จะลดทอนบทบาทและสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ก็ล้มเหลวลงด้วยการก่อเกิดภาคประชาชนขึ้นมาต่อต้านในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

แต่เพราะทักษิณมีมวลชนที่หลงรักและคลั่งไคล้มาก ขบวนการภาคประชาชนเพื่อปกป้องทักษิณจึงเกิดขึ้นเป็นคนเสื้อแดงและกลายเป็นนปช.ในเวลาต่อมา จนเกิดการเผชิญหน้าแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจนของคนไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและดำรงมาจนถึงวันนี้

ความขัดแย้งในสังคมไทยตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้ดำเนินมาเกินศตวรรษแล้ว และยังไม่มีทีท่าจะยุติความบาดหมางและลดทอนความขัดแย้งของคนในชาติลงได้ มีแต่นับวันความคิดเห็นและอุดมการณ์ทางการเมืองของคนไทย2ขั้วความคิดจะยิ่งรุนแรงขึ้น และเมื่อมวลชนบางกลุ่มแม้จะยังเป็นคนกลุ่มน้อยแสดงออกถึงการไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์และมีความคิดที่จะล้มล้างเพื่อเปลี่ยนระบอบไปสู่สาธารณรัฐ เค้าลางแห่งความรุนแรงก็เริ่มปรากฏตัวชัดเจนขึ้น

ความคิดของคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งถูกปลุกฝังอุดมการณ์ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์จากบรรดานักคิดนักวิชาการในมหาวิทยาลัย จากสำนักคิดอย่างฟ้าเดียวกันของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นคนที่มีความคิดชัดเจนว่า เขาต้องการท้าทายระบอบรัฐที่ดำรงอยู่นี้อย่างเปิดเผย และเขากลายเป็นขวัญใจและไอดอลของคนจำนวนมาก เพียงแต่วันนี้จำนวนนั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาบรรลุกิจการใหญ่ได้สำเร็จ

การเลือกตั้งใหญ่ที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้ส.ส.เข้ามาจำนวนมากนั้นเป็นเพียงอุบัติเหตุทางการเมือง และถูกยืนยันความเห็นนี้ด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กลุ่มของธนาธรประสบความล้มเหลว แม้ล่าสุดจะได้ที่นั่งระดับเทศบาลบ้างแต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยนิดมากไม่สามารถทำอะไรที่มุ่งหวังจะเขย่าโครงสร้างของสังคมได้เลย

แต่สิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จก็คือ สามารถทำให้มวลชนรากหญ้าที่เป็นคนเสื้อแดงสามารถเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ได้สำเร็จ คนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็คือ คนวัยทำงานและคนเมืองในอนาคต ในขณะที่ในอดีตนั้นคนในสังคมเมืองใหญ่ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณอย่างชัดเจน มันทำให้น่าหวั่นเกรงเหมือนกันว่าในวันที่ใบไม้ผลัดใบ คนจำนวนหนึ่งล่วงเลยไปตามกาลเวลา อุดมการณ์ความคิดต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์นี้จะงอกเงยขึ้นเป็นพืชพันธุ์ส่วนใหญ่ในสังคมไทยไหม

หลายคนบอกว่า วันหนึ่งข้างหน้าที่คนรุ่นใหม่เขาคิดได้ เขาจะเห็นคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์กับนักการเมืองว่าไม่อาจเปรียบกันได้เลย ความมุ่งหวังจะเห็นนักการเมืองขึ้นเป็นประมุขของรัฐในระบอบสาธารณรัฐนั้น ไม่มีวันเทียบได้กับสิ่งที่สถาบันพระมหากษัตริย์กระทำคุณประโยชน์มาอย่างยาวนานในสังคมไทยและยังคงทำเช่นนั้นอยู่ในปัจจุบัน

มีความเชื่อว่าความคิดที่จะต่อต้านสังคม ต่อต้านขนบของสังคมสำหรับคนรุ่นใหม่นั้นเป็นเรื่องปกติ คนหนุ่มสาวย่อมมีความคิดที่เป็นกบฎเสมอ แต่เมื่อวันที่พวกเขามีความคิดที่เติบใหญ่ขึ้นสุขุมขึ้นพวกเขาน่าจะคิดได้ว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดของสังคมไทยควรจะเป็นอย่างไร ในระหว่างที่มีประมุขของรัฐเป็นนักการเมืองกับพระมหากษัตริย์นั้นอย่างไหนที่จะนำความร่มเย็นมาสู่สังคมไทยมากกว่ากัน

ในอีกด้านความเกลียดชังระบอบทักษิณ ทำให้คนกลุ่มหนึ่งหันมาเชียร์ระบอบทหารเพราะเห็นว่าเป็นอำนาจที่ต่อกรกับระบอบทักษิณได้อย่างทรงพลัง ระบอบทหารยังเป็นปราการด่านสำคัญที่จะปกปักพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศรัทธาของคนส่วนใหญ่ในชาติเอาไว้ ดังนั้นมันทำให้คนส่วนหนึ่งไม่ยี่หระแม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะสืบทอดอำนาจมาจากการรัฐประหารก็ตาม

หรือแม้จะลดทอนคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยลงไปบ้าง คนส่วนหนึ่งก็ยังเห็นว่ายังดีกว่าที่จะทำให้บ้านเมืองตกอยู่ในเงื้อมมือของฝ่ายที่ต้องการลดทอนบทบาทและสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ลงไป

และแท้จริงแล้วความคิดเรื่องลดทอนบทบาทและสถานะของสถานะนั้นเป็นความคิดที่ซ่อนรูปเพียงเพื่อจะประนีประนอมกับสังคมไทยในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราติดตามการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ที่มีผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งดันหลังแล้ว เราจะเห็นว่าเขาไปไกลมากกว่านั้น เขามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนระบอบและรูปแบบของรัฐกันเลยทีเดียว

เมื่อเป็นเช่นนั้นยิ่งผลักดันคนที่เทิดทูลสถาบันให้ไปอยู่กับระบอบทหาร และกลายเป็นการเปิดทางให้กับ 3 ป.ที่มีอิทธิพลในกองทัพผนึกแน่นในอำนาจทางการเมือง แม้จะเกษียณอายุราชการไว้หมดแล้ว แต่สถานการณ์ก็ผลักดันให้ 3 ป.และกองทัพต้องผนึกเป็นปึกแผ่นเพื่อป้องกันอริราชศัตรูที่หวังจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

ความแตกแยกของประชาชน 2 ฝ่ายจึงเป็นประโยชน์กับฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐ เข้ากับนิยามแบ่งแยกและปกครองไปโดยปริยาย ทำให้รัฐบาลนอกจากมีกองทัพหนุนแล้วยังมีประชาชนอีกกลุ่มเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่จะคอบปกป้องและพิทักษ์สนับสนุนการกระทำของรัฐบาลในทุกเรื่อง

จริงแล้วความแตกแยกของประชาชนจึงกลายเป็นบาดแผลที่ประชาชนสองฝ่ายจะต้องแบกรับร่วมกัน และไม่มีวันที่จะสมานเยียวยาบาดแผลกันได้อีกเลย

เราคงต้องต่อสู้แตกแยกกันไป จนไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าเราจะลุกขึ้นมาหันหน้าประหัตประหารทำร้ายกันอีกไหม เพียงแต่วันนี้ยังโชคดีที่แม้เราจะรู้ว่าคนนั้นคนนี้ฝักใฝ่การเมืองฝั่งไหน เราก็ยังใช้ชีวิตร่วมกันได้ ยังไม่ถึงกับอดกลั้นไม่ได้ที่จะลงไม้ลงมือกันเอง แต่ความคิดแบบนี้ก็จะทำให้สังคมไทยไม่มีวันเป็นเอกภาพอีกแล้ว ความเป็นหนึ่งเดียวกันที่จะกลายเป็นพลังของชาติไม่มีวันที่จะกลับคืนมาในสังคมไทย

ความแตกแยกของคนไทยแบบนี้คนที่ได้ประโยชน์ก็คือนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม วันนี้คนที่มีอำนาจอยู่ถืออำนาจรัฐในมือก็เป็นฝ่ายได้ประโยชน์ วันหน้าอำนาจรัฐเปลี่ยนมือไปอยู่อีกฝ่ายคนที่ถืออำนาจรัฐตอนนั้นก็จะได้ประโยชน์ เพราะความไม่สามัคคีกันของคนใต้ปกครองนั้นเป็นอาหารอันโอชะของนักการเมือง

เราเห็นผลลัพธ์มาแล้วจากความขัดแย้งอันยาวนานของคนไทย ถามว่าเราจะนำพาสังคมไทยกลับไปสู่ภาวะปกติได้ไหม มาสู่ภาวะที่ประชาชนไม่แบ่งฝ่ายยึดมั่นกับนักการเมืองแบบคลั่งไคล้บูชา มาให้น้ำหนักนักการเมืองก็คือตัวแทนของประชาชนที่จะเข้ามาบริหารประเทศที่คนทุกคนต้องร่วมมือกันสรรหาคนที่ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้นักการเมืองใช้ความขัดแย้งของคนในสังคมมาหาประโยชน์

แต่วันนี้เราจะอยู่อย่างไรกับคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่ปฏิเสธและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้ว่าวันนี้พวกเขาจะเป็นส่วนน้อยในขณะที่สังคมไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ แต่วันข้างฝ่ายหนึ่งจะจากไปฝ่ายหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ของสังคมไทย เราจะรักษาคุณค่าของสังคมไทยที่เป็นอยู่เอาไว้ได้ไหมหรือว่าปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องที่จะกำหนดตัวมันเอง

ตอนนี้สังคมไทยเหมือนกำลังจะชักกะเย่อกันโดยมีสองฝ่ายต่างดึงปลายเชือกกันสุดแรง อยู่ที่ฝ่ายไหนจะหมดเรี่ยวแรงก่อน แต่แม้ว่าจะดึงไปทางฝ่ายไหนที่มีแรงมากกว่า ผลสุดท้ายก็จะล้มลงระเนระนาดกันทั้งสองฝ่าย วันนั้นบ้านเมืองก็ไม่มีคนกลางๆที่จะช่วยกันออกมาพยุงทั้งสองฝ่ายให้ลุกขึ้นอีกแล้ว

วันนี้คนที่กำลังดันหลังเด็กให้ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐและรูปแบบของรัฐกำลังฮึกเหิม พวกเขาใช้ช่วงการเปลี่ยนผ่านแผ่นดินเป็นเครื่องมือในการสั่นสะเทือนไปสู่เป้าหมายที่มุ่งหวัง พวกเขาใช้ความเร่าร้อนของเด็กและคนหนุ่มสาวเป็นอาวุธในการทลายโครงสร้างของสังคมไทย โดยไม่ใส่ใจว่าเด็กและคนหนุ่มสาวเหล่านั้นจะเผชิญกับชะตากรรมอย่างไร

ด้วยความโหดร้ายพวกเขาไม่สนใจด้วยว่า สุดท้ายสังคมไทยจะกลายเป็นสภาพปรักหักพังแตกสลายย่อยยับพินาศลงอย่างไร

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan




กำลังโหลดความคิดเห็น...