xs
xsm
sm
md
lg

ทำไมธนาธรต้องไปจ้าง lobbyist ในสหรัฐอเมริกา ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านหรือไม่?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


เรื่องการจ้าง lobbyist ทางการเมืองในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเรื่องปกติ พวกบริษัทต่าง ๆ เวลาจะผ่านกฎหมายในรัฐสภา เช่นบริษัทยาจะต้องมีการจ้าง lobbyist ให้กฎหมายออกมาในทางที่เป็นคุณและทำให้บริษัทยาของตนเองได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นการ lobby เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้าหรือแม้กระทั่งทางการเมืองเองก็ตาม การเมืองสหรัฐอเมริกาเป็นการเมืองแห่งการล็อบบี้ ตกลงกันก่อนจะโหวต และมีการรับทำอาชีพนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองก็กลัวมากว่าการล็อบบี้จะทำให้เกิดการแทรกแซงกิจการภายในประเทศ รวมถึงการเมืองจากต่างประเทศด้วย มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ต้องมีการรายงานหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ National Security Division (NSD) ในกระทรวงยุติธรรม ตามกฎหมาย The Foreign Agents Registration Act (FARA) ซึ่งประกาศใช้ในปี 1938 หรือเกือบ 80 กว่าปีมาแล้ว

FARA นี้กำหนดให้ตัวแทนของหน่วยงานต่างประเทศที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองหรือกิจกรรมอื่น ๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลความสัมพันธ์กับหน่วยงานต่างประเทศนั้น ๆ เป็นระยะ ๆ รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำร่วมกัน ใบเสร็จรับเงินและการเบิกจ่ายเงิน การเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและประชาชนอเมริกันสามารถประเมินได้ว่าการทำงานดังกล่าวในฐานะของตัวแทนหน่วยงานของต่างประเทศ มีความโปร่งใส ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรบ้างกับการเมืองของสหรัฐอเมริกา

หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการบังคับใช้กฎหมาย FARA ก็คือ The FARA Unit of the Counterintelligence and Export Control Section (CES) ในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริก เวลาบริษัท lobbyist กรอกข้อมูลส่งจึงต้องกรอกแบบฟอร์มชื่อ NSD/FARA registration form

แน่นอนว่ารัฐบาลหลายชาติก็จ้าง lobbyist เป็นตัวแทนประเทศของตน หรือแม้แต่นักการเมืองต่างชาติก็จ้าง lobbyist มาช่วย lobby ในรัฐสภาอเมริกันหรือไปเจรจากับนักการเมืองอเมริกันแทนตนเอง บริษัท lobbyist เหล่านี้มีอยู่มากมาย เปิดกิจการใหญ่โตและมีสาขากิจการไปทั่วโลก เพราะรับจ้างทำงาน lobby ให้กับรัฐบาลต่างชาติหรือบริษัทข้ามชาติเป็นต้น ผมเองก็เคยได้ยินมาว่า นช.ทักษิณ ชินวัตรก็ว่าจ้าง บริษัท lobbyist เหล่านี้เข้ามาช่วยในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา ผ่านทางนักการเมือง สื่อ หรือ Council of Foreign Relations (CFR) อันทรงอิทธิพลยิ่ง และมีนาย Joshua Kurlantzick เป็น Senior Fellow อยู่ โดยที่เป็นสื่อมวลชนด้วย และมีงานเขียนที่เป็นปฏิกษัตริย์นิยม (Anti-royalist) ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอย่างรุนแรง ยุทธการพวกนี้เราคงเคยได้ยินและเรียกกันว่า ป่าล้อมเมือง และโลกล้อมประเทศไทย ซึ่งน่าจะมีความมุ่งหมายในการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและโจมตีรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้ส่ง link การเปิดเผยข้อมูลหน่วยงานต่างประเทศของบริษัท lobbyist ระดับโลกแห่งหนึ่ง ปรากฏว่ามีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นลูกค้า บริษัทแห่งนี้ชื่อ APCO Worldwide มีสาขาทั่วโลก (โปรดดูได้จาก https://apcoworldwide.com/about/) และรายละเอียดแบบฟอร์ม NSD/FARA registration ที่กรอกมาโดย APCO worldwide ที่สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://efile.fara.gov/docs/6582-Supplemental-Statement-20190930-2.pdf

ในหน้า 22 ของเอกสารดังกล่าว APCO ได้รายงาน NSD/FARA ว่าได้ลูกค้าใหม่ในรอบ 6 เดือน ชื่อ Thanathorn Juangroonruangkit พร้อมแสดงที่อยู่


ในหน้า 23 ได้เขียนไว้ว่านายธนาธรได้จาก APCA ให้สร้าง engagement และบริการด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์กับหน่วยงานด้านต่างประเทศในสหรัฐอเมริกา โดยต้องการเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้น (ไปในทางไหนกันแน่ - ผู้เขียน) เกี่ยวกับภูมิสภาพทางการเมืองและสังคมในประเทศไทย


ในเอกสารหน้า 25 ได้แสดงให้เห็นว่า APCO Worldwide ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น USAID กรรมาธิการต่างประเทศของรัฐสภา และ Department of State เพื่อจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิสภาพทางสังคมและการเมืองของประเทศไทยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างในสหรัฐ

สำหรับ USAID นั้นคือหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (United States Agency for International Development) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา รับผิดชอบในการสนับสนุนระหว่างประเทศด้านพลเรือนและความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเป็นหลัก มีเงินจำนวนมากมายมหาศาลและเป็นกลไกสำคัญในช่วงสงครามเย็นเพื่อป้องกันการล่มสลายของประเทศต่าง ๆ ไปเป็นคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีโดมิโนและลัทธิแมคคาร์ธีย์ และยังทรงอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างมากมายในปัจจุบัน

ในขณะที่ Department of State รับผิดชอบด้านกิจการต่างประเทศทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นก็ได้มีการติดต่อสื่อมวลชนสหรัฐอเมริกามากมาย ไม่ว่าจะเป็น New York Times หนึ่งในสองหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ Bloomberg สำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐ NBC สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของสหรัฐ มีการติดต่อ NGO ที่ทำงานด้านเสรีภาพของสื่อคือ Freedom House https://freedomhouse.org/ ซึ่งจัดอันดับประชาธิปไตยและเสรีภาพของสื่อ มีการติดต่อ Clooney Foundations for Justice https://cfj.org/ ซึ่งเป็น NGO

การติดต่อดังกล่าวมีทั้งการติดต่อทางอีเมล์ ทางโทรศัพท์ และการพบปะกันโดยตรง ทั้งนี้มีการแสดงรายละเอียดการติดต่อคือวันเวลาในการติดต่อ ในหน้า 27-46 แต่ไม่มีการระบุเนื้อหาที่ติดต่อว่าติดต่อแล้วส่งเผยแพร่เนื้อหาด้านใดออกไปบ้าง ซึ่งจะเป็นเนื้อหาชังชาติใส่ร้ายประเทศไทยหรือไม่ ใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยหรือไม่ ก็อาจจะไปเช็คเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อต่างประเทศต่าง ๆ หลังจากระยะเวลาที่ติดต่อไป ก็จะเห็นความเชื่อมโยงและการใช้ยุทธการ โลกล้อมประเทศไทยเพื่อใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและประเทศไทยอย่างไรบ้างได้โดยไม่ยาก




ทั้งนี้เนื้อหาข่าวเกี่ยวกับสังคมและการเมืองไทยในสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ไม่เป็นไปในทางบวกต่อทั้งประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อาจจะเกิดจากการ lobby ของธนาธร หรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่สังคมอาจจะต้องคิดและวิเคราะห์ดูเพื่อเชื่อมโยงหลักฐาน ทั้งนี้แม้ไม่มีหลักฐานการเข้าพบหรือเนื้อหาที่อยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “อธิบายความเป็นจริงของ สภาพภูมิรัฐศาสตร์ของไทยให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น” แต่การเข้าพบหรือล็อบบี้และสื่อสารดังกล่าว การพบปะพูดคุยกับนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงชั้นสูงของสหรัฐฯ สื่อมวลชน และ NGO ของสหรัฐดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเนื้อหาข้อความใดที่ธนาธรจ้าง lobbyist ไปสื่อสาร หรือแม้แต่การเข้าพบด้วยตนเองของนายธนาธร ซึ่งอาจจะมีมาแล้วเช่นกัน

ในหน้า 51 มีการแสดงการจ่ายเงินของนายธนาธรให้กับ APCO บริษัทล็อบบี้ยิสต์ดังกล่าว


ผมมีคำถามจากการเห็นหลักฐานดังนี้

ประการแรก ผมได้เคยสอบถามไปทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย ว่าเราได้เคยจ้าง lobbyist แบบนี้ในสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เท่าที่ได้ทราบข้อมูล กระทรวงการต่างประเทศของไทยไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ ซึ่งผมกลับมีความเห็นว่า ควรต้องทำ ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ของประเทศไทยจะเสียหาย เพราะมีคนอย่างนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เคยจ้างแบบนี้ และนี่ธนาธร ก็จ้างเช่นเดียวกัน การใช้เงินไปจ้าง lobbyist เช่นนี้ได้ผล ทำให้มีพื้นที่ข่าวใส่ร้ายป้ายสีประเทศไทยหรือไม่

ประการสอง เนื้อหาใดที่ธนาธรไปจ้าง lobbyist สื่อสารกับนักการเมือง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของสหรัฐ สื่อมวลชน และ NGO คาดว่าจะเป็นเนื้อหาที่ชังชาติ ไม่เป็นคุณกับประเทศไทยหรือไม่

ประการสาม การกระทำเช่นนี้ เป็นการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เป็นการเนรคุณแผ่นดินหรือไม่

ประการสี่ การกระทำเช่นนี้ ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกากระทำ ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยหรือไม่

ประการห้า คนที่สอนนายธนาธรทำเช่นนี้ ใช่นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เคยทำเช่นนี้และมีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่ (หรือว่านางสมพรเป็นคนสอนลูกชายก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่น่าจะใช่ นางสมพรไม่น่าจะรู้เรื่อง lobbyist ในต่างประเทศดีขนาดนี้)

ประการหก นายธนาธรยังได้จ้างบริษัท lobbyist อื่น ๆ อีกหรือไม่ และจ้างทำอะไรบ้าง

ประการเจ็ด ถ้าหากมีการสืบสวน สอบสวนโดยฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยใช้เอกสารนี้ อาจจะนำไปสู่การฟ้องธนาธร ในข้อหาการกระทำที่เป็นกบฏได้ อีกข้อหาหนึ่ง ก็เป็นได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...