xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน"แจงวัคซีน3ล็อตถึงไทย-ปี64ได้ครบ63ล้านโดส-ตบปาก"ก้าวไกล"โกหกคำโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- ก้าวไกล อัด"บิ๊กตู่- หมอหนู" จัดซื้อวัคซีนล่าช้าทำเศรษฐกิจ ประชาชนเสียหาย หลังแทงหวย จัดซื้อแอสตราเซเนกา รายเดียว ไม่สนใจ โคแวกซ์ ที่ราคาถูกกว่า ท้าเปิดสัญญาจัดซื้อ ขณะที่ พปชร. ประท้วงวุ่น นำสถาบันฯมาเกี่ยวข้อง ด้าน"อนุทิน" ตบปาก" วิโรจน์" ลอกโซเชียลฯ โกหกคำโต เย้ยในสภาฯทำขึงขัง ด่าสารพัด พอเจอหน้าห้องน้ำ โร่มากราบแทบอก แจงไทม์ไลน์วัคซีน 3 ล็อต ถึงไทยพร้อมฉีด "บิ๊กตู่" เตือนอย่าเอาเรื่องวัคซีนมาโยงให้เป็นปัญหาการเมือง หากได้รับช้า หรือไม่ได้ตามข้อตกลง ต้องรับผิดชอบด้วย สธ. แจง ปี64 ไทยได้วัคซีน 63 ล้านโดส ยันแอสตราเซเนกา ไม่เคยทำคนตาย

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วานนี้ (17ก.พ.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายปัญหาการบริหารวัคซีนผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ก่อให้เกิดปัญหาปากท้องประชาชน เศรษฐกิจชาติพัง เสียหายเดือนละ 2.5 แสนล้านบาท และการอภิปรายครังนี้ ตนจะต้องใส่แมส 2 ชั้น เพราะอาจจะมีหนูตายในสภาฯหลังมีการพูดว่าโควิดกระจอก

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกย่อมหญ้า การท่องเที่ยวสูญหาย คนตกงาน ทำให้เกิดหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 42 คนยากจนเพิ่มขึ้น และเด็กต้องออกจากโรงเรียน พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน จะรู้สึกบ้างหรือไม่ เมื่อมีการระบาดรอบ 2 ยังกล้าประกาศให้ประชาชนอยู่กับบ้าน หยุดทำมาหากิน 14-15 วัน ทั้งที่เป็นความผิดของรัฐบาล เพราะปล่อยให้มีคนลักลอบเข้าประเทศ และบ่อนการพนัน ต่างจากประเทศอื่นๆที่ตื่นตัว และได้รับการฉีดวัคซีนกันแล้ว

นายวิโรจน์ กล่าวว่านอกจากมีการจัดหาวัคซีนล่าช้าแล้วยังกระจุกตัวอยู่ที่ บริษัท แอสตราเซนเนก้า เพียงรายเดียว ไม่กระจายความเสี่ยงไปหลายยี่ห้อ เพราะจะได้รับหรือไม่ได้รับวัคซีนขึ้นอยู่กับผลการวิจัยด้วย ถือว่าเป็นการจงใจใช้คนไทยเดิมพัน ซื้อแอสตราเซเนกา เพียงรายเดียวทั้งที่ของโคแวกซ์ ราคาถูกกว่า และมติครม.วันที่ 5 ม.ค. 64 ก็ไม่ได้ระบุวงเงินจัดซื้อเลย คำถามคือ เมื่อไม่จ่ายเงินล่วงหน้า แล้วจะได้วัคซีนเมื่อใด เมื่อมีนักวิชาการทักท้วง ต่อมาจึงได้มีการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มจาก ซิโนแวค 2 ล้านโดส เพิ่มในไตรมาสแรก ปี 64

นอกจากนี้ กำหนดการได้รับวัคซีน และการฉีดวัคซีนก็เปลี่ยนไปเรื่อย กลับไปกลับมา คำพูดของนายอนุทินจึงเชื่อถือไม่ได้ จึงอยากถามนายกฯ ว่า กล้าเชื่อในสิ่งที่พูดไว้หรือเปล่า เพราะประชาชนอยากรู้ จะได้กลับมาทำมาหากิน หากเชื่อในคำพูดของนายอนุทิน ก็ให้ทั้งคู่สัญญากลางสภาฯได้เลย หากทำไม่ได้ ก็ลาออกไป

นายวิโรจน์ยังเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญาการจัดซื้อวัคซีนจาก แอสตราฯ จะได้รู้ว่าไทยซื้อแพงกว่าประเทศอื่นหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนก็เคยเรียกร้องให้นายอนุทิน เปิดเผยสัญญา แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ แตกต่างจากยุโรป ที่เปิดสัญญาให้ประชาชนดูได้ ไม่เห็นว่า แอสตราฯ จะยกเลิกสัญญา

นอกจากนี้ นายกฯ รู้ว่า สยามไบโอไซเอนซ์ มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ไปเป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจัดหาวัคซีน ในวันที่ 27 พ.ย. 63 แทนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงความรอบคอบ โปรงใส ปกป้องพระเกียรติยศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุระคายเคือง จนเกิดความล่าช้าในการจัดหาวัคซีน และสร้างความระคายเคืองพระยุคลบาท นี่หรือคนที่อ้างว่าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกล้าที่จะเป็นเหลือบ ริ้น ไร ปรสิต โหนนำสถาบันฯ มาเป็นเกราะป้องกันตัวเองความผิดตัวเอง

การอภิปรายของนายวิโรจน์ ในช่วงนี้ ทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำนวนมากลุกขึ้นประท้วงว่า นำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ยุติการอภิปรายโดย นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า "พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรืออย่างไร พูดเรื่องสถาบันฯ จากนั้น นายสิระ ก็ถอนคำพูด ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. ระบุว่า จริงๆแล้ว บิดาเขาตัวดีเลย จนถูกดำเนินคดี มาตรา 112 อาจเป็นเหตุให้นายวิโรจน์ พาดพิงสถาบันฯไม่หยุด จากนั้นน.ส.ปารีณา ก็ถอนคำพูด

ทั้งนี้ นายชวน ก็พยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้พาดพิงพิงต่อสถาบันฯ แต่นายวิโรจน์ อ้างว่าการอภิปรายของตนเพื่อปกป้องสถาบันฯจากนายกฯ และได้ถอนบางคำพูดที่เกี่ยวข้องสถาบันฯ ในที่สุด

ช่วงท้าย นายวิโรจน์ ได้ต่อท้ายสรุปว่า "ประชาชนหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเพราะวัคซีน แต่สุดท้ายต้องสิ้นหวัง สิ้นอนาคต ทั้งนายอนุทิน และพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค. แค่ผมต้องต้องเดินเฉียดใกล้ ผมยังรู้สึกลำบากใจ แค่คิดว่าต้องหายใจเอาอากาศร่วมกันกับสองคนนี้ ผมก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก จึงไม่อาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป และไม่อาจไว้วางใจให้ นายอนุทิน ลูกน้องพล.อ.ประยุทธ์ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ได้เช่นกัน"

"อนุทิน" แจงไทม์ไลน์วัคซีน 3 ลอตถึงไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า ตอนแรกตนได้เตรียมข้อมูลมาเสนอมากมาย แต่พอเจอคำว่าสำเนียงส่อภาษา กิริสาส่อสกุล แล้วคนที่เข้าคุณสมบัตินี้มาใช้ในสภาฯอันทรงเกียรติแห่งนี้ กล่าวโกหกคำโต เพื่อให้ประชาชนสับสน โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรง แทนที่จะให้กำลังใจกัน แต่นำข้อมูลที่ไปเช็กในโซเชียลมีเดีย ไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรมาเผยแพร่ไปยังประชาชน พอบอกว่า รมว.สาธารณสุข เป็นคนน่ารังเกียจ อยู่ใกล้ๆ ก็ยังไม่อยากจะอยู่ด้วย แต่เมื่อซักครู่เจอหน้าห้องน้ำ กราบแทบถึงอก ทำไมต้องมาว่ากันเรื่องนี้ เราไม่ได้เกลียดกัน แทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ถ้าตนบอกบ้างว่า ตนขึ้นมาบนนี้ ตนรีบเอาแอลกอฮอล์ฉีดตรงเนคไท ตน จะรู้สึกอย่างไร

นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่าในเดือนก.พ.นี้ วัคซีนลอตแรกจะมาถึงไทย จำนวน 2 แสนโดส ภายในเดือนมี.ค.ลอตที่ 2จะมาถึงอีก 8 แสนโดส ภายในเดือนเม.ย.ลอตที่ 3 จะมาถึง อีก1 แสนโดส และภายในปลายเดือนพ.ค.หรือต้นเดือนมิ.ย. วัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย ของ แอสตราเซเนกา จะทำการส่งมอบ และนำไปฉีดให้คนไทยได้ครบถ้วน

การที่บอกว่าตนจัดหาวัคซีนล่าช้า เอ้อระเหยลอยชายนั้น ขอเรียนว่าตั้งแต่มีโควิด คำต่อไปที่ตนคิดคือวัคซีน เป็นเหตุให้สถาบันวัคซีน ถึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณถึง 3 พันล้านบาท และต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่รับฟังบุคลากรทางการแพทย์ และสนับสนุนอย่างเต็มที่ กล้าพูดหรือไม่วัคซีนแอสตราเซเนก้า ไม่มีคุณภาพ กว่าที่เขาจะจำหน่ายให้เรา ต้องผ่านกระบวนการทดสอบมามากมาย แล้วประสานแนะนำมายังรัฐบาลว่า มีเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนที่เหมาะสมกับไทย ถ้าไทยได้เป็นฐานการผลิต วัคซีนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยเหลือมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่คนไทย แต่ในกลุ่มอาเซียนด้วย ดังนั้นสถาบันวัคซีนของไทย สามารถให้การสนับสนุนองค์กรใดก็ตามที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพออกมาแจกจ่ายให้คนในประเทศ

"แอสตราเซเนก้า เขาไม่ได้เลือกบริษัทสยามไอโอไซเอนด์ก่อน ก่อนที่เขาจะเลือก เขาได้ไปเยี่ยมดูประสิทธิภาพของบริษัทยาอื่นๆ ในไทยมามากมาย สุดท้ายเขาเลือกบริษัทสยามไบโอฯ เนื่องจากผลิตชีววัตถุในการผลิตวัคซีนที่มีความคงที่ ที่ดีที่สุด ที่สำคัญคือ ผมต้องเร่งหาวัคซีนให้คนไทยทุกคน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมาในเวลาที่เหมาะสม"

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีวัคซีน 63 ล้านโดส ครอบคลุมเพียงพอดูแลกลุ่มเสี่ยง เราบริการจัดการเป็นระบบ ไม่เที่ยวไปหาข่าวร้าย หลบหลู่ ดูหมิ่น บั่นทอนกำลังใจคนทำงาน ไม่ใช้วาจาสามหาว พูดในเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปราย ที่มาบอกว่า เห็นหนูตาย มันก็เน่าพอๆ กับกลิ่นปากเหม็น ไม่ต่างกัน ตนเชื่อว่าตนยังทำประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน และประเทศได้มากกว่า เอาไว้มีโอกาสเข้ามาก่อน แล้วค่อยมาพิสูจน์กัน ยืนยันว่าวัคซีนที่จะให้คนไทย เหมาะสมที่สุด จะไม่มีวันถูกตัดคิว ไม่มีคนมาแย่ง ผู้อภิปรายดูถูกคนไทยมาก ดูถูกบุคลากร ขอให้เข้าใจด้วย เราไม่มีอะไรกัน อยู่ตรงนี้ก็ดุจัง พออยู่ข้างนอกก็ยิ้มใส่กัน

เตือนอย่าเอาวัคซีนมาโยงการเมือง

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงหลังการอภิปรายของ นายวิโรจน์ ว่า ตนจะตอบเท่าที่จะตอบ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะไม่ใช้นักโต้วาที ตนรู้ความเดือดร้อนของประชาชนดี ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วไม่รู้ ก็คงเป็นไปไม่ได้และอาจรู้มากกว่า เพราะมีข้อมูล ไม่ได้เปิดโซเซียลฯอย่างเดียว แต่เอาข้อมูลทั้งหมดมาบริหารจัดการ ไม่ได้มีอำนาจแล้วสั่งทั้งหมดได้เลย แต่ต้องฟังหมอ และฟังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พร้อมดูมาตรการต่างๆ ตลอดจนการให้ได้รับวัคฉีนโดยเร็วที่สุด และดูแลทุกภาคส่วน

เรื่องวัคซีนนั้น ต้องดูผลที่ออกมาด้วย เพราะการฉีดในวาระฉุกเฉิน ไม่ได้ฉีดปกติเหมือนไข้หวัดใหญ่ จึงต้องระมัดระวังด้วยอย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นั่งรอเฉยๆ ไม่ได้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ดังนั้น ถ้าพูดกันแต่ปัญหาความขัดแย้งก็จะไม่เกิดอะไรใหม่ ซึ่งตนมีความเป็นห่วงในการพูดเรื่องวัคซีนจะทำให้เป็นปัญหา

"ผมไม่อยากให้เอาเรื่องนี้มาเป็นปัญหาการเมือง ดังนั้นต้องระมัดระวัง และรับผิดชอบกันด้วย ขออย่าให้มีปัญหา ถ้ามีปัญหา ขอให้จำคำพูดของผมไว้ด้วยว่า ต้องรับผิดชอบ ถ้าอะไรที่ตกลงไว้แล้วไม่ได้ และมีสาเหตุมาจากตรงนี้ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลมาว่าประชาชนคนไทยอยากฉีดวัคซีน 80% และมีอีก 10% ที่ไม่อยากฉีด ส่วนอีก 10% คือคนที่ลังเล จึงไม่แน่ใจว่าผู้อภิปรายนั้นอยู่ในกลุ่มที่ไม่อยากฉีด หรือลังเลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องวัคซีนนั้นทุกประเทศไม่ได้สั่งจองมาวันเดียว แต่ทยอยเข้ามา โดยวันหน้าถ้าเราผลิตในประเทศได้เอง ก็จะดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะร่วมยินดีไปด้วย เพราะประเทศไทยมีการวิจัย พัฒนาจนพร้อมที่จะฉีดวัคซีนทดลองในมนุษย์ได้แล้ว โดยเฟสแรก จะเริ่มวันที่1 มี.ค.64 นี้ จะทดลองกับอาสาสมัคร 210 คน ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีนของ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และองค์การเภสัชกรรม ซึ่งวัคซีนดังกล่าว เป็นวัคซีนเชื้อตายที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ผลข้างเคียงน้อย เก็บรักษาได้ง่าย โดยเราคาดหวังว่าจะสามารถผลิตได้ 25-30 ล้านเข็มต่อปี ถือเป็นอนาคตของประเทศไทย

ในเฟสสอง จะทดลองกับอาสาสมัคร 250 คน จะเริ่มได้ในเดือน เม.ย.-พ.ค. และ เฟสสาม ซึ่งต้องไปทำกับประเทศที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก จะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ ถ้าสามารถทำได้จริงภายใน 1 ปี ก็จะสามารถจดทะเบียนได้ จึงต้องขอชื่นชมคณะวิจัยวัคซีนของไทย นอกจากจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้แล้ว ยังจะสามารถสร้างรายได้ขึ้นมาอีกจำนวนมาก ทั้งนี้เราได้ส่งวัคซีนดังกล่าวไปทดสอบความปลอดภัยในหนูทดลอง ของประเทศอินเดีย ซึ่งพบว่าปลอดภัยดี รวมทั้งการทดสอบกับหนูของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ปลอดภัย ถือเป็นข่าวดีมากสำหรับประเทศไทย นอกจากเราจะมีการนำเข้าวัคซีนจากประเทศจีนแล้ว เราก็จะมีวัคซีนที่ผลิตเองได้ในอนาคตอีก 3 แหล่ง คือทั้งซื้อ การผลิตในโรงงานที่มีอยู่ และการวิจัยพัฒนา

"รัฐบาลต้องคิดในภาพกว้างทั้งหมด เพราะมีความยึดโยงกัน ทั้งเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศ ถ้าผมเอาตัวเลขมาพูดก็จะตีกันตรงนั้นตรงนี้ ยอมรับว่าเป็นการทำงานที่ยากมากพอสมควร แต่ผมก็พร้อมที่จะรับฟังและขอบคุณในคำแนะนำจากทุกคน" นายกรัฐมนตรี กล่าว

สธ. แจง ปี64 ไทยได้วัคซีน 63 ล้านโดส

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แถลงข่าวที่สภา

โดยนพ.เกียรติภูมิ กล่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมาในเรื่องการเตรียมการจัดซื้อวัคซีน เราเตรียมการอย่างดีที่สุดมีการจองไว้แล้วในปี 64 สามารถฉีดให้ประชาชนได้ 63 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ โดยวัคซีนที่ได้มาจะมา3เฟส เฟสแรกจะมาน้อย แต่ระยะหลังจะมามากขึ้น

นพ.โอภาส กล่าวเสริมถึงการบริหารวัคซีนว่า ในเฟสแรกจะมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง อาทิ กรุงเทพฯ จังหวักดในปริมณฑล และ จังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมกันนี้ เรายังมีมาตรการเฝ่าสังเกตการณ์ผู้ที่ได้รับวัคซีน ถ้ามีอาการเจ็บป่วยรุนแรงเข้าโรงพย่าบาล หรือ เสียชีวิตจะมีการชดเชยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ที่ผ่านมาในการทดลองการใช้วัคซีนของ บริษัท แอสตราเซเนกา ไม่เคยทำให้ใครเสียชีวิต


กำลังโหลดความคิดเห็น...