xs
xsm
sm
md
lg

“เราชนะ”หมุนเงิน 2.1 แสนล้านบาท กระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ฝั่งขวาเจ้าพระยา"
"โชกุน"

ครม.มีมติเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เห็นชอบโครงการ “เราชนะ” ให้เงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิดระลอกใหม่จำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน คนละ 3,500 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 2 เดือน ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม โดยจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาลจะทยอยโอนเงินให้ผู้มีสิทธิเป็นรายสัปดาห์ๆ ละ 1,000 บาท รวมทั้งสิ้น 7,000 บาท ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องใช้ให้หมดภายในวันที่ 31พฤษภาคม หากเกินจากนี้จะไม่สามารถใช้ได้ รวมเม็ดเงินทั้งสิ้นประมาณ 210,000 ล้านบาท ที่จะทยอยเข้าสู่ระบบ ผ่านแอป “เป๋าตัง”

เฟซบุ๊กของรองนายกรัฐมนตรี สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ ระบุว่า

“เงิน 2.1 แสนล้านจะมีมูลค่ามากขึ้น 3-4 เท่า เพราะจะถูกกระจายหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจหลายรอบ คนที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจะมากกว่า 31 ล้านคน เพราะคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนจะได้ประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอยของคนที่ได้รับสิทธิ 31 ล้านคนไปโดยอัตโนมัติ เศรษฐกิจฐานรากที่เดินหน้าไปได้แล้วช่วงปลายปี แต่มาสะดุดเพราะการระบาดรอบใหม่จะเกิดโมเมนตัมให้ขับเคลื่อนต่อไปได้

โจทย์ของเราคือ ทำอย่างไรให้เงิน 2 แสนล้านบาทนี้ นอกจากช่วยบรรเทาภาระผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรงแล้ว ยังขยายผลต่อเนื่องให้ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับฐานราก หรือระดับชาวบ้านให้ขับเคลื่อนไปได้ พ่อค้า แม่ค้าในตลาด หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหาร ร้านขายของชำ คนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ นอกจากจะได้รับเงินจากโครงการเราชนะเองโดยตรงแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านโครงการเราชนะด้วย

เราจึงเลือกวิธีให้ “สิทธิแทนเงินสด” รัฐบาลจะโอนเงินผ่านแอปเป๋าตังให้ผู้ได้รับสิทธิเดือนละ 3,500 บาท เอาเงินในเป๋าตังไปซื้อของกิน ของใช้ที่จำเป็น พาครอบครัวไปกินอาหาร ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และร้านสะดวกซื้อ หรือจะใช้จ่ายค่าแท็กซี่ ค่าวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้

วิธีนี้เงิน 2.1 แสนล้านที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ ไม่หายไปไหน แต่จะถูกหมุนไปอีกหลายรอบ ทำให้เกิดการบริโภคภายในประเทศต่อเนื่องไปเป็นลูกโซ่ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน คนตัวเล็กๆ ที่เป็นเจ้าของกิจการจะมีรายได้มากขึ้น จากเงินที่ถูกส่งผ่านโครงการ “เราชนะ” คนที่ไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ แต่มีกิจการเล็กๆ หรือขับแท็กซี่ ก็จะได้ประโยชน์ด้วย”

การพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิจะพิจารณาจากความสามารถด้านรายได้ การมีระบบคุ้มครองทางสังคม และความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ ซึ่งความช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย รับจ้าง เกษตรกร เป็นต้น

ผู้ได้รับสิทธิรับเงินเยียวยาในโครงการ “เราชนะ” จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

เป็นผู้มีสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ทั้งที่มีคุณสมบัติครบและไม่ครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ ทั้งนี้
หน่วยงานของรัฐให้หมายความถึงหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

ไม่เป็นข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด

ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด

ช่องทางการจ่ายเงิน 3 ช่องทาง คือ

- กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13,738,023 คน เบิกจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (ช่อง e-Money) โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

- กลุ่มผู้ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งหรือโครงการเราเที่ยวด้วยกันสำเร็จ และผ่านการยืนยันตัวตนเปิดใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 27 มกราคม 2564 เมื่อผ่านการตรวจสอบข้อมูลและคัดกรองผู้ได้รับสิทธิแล้ว จะเบิกจ่ายผ่าน “เป๋าตัง” จำนวน 3,500 บาทต่อเดือนโดยไม่ต้องลงทะเบียน

- กลุ่มผู้ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลผู้มีบัตรโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกันต้องลงทะเบียนใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 นี้ จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ที่เว็บไซต์ www.เราชนะ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม-12 กุมภาพันธ์ 2564 ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น.

ผู้ที่ได้รับสิทธิเยียวยาในโครงการเราชนะ จะสามารถใช้เงินได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถเริ่มใช้จ่ายเงินผ่านโครงการนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ได้รับสิทธิในกลุ่มอื่นๆ จะสามารถเริ่มใช้จ่ายเงินผ่านโครงการนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...