xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน”แพ้เพราะ“ล้มเจ้า”?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


ห้วงเวลาแห่งปี 2564 ของ “ฉลู” หรือ “วัว” ที่ผู้คนทั้งโลกล้วนเชื่อล่วงหน้าว่า ปีนี้มิใช่ “วัวทอง” เสริมส่งให้ร่ำรวย หากแต่จะเป็นปี “วัวป่วย” ด้วยโรคภัยและเศรษฐกิจตกต่ำ ฯลฯ

โดยเฉพาะในชาติไทยใหญ่อุดม ภายใต้การบริหารของ “นายกฯ บิ๊กตู่” ที่ไม่ทำตามคำพูด ทำให้ชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตรงกันข้าม แนวโน้มผู้คนจะยากจน จะลำบากแสนสาหัสเลือดตากระเด็นยิ่งขึ้นมากกว่า..

ทั้งนี้ ด้วยพฤติกรรมจากผลงานตลอดมาของ “บิ๊กตู่-บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน” กับบรรดาพลพรรคของ“บุคคลทั้งสามนี้” บ่งบอกชัดเจนว่า มิได้รักชาติรักประชาชนอย่างแท้จริงนั่นเอง

คิดง่ายๆแบบตรงไปตรงมา ถ้ารัฐบาล“นายกฯบิ๊กตู่”ดีจริงสมดังคำพูด แน่นอนว่า..วันเวลาที่ผ่านไปกว่า 5 ปี ในขณะที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” มีอำนาจเผด็จการเกินร้อย ก็ต้องมีผลงานอย่างโดดเด่น แก้ต้นเหตุปัญหาที่สำคัญๆให้ชาติกับประชาชน ทั้งเรื่องปราบปรามการโกงชาติ ลดปัญหาความเหลื่อมในสังคม ปฏิรูปชาติมิติต่างๆที่ชี้เป็นชี้ตาย ให้สำเร็จไม่มากก็น้อยล่ะ

ทว่า..ในห้วงเวลานั้น “นายกฯ บิ๊กตู่”กลับมุ่งกระทำแต่เรื่องสืบทอดอำนาจเป็นหลัก ทั้งการออกกฎกติกาต่างๆ และทำรัฐธรรมนูญใหม่ ให้พรรคการเมืองที่หนุนตนได้เปรียบสารพัด โดยไม่คำนึงถึงความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นอกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่สมประกอบมากมายในหลายประเด็นสำคัญ จนเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุปัญหา “นายกฯ บิ๊กตู่” ยังไปดึงตัวนักการเมืองที่เคยร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลโกงชาติ ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของมหาเศรษฐี “บิ๊กเหลี่ยม” จนทำให้การเมืองไทยต้อง “ถอยหลังหัวทิ่มลงคลองน้ำเน่า” อีกครา..
แม้ “บิ๊กตู่” จะได้เป็น“นายกฯ เลือกตั้ง” แต่เป็น“นายกฯ เป็ดง่อย”ไร้พลัง ต่างจาก “นายกฯ มาตรา 44”โดยสิ้นเชิง ด้วยมีพรรคร่วมรัฐบาลแบบร้อยพ่อพันแม่ จนเกิดความขัดแย้งแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ด้วยหลายโครงการทำเพื่อหาคะแนนนิยมเข้าตัวและพรรค มิได้ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ หลายเรื่องหลายราวเกิดการ“เตะตัดขา”และ“แทงข้างหลัง”ในคณะรัฐบาล“บิ๊กตู่” จนเป็นข่าวฉาวโฉ่ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทำให้ “คอการเมือง” เห็นถึงไส้ในว่า “รัฐบาลบิ๊กตู่”ไร้พลังเท่าที่ควร ในการแก้ปัญหาต่างๆทั้งใหญ่น้อย โดยเฉพาะปัญหาสำคัญๆ ของชาติและประชาชนก็แก้ไม่ได้จนทุกวันนี้
เมื่อ “นายกฯ บิ๊กตู่”ไม่แก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติ อีกทั้งไม่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเท่าที่ควร แถมกลับเอื้อให้ “ทุนใหญ่” ทั้งในและต่างชาติ ได้รับประโยชน์สารพัดจนร่ำรวยเงินทองทรัพย์สินเพิ่มทวีคูณ จนความเหลื่อมล้ำในชาติไทยพุ่งกระฉูด เพราะคนรวยรวยยิ่งขึ้น-คนจนจนลงเรื่อยๆไม่หยุดยั้ง ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนถ่างกว้างมากขึ้นทุกวี่วัน
จุดอ่อนของรัฐบาล “บิ๊กตู่” นี่แหละ ที่ทำให้นักการเมืองในเครือข่ายของ “บิ๊กเหลี่ยม” กับ “บิ๊กทอน” ใช้เขย่าขย่มรัฐบาล“นายกฯ บิ๊กตู่” กับพลพรรคในสภาฯ จนปั่นป่วนวุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง
อีกทั้ง “บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน” ยังล่อหลอก “แกนนำม็อบกลุ่มหนึ่ง”ให้เคลื่อนไหว ชุมนุมบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้ “นายกฯ บิ๊กตู่” ต้องลาออก-ต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
และที่สำคัญ “แกนนำม็อบเด็ก” ได้ยื่นข้อเรียกร้องที่ทำไม่ได้ นั่นคือ ให้ “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์”

“ม็อบเด็กสมองกลวง” ได้เผยเป้าหมายแท้จริง ถึงการชุมนุมสามานย์เถื่อนถ่อย มุ่งจะเปลี่ยน ราชอาณาจักรให้เป็น “สาธารณรัฐ” เพื่อโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” ให้สูญสิ้นไปจากชาติกับประชาชนไทยอย่างถาวรนั่นเอง

ส่วนมหาเศรษฐี “บิ๊กเหลี่ยม” กับเครือข่าย ที่เคยเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง แต่ “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” จึงใช้อำนาจโกงชาติและหนุนกลุ่ม “ล้มเจ้า” จนได้รับบทเรียนทั้งถูกยุบพรรค ถูกประชาชนชุมนุมขับไล่ ถูกรัฐประหารโค่นล้มลง แถมถูกยึดทรัพย์ ถูกหมายจับหลายคดี และถูกศาลฯพิพากษาให้ต้องติดคุก ฯลฯ

ทำให้มหาเศรษฐีนักการเมืองขี้โกง ทั้ง “บิ๊กเหลี่ยม” กับ “น้องสาว” ต้องหนีคุกหนีคดีความเตลิดไปอยู่ต่างแดนจนทุกวันนี้

ส่วน“บิ๊กทอน” นักการเมืองหน้าใหม่ลูกมหาเศรษฐี ที่“พ่อ-แม่”หนีความยากจนจากจีน มาอาศัยพระบรมโพธิสมภารของ“พระมหากษัตริย์ไทย” ทำมาหากินอยู่บนแผ่นดินไทย จนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีแสนล้านบาท

ทว่า “บิ๊กทอน”กลับมิได้สำนึกในบุญคุณของ “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” ที่ได้ร่วมกับบรรพบุรุษไทย เสียสละชีวิตปกป้องรักษาเอกราชชาติไทยไว้ได้จนทุกวันนี้

“บิ๊กทอน”ใช้เงินหนุนนิตยสาร “ฟ้าเดียวกัน” ทำลายความมั่นคง ด้วยการโจมตี “สถาบันพระมหากษัตริย์” อีกทั้งยังเข้าร่วมการชุมนุมกับ “กลุ่มแดงล้มเจ้า” ที่ “บิ๊กเหลี่ยม”สนับสนุน จนเกิดการเผาบ้านเผาเมืองในครั้งนั้นอีกด้วย

เมื่อลูกมหาเศรษฐี “บิ๊กทอน” เข้าสู่สนามการเมือง “เขา”ได้ทุ่มเงินให้ “พรรคของตน-กู้” เพื่อบงการอย่างเบ็ดเสร็จในฐานะ“หัวหน้าพรรค” โดย “บิ๊กทอน”ได้เผยถึงธาตุแท้ของตัวตน ในคำให้สัมภาษณ์หลายวาระตลอดมาว่า “สถาบันสำคัญๆ ของชาติ” ต้องโปร่งใส และตรวจสอบได้

แต่ “บิ๊กทอน”ปกปิดเป้าหมายแท้จริงหรือไม่? ด้วยการพูดเฉียดไปมาไม่ชัดเจน ในเรื่องการ“ล้มเจ้า” เพราะเผยเพียงแค่..ถ้ามีอำนาจ “ตน” จะ“เจรจาต่อรอง” กับ “สถาบันสำคัญของชาติ”?

ส่วนเรื่อง “ไม่โปร่งใส”นั้น กลายเป็น “ว่าแต่เขา อิเหนา(บิ๊กทอน)เป็นเอง” ด้วย “บิ๊กทอน” ทำสิ่งไม่ถูกต้อง ในเรื่องการถือหุ้นสื่อ ซึ่งผิดกฎหมาย ทำให้พรรคของ “บิ๊กทอน” ถูกยุบหลังเข้าสภาฯ ไปแล้ว

มีผลให้ “บิ๊กทอน” กับพวกกลุ่มหนึ่ง ต้องหลุดจากการเป็น สส. พรรคต้องเปลี่ยนทั้งชื่อกับหัวหน้าพรรค แต่ “บิ๊กทอน” ยังคงเป็นคนบงการเหมือนเดิม โดย “บิ๊กทอน” ได้ตั้งกลุ่มการเมือง เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.

ห้วงนั้น“บิ๊กทอน” กับพลพรรค ทำทุกวิถีทางทั้งในและนอกสภา เพื่อขับไล่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ถึงขนาดออกมาเรียกร้อง ให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมกับ“ม็อบร้อยชื่อ” ที่ “บิ๊กทอน-บิ๊กเหลี่ยม”กับ “กลุ่มนักวิชาการ” แอบสนับสนุนทั้งเงินทอง และข้อมูลที่บิดเบือนกระทั่งเท็จทั้งดุ้น

ทำให้ “แกนนำม็อบร้อยชื่อ” ใช้ข้อมูลเท็จและวาจาหยาบคายเถื่อนถ่อย จัดกิจกรรมก้าวร้าวจาบจ้วง ผิดกับข้ออ้างจะ“ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์”

ต่อมาความจริงจึงถูกเผยตามมาว่า แกนนำม็อบต้องการจะโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” เปลี่ยนจากราชอาณาจักรให้เป็นสาธารณรัฐนั่นเอง

“บิ๊กทอน” กับ “บิ๊กเหลี่ยม”หนุน “ม็อบล้มเจ้า” ให้เคลื่อนไหวป่วนชาติบ้านเมือง โดยไม่สนใจชาติและประชาชน จะเสียหายใหญ่หลวงสักปานใด ท่ามกลางการระบาดของ “โควิด-19” และซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ยิ่งตกต่ำ ฯลฯ

แต่ “บิ๊กทอน-บิ๊กเหลี่ยม-อีแอบ”ทั้งหลาย ถูกเปิดโปงออกมาอย่างล่อนจ้อน โดย “บิ๊กทอน”ที่เรียกหาความโปร่งใส ให้สามารถตรวจสอบ “สถาบันสำคัญของชาติ”นั้น ทว่า “ครอบครัวบิ๊กทอน”กลับทำเรื่องไม่โปร่งใส ด้วย “น้องชาย” หวังจะฮุบที่ดินล้ำค่าของ “พระมหากษัตริย์” ด้วยการ “ติดสินบน(ว่ะ)”

แถม “เรือยอร์ชหรู”ราคาเกือบ 100 ล้านบาท ที่ “บิ๊กทอน” กับ “น้องชาย” ถือหุ้นอยู่ 40% ร่วมกับเพื่อน “บิ๊กทอน” อีก 2 คนที่ถือหุ้น 60% เกิดเรื่องไม่โปร่งใสว่า ทำไม “เรือยอร์ชลำนี้”ต้องจดทะเบียนไกลถึง “เกาะคุค” หรือเกาะฟอกเงินของนิวซีแลนด์?

เมื่อ “บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน” ยังหนุน “ม็อบล้มเจ้า” จึงถูกประชาชนไทยสั่งสอน ด้วยการลงโทษแบบ“กรรมติดจรวด” จากการเลือกตั้ง “นายกฯ อบจ.” ที่เพิ่งผ่านไป

โดยพรรค “บิ๊กเหลี่ยม”ส่งผู้สมัคร 25 คน แต่ได้ “นายกฯ อบจ.”แค่ 9 คน! ส่วน “บิ๊กทอน” ส่งผู้สมัครลงมากกว่า 40 คน แต่ไม่ได้แม้แต่คนเดียว(ว่ะ)!!!

2564 “บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน” กับ “แกนนำม็อบล้มเจ้า” แนวโน้มว่า “พ่ายแพ้-ติดคุก-ลี้ภัย” แล้วล่ะ!

2564 “บิ๊กตู่”จะอยู่หรือไป..ต้องตามดูชนิดอย่ากะพริบตา(นะว้อย)!!

ทั้งนี้เพราะการเมืองไทย “ไม่มีอะไรแน่นอน”..นั่นเอง!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...