xs
xsm
sm
md
lg

คณะอนาคตใหม่แต่ฝันเก่า

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ



การยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ผมเองก็เขียนบทความอธิบายข้อกฎหมายกับข้อเท็จจริงแบบฟันธงไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยอมรับเหมือนกันว่า ตอนท้ายๆ ผมก็ไขว้เขวไปว่า ศาลอาจจะอิงกับกระแสสังคมเดินไปสุดทางแค่ตัดสิทธิกรรมการบริหารแต่ไปไม่ถึงขั้นยุบพรรคเพราะกลัวว่า หากยุบแล้วอาจจะเกิดความวุ่นวายได้

แต่ครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญยึดหลักกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไม่หวั่นเกรงต่อกระแส แล้วสุดท้ายก็ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นอย่างที่กลัวกัน แม้คืนนั้นปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคจะปลุกคนให้ออกมาชุมนุมที่พรรค ผมเชื่อว่าคืนนั้นถ้ามีคนมากันเยอะมืดฟ้ามัวดิน ก็อาจจะเคลื่อนลงถนน แต่เท่าที่สอบถามผู้สื่อข่าวบอกคนมาไม่มาก สุดท้ายก็เลยแยกย้ายกันกลับบ้านนอน

ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว คนที่ออกมาคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ก่อนศาลตัดสินนั้น เขาไม่ได้พูดเรื่องข้อเท็จจริงที่ถูกร้องไปยังศาล ไม่ได้พูดเรื่องผิดหรือถูก แต่พูดทำนองว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นศัตรูกับอำนาจรัฐ ดังนั้นจึงต้องถูกยุบพรรคกำจัดให้พ้นทาง กระทั่งประเทศไทยไม่เปิดโอกาสให้มีความคิดต่าง ถ้าพูดกันแบบนี้ ก็เท่ากับว่า เขาไม่สนใจข้อเท็จจริงแล้ว แต่เป็นตีรวนเท่านั้นเอง

ลองไปอ่านแถลงการณ์ในเว็บ change.org ที่พวกเขาออกมารณรงค์สิครับ ว่า เป็นการปลุกระดมโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงเลย มีแต่การสร้างวาทกรรมที่บิดเบือนราวกับว่ายุคนี้การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่ยาก กระทั่งปั่นกันว่า การปกป้องอนาคตใหม่เป็นการปกป้องประเทศไทย

แถมมีคนที่มีความรู้เข้ามาลงชื่อจำนวนไม่น้อย ถามว่า เขาลงชื่อด้วยการดูข้อเท็จจริงกับคำรณรงค์ที่เชิญชวนให้พวกเขามาลงชื่อว่าตรงกับคำร้องเรื่องที่ศาลกำลังพิจารณาหรือไม่ ผมว่าไม่หรอก แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ เป็นอุปทานหมู่เท่านั้นเอง

จะว่าไปก็คือเป็นกระแสแห่แหนกันแบบกลัวตกขบวนก็ว่าได้ เหมือนยุคแฮปปี้ก็ต้องดูดกัญชาอะไรทำนองนั้น

ทั้งที่จริงแล้วไม่มีใครปิดกั้นใครในทางการเมือง ประเทศนี้เปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับคนทุกฝ่าย เพียงแต่ทุกประเทศในโลกนี้ต้องมีกฎหมายที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน

ถ้าถามผมว่าการมีพรรคการเมืองแบบอนาคตใหม่เป็นเรื่องที่ดีไหม คำตอบก็คือ เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้การเมืองมีตัวเลือกใหม่ที่เข้ามาแข่งขัน สมาชิกพรรคอนาคตใหม่หลายคนแม้จะเป็น ส.ส.สมัยแรกก็ทำหน้าที่ได้ดี และสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในสภาฯ ที่เคยเต็มไปด้วยโวหาร คำเสียดสี เหน็บแนม มาเป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์มีข้อมูลที่จับต้องได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งทำให้อดีต ส.ส.หลายคนต้องปรับตัว

แต่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ต้องการแค่เข้าไปแสดงบทบาทในสภาฯ พวกเขาใฝ่ฝันว่าจะได้อำนาจรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมสังคมแบบเก่า เพื่อลบล้างจารีตประเพณีแบบเก่า ท้าทายศรัทธาของสังคมไทย แสวงหาฟ้าสีทองผ่องอำไพ คนเท่าเทียมกันรอวันที่ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และความหวังที่ไกลกว่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

การเป็นคนรุ่นใหม่ นำเสนอทางการเมืองด้วยภาพแบบใหม่ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย การพูดถึงค่านิยมจารีตประเพณีที่เก่าคร่ำครึของสังคม ทำให้เขาได้ใจคนหนุ่มสาวจำนวนมาก เพราะวิถีขบถกับช่วงวัยของคนหนุ่มสาวนั้นเป็นอะไรที่สอดคล้องกัน ช่วงเด็กที่ผมฟังเพลงเพื่อชีวิต เขียนบทกวี และอ่านหนังสือโรเนียวที่ผลิตจากป่าก็เลือดสูบฉีดแบบนี้

มันยังทำให้คนเฒ่าคนแก่รุ่นหลงเข้าป่าที่ยังฝันค้างเคียดแค้นระบอบชิงชังเรื่องเก่าๆ อยู่พลอยมีเลือดที่สูบฉีดไปด้วยพากันออกจากความหดหู่มาเพื่อสานภารกิจก่อนไปสู่เชิงตะกอน

แล้วเป็นเรื่องโชคดีของพรรคอนาคตใหม่ที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบทำให้คนที่ไม่ต้องการเลือกฝั่งอำนาจรัฐในเกือบ 100 เขต หันมาเทคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้ส่งคนลงสมัคร ซึ่งเป็นการวางแผนทางการเมืองที่ผิดพลาด และทำให้เบอร์ใหญ่ๆ ของพรรคไม่ได้เข้าสภาฯ แล้วเมื่อมาบวกกับกระแสฟีเวอร์ในหมู่คนรุ่นใหม่ก็ทำให้คะแนนของพรรคบวกกันจนได้จำนวน ส.ส.มากอย่างเหนือความคาดหมาย กระทั่งกลายเป็นความลำพอง

การถูกเอาชื่อไปโหวตแข่งนายกรัฐมนตรีกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยิ่งจะทำให้เขารู้สึกฟินไม่น้อย ว่ามีโอกาสเข้าใกล้สิ่งที่เขาคาดฝันแค่เอื้อม แม้ว่าจริงแล้วพรรคเพื่อไทยจะเปิดทางให้เพราะรู้ว่าไม่มีโอกาสชนะนั่นเอง

ดูเหมือนว่าจะพยายามพูดถึงนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศในทางสังคมและเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่ก็แผ่วเบาเหลือเกิน เขาใช้เวลาไปกับการพูดถึงเรื่องอุดมคติ พูดถึงความเท่าเทียม เผด็จการทหารอภิสิทธิชน สิทธิเสรีภาพ การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีอะไรต่อท้าย

ที่หมกหมุ่นหนักมากคือ การปฏิวัติ 2475 เขาบอกว่าเขาต้องการสานต่อภารกิจที่ยังไม่สำเร็จของคณะราษฎรโดยบอกว่า พรรคอนาคตใหม่จะสานต่อการสร้างประชาธิปไตยที่เป็นอำนาจสูงสุดของประชาชนราวกับว่าวันนี้ประเทศไทยถอยหลังไปไกลกว่า 2475 แล้ว

ทั้งที่มันเป็นไปไม่ได้เลย ในยุคที่ทุกอย่างถูกดิสรัปชันด้วยเทคโนโลยี ไม่ว่าประชาธิปไตยที่เป็นระบบความคิดไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำ วันนี้ประชาชนมีเครื่องมือสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพราวกับทุกคนมีหูทิพย์และตาทิพย์ เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็รู้เห็นได้ยินเหมือนกันหมด แม้ใครมีอำนาจขนาดไหนก็ยากจะพาประเทศถอยไกลไปขนาดนั้นได้

แต่ความฝันความหวังในวันเก่าเหมือนกับว่า ต้องการเดินทางต่อจากคณะราษฎรซึ่งเป็นฮีโร่ของพวกเขาที่สามารถลดทอนบทบาทและสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญได้ แต่อะไรคือสิ่งที่เขาบอกว่าต้องการมากกว่านั้น อะไรคือภารกิจที่คณะราษฎรยังทำไม่สำเร็จและเขาฝันว่าจะสานต่อนั้นคืออะไร ดูเหมือนเขาจะยังไม่กล้าพูดความฝันของเขาออกมาตรงๆ

สิ่งดีคือธนาธรสร้างความหวังให้คนรุ่นใหม่ได้ตื่นตัวทางการเมือง แต่การเดินเกมที่ผิดพลาดคือความทะยานอยากในอำนาจของธนาธรที่เขาเคยสัมภาษณ์เอาไว้ว่าความมุ่งหมายของเขาคือ “มีอำนาจมากที่จะไปต่อรองกับXXXX”

วันนี้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว เพราะความผิดพลาดของตัวเอง น่าเสียดายโอกาสของคนหนุ่มสาวการสร้างพรรคการเมืองสักพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาทำได้สำเร็จสามารถเขย่าการเมืองเก่า และท้าทายค่านิยมเก่าของสังคมไทย

เพียงแต่เขาอย่าเดินแบบเดียวกับที่คณะราษฎรเคยผิดพลาดมาแล้ว นั่นคือการชิงสุกก่อนห่าม ในวันที่คนส่วนใหญ่เขาต้องการการอยู่รอดจากการดำรงชีพในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ถ้าเขามุ่งมั่นจะหาทางออกให้กับสังคมไทยในเรื่องนี้ แทนที่จะมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐที่เขาฝัน แล้วทำให้สังคมไม่เกิดความหวาดระแวง บางทีเขาอาจจะไปใกล้ความฝันกว่านี้ก็ได้

น่าเสียดายความหวังของคนรุ่นใหม่ที่แม้วันนี้จะแปรไปเป็น “คณะอนาคตใหม่” ควรจะพาชาติก้าวไปข้างหน้าแต่ผิดพลาด เพราะไปยึดมั่นอยู่กับความฝันเก่าและความทะยานอยากที่ไกลตัว

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
กำลังโหลดความคิดเห็น...