xs
xsm
sm
md
lg

จีนประณามนักการเมืองไทยให้ท้ายม็อบฮ่องกง ติงกระทบสัมพันธ์2ประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สถานทูตจีนประจำประเทศไทย” ออกโรงประณาม "ม็อบฮ่องกง" ก่อความรุนแรงยืดเยื้อกว่า 4 เดือน จงใจให้นองเลือด-ทำลายความสงบสุข ชี้ "นักการเมืองไทย" บางคนสนับสนุนกลุ่มที่คิดจะแยกประเทศ ซัดผิดร้ายแรง-ไร้ความรับผิดชอบ หวังระมัดระวังมากขึ้น "ชลิตา" โพสต์ยืนยันมีเสรีภาพในการอภิปราย รธน. “มาตรา 1” ไม่เข้าลักษณะความผิดตาม ม.116 ระดมนักวิชาการสู้คดีที่ กอ.รมน. ฟ้องแบบเหมาเข่ง ศาล รธน.ไม่เอาเรื่อง “พ่อจอห์น” ปมทวีตเหน็บไม่สั่ง 32 ส.ส.รัฐบาลหยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังขออภัยพร้อมเยียวยา

วานนี้ (10 ต.ค.) เฟซบุ๊ก "Chinese Embassy in Bangkok" ของสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความระบุว่า โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ความเห็นเกี่ยวกับกฎบังคับในเรื่องห้ามสวมหน้ากาก ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. โดยห้ามผู้ชุมนุมสวมใส่หน้ากาก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการระบุตัวตนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ละเมิดถือว่าทำผิดกฎหมาย พร้อมบรรยายสถานการณ์ความรุนแรงที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลามากกว่า 4 เดือน โดยมีการทำลายร้านค้า รถไฟใต้ดิน และสาธารณูปโภคอื่นๆในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง อีกทั้งได้จุดไฟเผา โยนระเบิดขวดโจมตีสถานที่ราชการ และสถานีตำรวจ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เลือกหน้า พวกเขาจงใจสร้างเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมา ความรุนแรงได้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการท้าทายกฎหมายอย่างรุนแรง ทำลายความสงบสุขของสังคมฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป

“กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย" เฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok ระบุ

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เฟซบุ๊ก 黃之鋒 Joshua Wong ของโจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยคนสำคัญของฮ่องกง ได้เผยแพร่ภาพถ่ายคู่กับ นักการเมืองไทยคนหนึ่ง ระหว่างร่วมงานประชุม Open Future Forum ที่ฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ก่อน

“ชลิตา”ยันมีเสรีภาพวิพากษ์มาตรา 1

ขณะที่ นางชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chalita Bundhuwong หลังจากก่อนหน้านี้ตกเป็น 1 ใน 12 รายที่ถูก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 กรณีจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า เป็นเสรีภาพในการอภิปรายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงมาตรา 1 เนื่องจากได้ปูพื้นให้เห็นถึงความเป็นมาและลักษณะของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอว่าการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ จึงไม่เข้าลักษณะความผิดตามมาตรา 116 ในประมวลกฎหมายอาญา การแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดโดย กอ.รมน.เป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ถูกกล่าวหา ฉะนั้น พวกเราจะต้องไม่หลงประเด็นไปกับวิวาทะการฟ้องเหมาเข่ง ฟ้องเหมารวม และไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สมควรจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

นางชลิตา เปิดเผยด้วยว่า พร้อมเต็มที่ในการต่อสู้คดีเพื่อยืนยันถึงหลักการ ตอนนี้ก็เริ่มเตรียมข้อมูลต่างๆ เตรียมหานักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา รัฐศาสตร์ นักสิทธิมนุษยชน ฯลฯ ที่จะมาเป็นพยานให้การไว้แล้ว

ศาล รธน.ปราณี “พ่อจอห์น” หลังขออภัย

วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ได้พิจารณากรณีที่นายโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบิดานายวิญญู หรือจอห์น วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรรายการทีวี โพสต์ข้อความวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องคำสั่งรับคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ 41 ส.ส. กรณีถือครองหุ้นสื่อ แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เหมือนกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายโกวิท ได้มาพบเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ถ้อยคำชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งเลขาธิการฯ ได้ให้นายโกวิทพิจารณาถึงผลที่ต่างกันในข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงและกระบวนการที่ได้มาในข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันของ 2 กรณี เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง นายโกวิทได้เข้าใจ โดยขออภัยต่อศาล และเยียวยา โดยอธิบายข้อเท็จจริงความเห็นในทวิตเตอร์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจในเนื้อหาของการชี้แจงแล้ว

“เห็นว่าความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีการวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีที่มิได้กระทำโดยสุจริต โดยใช้ถ้อยคำที่มีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย ตามมาตรา 83 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายโกวิท ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและขออภัยต่อศาลแล้ว” เอกสารข่าว ระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...