xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ก็มาดิครับ! “อนุทิน”ท้ารบคนขู่ฆ่านักวิชาการแบนสารพิษเคมีเกษตร ซัด“หน้าตัวเมีย-กระจอก”"เดี๋ยวตบให้”ยืนยัน “ภูมิใจไทย”ชัดเจน หากคณะกรรมการฯ จะประชุมก็ขอให้โหวตแบบเปิดเผย อย่าโหวตลับ จะได้รู้กันไป

เรื่องของการ"แบนสารพิษเคมีเกษตร" ที่เล่นหนักข้อขึ้นทุกวัน แรงถึงขั้นมีข่าวปูดออกมาขู่จะเอาชีวิต “นักวิชาการ”ที่ออกโรงสนับสนุนให้แบน ... เมื่อความไปถึง “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เลยจัดหนัก ท้ารบคนที่ขู่ให้รู้กันไป
"เสี่ยหนู" กลัวซะเมื่อไหร่ บอกเลยว่าถ้าแน่จริงมาขู่ตัวเองสิ ไปขู่นักวิชาการ ขู่รมช.เกษตรฯ "น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์" แล้วได้อะไรขึ้นมา มีแต่“หน้าตัวเมีย คนกระจอก” ที่ทำแบบนี้ กล้ามั้ยที่จะไปขู่ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” พี่ชายน.ส.มนัญญา
พวกที่ไปขู่แบบนี้ “เสี่ยหนู”ยังตั้งคำถามอีก ทำไมไม่ออกมาบอกว่า สารพิษมันดีอย่างไร มานั่งดีเบตกัน ถ้าบอกว่าดีเพราะต้นทุน แต่คนตายไม่เป็นไร ก็ออกมาพูด ของพวกนี้ไม่รู้จะแกล้งเซ่อไปถึงไหน...
ตอนนี้ สังคมรู้กันว่า พรรคภูมิใจไทย โดย"น.ส.มนัญญา" รมช.ที่รับผิดชอบ สู้เรื่องนี้สุดตัวถึงขั้นตามติดบี้งานจากกรมวิชาการเกษตร ที่ส่งเอกสารล่าช้าด้วยตัวเอง จนเป็นที่มาของการเดิมพันตำแหน่ง ท้าให้ถอดถอนได้ถ้าไม่พอใจกันมาแล้ว...
ขณะที่วันก่อนก็มีข่าวปูดออกมาอีกว่า "นอมินี" ของทุนใหญ่ข้ามชาติพลุกพล่าน เดินสายล็อบบี้ไปนู่นมานี่ กันฝุ่นตลบ โดยร่ำลือกันว่าจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง มีค่าน้ำร้อนน้ำชา สะพัดกันเป็นพันห้าร้อยล้าน !
ไผเป็นไผ ของแบบนี้ประเดี๋ยวได้มีรายการแฉกันออกมาไม่ต้องห่วง...
แต่นับว่า พรรคภูมิใจไทย มีจุดยืนชัดในเรื่องนี้ วางตัวตั้งแต่ต้นว่าจะเร่งแบนสารพิษเคมีเกษตรโดยเร่งด่วน และยังจะเดินหน้าต่อไป แม้จะมีขบวนการคอย“ปัดแข้งปัดขา”ไม่ให้เดินได้สะดวก
อย่างล่าสุด “อนุทิน”เล่าให้นักข่าวฟัง บอกว่าเมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีจดหมายจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เขียนมา ตัวเองเห็นแล้วก็ฉีกทิ้ง เรียกคนที่รับผิดชอบให้ไปเขียนใหม่ โดยให้ระบุชัดๆ ว่า กระทรวงสาธารณสุขคัดค้าน “ต้องหยุดเดี๋ยวนี้”ไม่ใช่ให้ตามเรื่องไปก่อน แล้วจะมีมาตรการหยุดต่อไป !
"เสี่ยหนู" รวมทั้ง "น.ส.มนัญญา" จริงจังเบอร์นี้ แน่นอนว่า 51 เสียงของพรรคภูมิใจไทย คณะกรรมการวัตถุอันตราย ในสัดส่วนกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทย กำกับดูแล ย่อมเห็นด้วย...
เมื่อฝ่ายนโยบายเป็นอย่างนี้ ฝ่ายปฏิบัติ 29 คน ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะสวนนโยบายรัฐบาลก็ต้องมาแก้ไข หากคณะกรรมการฯ จะประชุม ก็ขอให้โหวตแบบเปิดเผย อย่าโหวตลับ “แมนๆหน่อย”จะได้รู้กันไปเลยว่า ใครรักประชาชน ใครเกลียดประชาชน... นี่คือ "อนุทิน" ที่เอ่ยดังๆ ย้ำจุดยืน
ต้องปรบมือให้ “เสี่ยหนู”รัวๆเลยงานนี้

** "เสี่ยมิซูชิต้า" เสียท่าแก๊ง "สามเกลอสู้แล้วรวย" ถูกกล่อมให้เปิดบัญชีรับเงินบริจาค สนับสนุนการเคลื่อนไหวม็อบเสื้อแดง สุดท้ายโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 572 ล้าน ไม่มีจ่าย ต้องกลายเป็นคนล้มละลาย ถูกอายัดทรัพย์

วิบากกรรมแกนนำ "กลุ่มเสื้อแดง" ช่วงนี้ถึงเวลาต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้ ในช่วงที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง รับใช้ "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร บางคนต้องโทษติดคุก ติดตะราง บ้างต้องหลบหนีคดี ไปตกระกำลำบากในต่างแดน ... แต่รายนี้ "สมหวัง อัสราษี" ถึงล้มละลาย ถูกอายัดทรัพย์ หมดเนื้อหมดตัว จนต้องออกมาประจานพวกพ้อง ประจาน"ความโง่" ของตัวเองผ่านโซเชียลฯ
"ใครไม่โดนกับตัวเองจะไม่รู้ว่าหนักแค่ไหน แบบเดียวกับผม ผมอยู่ นปช. มีแต่ใจเกินร้อยกับพี่น้อง แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังมีชะตากรรมที่ต้องแบกรับแทนคนอื่น สามเกลอ ใช้ผมไปเปิดบัญชีเพื่อรับเงินบริจาค และกิจกรรมอื่นๆ โดยที่พวกเขาไม่ยอมใช้ชื่อตัวเองไปเปิดบัญชีรองรับเงิน เพราะเขารู้ว่าจะถูกสรรพากรประเมินเสียภาษี ผมจะเอาที่ไหนไปจ่าย ก็เลยโดนฟ้องล้มละลาย และตอนนี้โดนอายัดทรัพย์ และอายัดบัญชีทั้งหมด เหลือแต่ตัวแล้วครับ แถมเป็นบุคคลล้มละลายด้วย ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ผมมันโง่เอง รักพวก จนไม่คิดถึงชีวิตและอนาคตตัวเอง บทเรียนที่แสนแพงในชีวิต ฉิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่า เพื่อน" ...
"สมหวัง"โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว โอดครวญ ที่ถูกกรมสรรพากรฟ้องล้มละลาย และอายัดทรัพย์สินทั้งหมด จากก่อนหน้านี้ที่ถูกกรมสรรพากรประเมินภาษี เรียกเก็บเงินภาษีย้อนหลัง เป็นเงินถึง 572 ล้านบาท จากการใช้ชื่อตัวเองไปเปิดบัญชี "รับเงินบริจาค" เพื่อนำมาใช้ในการทำกิจกรรม เคลื่อนไหวในนามกลุ่มนปช. ซึ่ง "สามเกลอ" ที่ถูกกล่าวถึงก็คือ "วีระกานต์ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" นั่นเอง
"สมหวัง อัสราษี" ในช่วงที่เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มเสื้อแดงนั้น เป็นที่รู้จักกันในนาม "เฮียหวัง..เสี่ยมิซูชิต้า" ถุงเงินของกลุ่มเสื้อแดง ...เพราะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คือ เป็นประธานบริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอเนชั่นแนล จำกัด จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายรายการ แต่ที่รู้จักกันดีก็คือ "พัดลมมิซูชิต้า" ... นอกจากนี้ยังเป็นประธาน
กรรมการบริหารบริษัทกรุงสยาม เครื่องดื่ม จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังบรรจุกระป๋อง ยี่ห้อ Commando หรือ "หมีคอมมานโด"
ด้วยความที่เป็น "เสี่ย" และยังเป็นผู้เปิดบัญชีรับบริจาค จึงอยู่ติดเวทีตลอด คอยรับเงิน จ่ายเงิน ทำให้มีความสนิทสนมกับ "เต้น" ณัฐวุฒิ หนึ่งใน"สามเกลอ"เป็นพิเศษ และยังส่งให้ภาพของ "เฮียหวัง" เป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มเสื้อแดงไปด้วย ...
หลังเสร็จศึก ในปี 2555 "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับการปูนบำเหน็จให้เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เขาก็ได้ดิบได้ดีตามไปด้วย ในตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และเมื่อ "เต้น" ถูกโยกไปเป็น รมช.พาณิชย์ เขาก็ยังได้ตามไปเป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ที่กระทรวงพาณิชย์
แต่ถึงวันนี้ วันที่ "ระบอบทักษิณ" หมดอำนาจ แกนนำหลายคนก็ถึงเวลา "รับกรรม" ที่ได้ทำเอาไว้ โดย "เฮียหวัง" ถึงกับโอดครวญว่า เป็นบทเรียนที่แสนแพงในชีวิต ทำเอาฉิบหายทั้งตระกูล...
อีกคนที่เดือดร้อนเพราะรับใช้ระบอบทักษิณ ซึ่งอาการหนักไม่แพ้ "เสี่ยมิตซูชิต้า" ก็คือ "หมอโด่ง" พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีการกระทรวงพาณิชย์ (บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ) ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกไปแล้ว 50 ปี จากเรื่อง"ทุจริตขายข้าวแบบจีทูจี "ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่นกัน ...แต่บังเอิญเจ้าตัวได้หนีไปเสียก่อน ... ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัว มารับโทษ และยังมีคำสั่งให้ริบทรัพย์ ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารของพ.ต.วีระวุฒิ และครอบครัว รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 896 ล้านบาท พร้อมดอกผลของทรัพย์สินที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย

--------------

รูป --อนุทิน ชาญวีรกูล
-สมหวัง อัสราษี- ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ -จตุพร พรหมพันธุ์ - วีระกานต์ มุสิกพงศ์ -พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ

กำลังโหลดความคิดเห็น...