xs
xsm
sm
md
lg

พระพุทธรูปปางอุลตร้าแมน : ทำลายหรือส่งเสริม

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง


สิ่งที่เตือนใจให้ระลึกถึงเรียกว่า เจดีย์ในศาสนาพุทธหมายถึง สิ่งที่เคารพบูชา ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้ามีอยู่ 4 ประเภทคือ

1. ธาตุเจดีย์ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ รวมไปถึงเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

2. บริโภคเจดีย์ ได้แก่ สถานที่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า เช่น สังเวชนียสถาน 4 เป็นต้น และสิ่งของที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สอย เช่น บาตร และจีวร เป็นต้น

3. ธรรมเจดีย์ ได้แก่ วัตถุที่บรรจุคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เช่น ใบลานที่บรรจุหลักปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น

4. อุเทสิกเจดีย์ ได้แก่ สิ่งที่สร้างอุทิศพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธรูปและพระพุทธบาท เป็นต้น

ชาวพุทธทุกคนเคารพนับถือเจดีย์ทั้ง 4 ประเภท ในฐานะเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะพระธรรมวินัย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงมอบหมายให้เป็นศาสดาแทน เมื่อพระองค์ล่วงลับไปแล้ว ตามที่ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า ดูก่อน อานนท์ ธรรมและวินัยที่เราตถาคตแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่ท่านทั้งหลาย ธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาแทน เมื่อเราตถาคตล่วงลับไปแล้ว (โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา)

ดังนั้น เมื่อมีใครสักคนกระทำการใดๆ ซึ่งไม่บังควรแก่เจดีย์ประเภทใด ประเภทหนึ่งใน 4 ประเภทนี้ ชาวพุทธผู้ศรัทธาเลื่อมใส และเคร่งครัดในการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ เห็นแล้ว ฟังแล้วขวางหู ขวางตา เนื่องจากสวนทางกับความเชื่อ และประเพณีเดิมซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน ก็จะแสดงความไม่พอใจ ด้วยเห็นว่า การกระทำนั้นเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ดังที่ได้เกิดขึ้นในกรณีของนักศึกษาหญิงจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ได้วาดภาพพระพุทธรูปเป็นอุลตร้าแมน และได้นำภาพนี้ออกแสดงในงานนิทรรศการภาพเขียน

ในทันทีที่ภาพนี้ถูกเผยแพร่ไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่ลบและแง่บวก

ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ ได้อ้างว่าเป็นการกระทำที่เรียกได้ว่า เป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา โดยที่คนกลุ่มนี้มิได้มองลึกลงไปถึงเจตนาของผู้วาดภาพนี้ ซึ่งเปิดเผยภายหลังว่าต้องการจะยกย่องพระพุทธเจ้า มีฤทธิ์เดชในการปราบมาร และช่วยเหลือมนุษย์เหมือนอุลตร้าแมน แต่มองภาพนี้โดยยึดหลักที่ถือปฏิบัติกันมาแต่ดั้งเดิมว่า การจะวาดภาพพระพุทธเจ้าหรือปั้นรูปพระพุทธเจ้า จะต้องคำนึงถึงพุทธลักษณะ อันเป็นรูปธรรมดั้งเดิมของพุทธศิลป์คือ มีพระวรกายงดงาม และมีพระพักตร์ยิ้มแย้ม แจ่มใส ซึ่งแสดงถึงว่าทรงมีเมตตาต่อสรรพสัตว์

อีกประการหนึ่ง พระพุทธรูปที่นิยมสร้างจากอดีตจนถึงปัจจุบันมี 4 ลักษณะ ตามนัยแห่งพระอิริยาบถ 4 คือ

1. พระพุทธรูปในท่าประทับนั่งสมาธิ

2. พระพุทธรูปในท่าประทับยืน

3. พระพุทธรูปในท่าทรงพระดำเนิน

4. พระพุทธรูปในท่าบรรทม

พระพุทธรูปทั้ง 4 อิริยาบถดังกล่าวข้างต้น ได้แบ่งออกเป็นปางต่างๆ เช่น ปางสมาธิ ปางห้ามญาติ ปางลีลา และปางไสยาสน์ เป็นต้น

ดังนั้น เมื่อมีผู้สร้างพระพุทธรูปไม่เป็นไปตามแบบผู้คัดค้านก็มองเห็นว่า เป็นการลบหลู่

ส่วนผู้ที่เห็นด้วย และมองในแง่บวกได้อ้างว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยมุ่งเน้นที่จินตนาการของผู้สร้างงานชิ้นนี้มากกว่าที่จะมองในแง่ของความเชื่อ และความเลื่อมใสในคำสอน เพราะถ้าเชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะพบว่า ภาพนี้ขัดแย้งกับคำสอน เนื่องจากว่าพระพุทธองค์ไม่ยกย่องอิทธิปาฏิหาริย์ ทั้งยังทรงห้ามสาวกแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ด้วย ดังที่ปรากฏในเกวัฏฏสูตร ซึ่งมีที่มาปรากฏในทีฆนิกาย มหาวัคค พระไตรปิฎกเล่มที่ 9 ซึ่งมีเนื้อความโดยย่อดังต่อไปนี้

พระผู้มีพระภาค ประทับ ณ ป่ามะม่วงของปาวาริกะใกล้เมืองนาลันทา ณ ที่นั้น บุตรคหบดีชื่อ เกวัฏฏะได้เข้าไปเฝ้าขอให้ทรงชวนภิกษุทั้งหลาย ซึ่งแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ได้ ให้แสดงก็จะมีคนเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้น

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พระองค์มิได้แสดงธรรมว่าภิกษุทั้งหลาย ท่านจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แก่คฤหัสถ์ผู้นุ่งขาว

แม้ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 บุตรคหบดีก็ยังคงยืนยันจะให้ทรงชวนให้ภิกษุผู้ที่แสดงปาฏิหาริย์ได้ให้แสดง ก็จะมีคนเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้น

พระผู้มีพระภาค จึงทรงชี้แจงว่า ปาฏิหาริย์ที่ทรงทำให้แจ้ง ด้วยความรู้ ด้วยพระองค์เอง และประกาศแล้วมีอยู่ 3 อย่างคือ

1. อิทธิปาฏิหาริย์ แสดงฤทธิ์ได้เป็นอัศจรรย์

2. อาเทศนาปาฏิหาริย์ ทักทายใจคนได้เป็นอัศจรรย์

3. อนุศาสนีปาฏิหาริย์ สั่งสอนได้เป็นอัศจรรย์

แล้วทรงอธิบายวิธีแสดงฤทธิ์ได้เป็นอัศจรรย์ และทรงสรุปในที่สุดว่า คนที่ไม่มีความเชื่อ ความเลื่อมใส (ในอิทธิฤทธิ์) ก็อาจกล่าวได้ว่า ภิกษุที่แสดงฤทธิ์ได้ เพราะมีคันธารวิชา (คือวิชาของชาวคันธาร)

อาเทศนาปาฏิหาริย์ ทักทายใจคนได้ คนที่ไม่มีความเชื่อ ความเลื่อมใส ก็อาจกล่าวได้ว่าภิกษุที่ทักทายใจคนได้ ก็เพราะมีมาณิกาวิชา

ครั้นแล้วทรงแสดงถึงอนุศาสนีปาฏิหาริย์คือ การสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ ว่าการประพฤติปฏิบัติอย่างไรตลอดจนการปฏิบัติได้ผลในศีล 3 ประเภทในฌาน 4 ในวิชา 8

โดยนัยแห่งเกวัฏฏสูตร จะเห็นได้ว่าถึงแม้พระพุทธเจ้าทรงแสดงฤทธิ์ได้ ก็ไม่ทรงยกย่องการแสดงฤทธิ์ และทรงห้ามสาวกแสดงด้วย

ดังนั้น ผู้ที่เห็นด้วยกับการวาดภาพพระพุทธเจ้าในรูปลักษณ์ของอุลตร้าแมน จึงเท่ากับมีความเห็นแย้งกับคำสอนของพระพุทธเจ้า

ส่วนว่าในด้านการสร้างงานศิลปะเป็นอีกด้านหนึ่งต่างหาก จะนำมาลบล้างกับคำสอนดังกล่าวข้างต้น หาได้ไม่ แต่ครั้นจะกล่าวหาว่า ผู้วาดภาพที่ว่านี้เป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะผู้วาดภาพก็ไม่มีเจตนาจะลบหลู่ ตรงกันข้ามต้องการจะยกย่องด้วยซ้ำ เพียงแต่การกระทำไม่ตรงกับเจตนา เนื่องจากยังด้อยประสบการณ์ จึงควรได้รับการให้อภัย

แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่มองข้ามความเชื่อ และความเลื่อมใสในคำสอน ดูเพียงความคิดที่ต่างไปจากเดิมว่า เป็นความคิดสร้างสรรค์ต่างหากควรถูกตำหนิ
กำลังโหลดความคิดเห็น...