ผู้จัดการรายวัน 360 - พิพากษาประหาร “เสี่ยอ้วน” พร้อมพวก คดีร่วมฆ่าโหด "น้องสปาย-ฟอส" หน้าลานจอดรถเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี พร้อมให้ร่วมชดใช้ครอบครัวผู้เสียหายรายละ 7.3 ล้านบาท ด้านแม่ "น้องสปาย" พอใจคำตัดสินของศาล ครอบครัวไม่ติดใจ "เสี่ยอ้วน" ยกมือขอโทษ ไม่ขอพูดอะไรอีก
จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธจ่อยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี บริเวณหน้าลานจอดรถองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนเสียชีวิตเมื่อเดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” เจ้าของผับดังหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต พร้อมพวกรวม 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนั้น
วานนี้ (18 ก. ย.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” พร้อมพวกรวม 6 คนที่ร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส โดยได้พิพากษาประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน กับพวก และแบ่งการลงโทษออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ลงมือฆ่า ประกอบ นายปัญหา หรือเสี่ยอ้วน , นายกฤษณะ หรือมด ศรีสุข อายุ 22 ปี และนาย ณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 23 ปี แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข มือชี้เป้าศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตแต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่ คือ นายเกียรติศักดิ์ หรือ บอนด์ สุรางค์สว่างแสงมีบุญ อายุ 35 ปี และ นายจิรศักดิ์ หรือป๊อปปี้ อุนัยบัน อายุ 34 ปี จำเลยที่ 3 และ 6 ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 24 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือคนละ 12 ปี
พร้อมกันนี้ ได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันจ่ายเงินให้กับครอบครัว น้องสปายจำนวน 7,312,000 บาท และครอบครัวน้องฟอส จำนวน 7,320,000 บาท
ด้าน นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย ที่เข้ารับฟังคำพิพากษาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าก็รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลพัทยา ซึ่งขณะนี้ตนเองและครอบครัวไม่ติดใจอะไร เพราะเมื่อเข้าไปคำพิพากษาก็เห็นว่า “เสี่ยอ้วน” ได้ยกมือขอโทษแต่ก็ไม่อยากที่จะพูด พูดอะไรอีก
ทั้งนี้ คดีสะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2561 หลังกลุ่มคนร้ายได้ดักยิงน้องสปาย และน้องฟอส จนเสียชีวิตขณะกำลังเดินขึ้นรถ ซึ่งทั้งคู่ได้เดินทางมา เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่ จ.ชลบุรี และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้วางแผน คือ นายปัญญา หรือ “เสี่ยอ้วน” โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจาก เสี่ยอ้วน มีความสัมพันธ์กับ น้องสปาย แต่แอบรู้ภายหลังว่า น้องสปาย แอบคบกับ นายฟอส จึงเกิดความอาฆาตแค้น
และก่อนวันเกิดเหตุเพียง 2 วัน “เสี่ยอ้วน” ได้เดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา ก่อนนัดกับทีมสังหารให้ลงมือก่อเหตุก่อนจะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชาทางด่านชายแดน จ.สระแก้ว จึงได้ประสานตำรวจกัมพูชาจับกุม
จากการสอบสวน “เสี่ยอ้วน” รับว่าได้ลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจที่ถูก สปายและฟอส หลอกลวงมาตลอด 3 ปีว่าเป็นพียงเพื่อนสนิทกันทั้งที่ทั้งคู่คบหากัน จนต้องการล้างแค้นเพราะได้โอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้านบาท ซึ่ง "เสี่ยอ้วน" และทีมสังหารถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี ระหว่างการพิจารณาคดีโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธจ่อยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี บริเวณหน้าลานจอดรถองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนเสียชีวิตเมื่อเดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” เจ้าของผับดังหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต พร้อมพวกรวม 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนั้น
วานนี้ (18 ก. ย.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” พร้อมพวกรวม 6 คนที่ร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส โดยได้พิพากษาประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน กับพวก และแบ่งการลงโทษออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ลงมือฆ่า ประกอบ นายปัญหา หรือเสี่ยอ้วน , นายกฤษณะ หรือมด ศรีสุข อายุ 22 ปี และนาย ณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 23 ปี แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข มือชี้เป้าศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตแต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่ คือ นายเกียรติศักดิ์ หรือ บอนด์ สุรางค์สว่างแสงมีบุญ อายุ 35 ปี และ นายจิรศักดิ์ หรือป๊อปปี้ อุนัยบัน อายุ 34 ปี จำเลยที่ 3 และ 6 ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 24 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือคนละ 12 ปี
พร้อมกันนี้ ได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันจ่ายเงินให้กับครอบครัว น้องสปายจำนวน 7,312,000 บาท และครอบครัวน้องฟอส จำนวน 7,320,000 บาท
ด้าน นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย ที่เข้ารับฟังคำพิพากษาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าก็รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลพัทยา ซึ่งขณะนี้ตนเองและครอบครัวไม่ติดใจอะไร เพราะเมื่อเข้าไปคำพิพากษาก็เห็นว่า “เสี่ยอ้วน” ได้ยกมือขอโทษแต่ก็ไม่อยากที่จะพูด พูดอะไรอีก
ทั้งนี้ คดีสะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2561 หลังกลุ่มคนร้ายได้ดักยิงน้องสปาย และน้องฟอส จนเสียชีวิตขณะกำลังเดินขึ้นรถ ซึ่งทั้งคู่ได้เดินทางมา เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่ จ.ชลบุรี และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้วางแผน คือ นายปัญญา หรือ “เสี่ยอ้วน” โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจาก เสี่ยอ้วน มีความสัมพันธ์กับ น้องสปาย แต่แอบรู้ภายหลังว่า น้องสปาย แอบคบกับ นายฟอส จึงเกิดความอาฆาตแค้น
และก่อนวันเกิดเหตุเพียง 2 วัน “เสี่ยอ้วน” ได้เดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา ก่อนนัดกับทีมสังหารให้ลงมือก่อเหตุก่อนจะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชาทางด่านชายแดน จ.สระแก้ว จึงได้ประสานตำรวจกัมพูชาจับกุม
จากการสอบสวน “เสี่ยอ้วน” รับว่าได้ลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจที่ถูก สปายและฟอส หลอกลวงมาตลอด 3 ปีว่าเป็นพียงเพื่อนสนิทกันทั้งที่ทั้งคู่คบหากัน จนต้องการล้างแค้นเพราะได้โอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้านบาท ซึ่ง "เสี่ยอ้วน" และทีมสังหารถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี ระหว่างการพิจารณาคดีโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว


