xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ปฎิบัติการ “เตะตัดขา”ผู้กองธรรมนัส “ใบสั่งใคร” ทำไมมาดังตอนนี้ ? ปูดบก.ข่าวออสซี่ ตั้งธงโทรหา-อีเมลมา หวังแลกอะไรบางอย่าง เฉลยแล้ว คนส่งโพย “เสรีพิศุทธ์” รับเอง “สาวไส้ให้กากิน”ติดต่อให้สื่อออสเตรเลียเขียน

อยู่ดีๆ คดี "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลับมาเป็นประเด็นถูกขยี้หนักๆ และกระพือมาไกลจากออสเตรเลีย โดยหนังสือพิมพ์ "ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์" และ หนังสือพิมพ์"ดิเอจ" พากันตีพิมพ์รายงานสืบสวนสอบสวน โดยอ้างบันทึกคดีของตำรวจออสเตรเลียและศาล ว่า "ร.อ. ธรรมนัส" เคยรับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ในเรือนจำ ออสเตรเลีย ก่อนถูกเนรเทศในปี 2540 เนื่องจากความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรลักลอบนำเข้า และค้าเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม
เรียกว่า รายงานกันแบบละเอียดยิบ จน"ผู้กองธรรมนัส" พูดเมื่อวันก่อนว่า ต้องมีใครอยู่เบื้องหลัง และกระทำเป็นกระบวนการ เพราะเรื่องก็ผ่านมาเกือบ 30 ปี นานขนาดนี้ แต่มีรายละเอียดตามข่าว ต้องมี “คนส่งโพย”ให้กองบก.ของนสพ.สองฉบับนั้นหรือไม่
คล้อยหลังมาวันเดียว ที่รัฐสภา "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์สื่อ ยอมรับว่า“คนส่งโพย”ให้สื่อออสเตรเลียที่ว่า คนๆนั้นคือก็ตัวเอง เองแหละ แถมให้ ส.ส.ของพรรค ยื่นกระทู้ถาม "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ
“ไม่อยากพูดว่าผมเป็นคนให้สื่อออสเตรเลียหาข้อมูลมา แล้วส่งไปให้สื่อที่นั่น ทั้งนี้สื่อออสเตรเลีย ก็มีข้อมูลอยู่แล้วเมื่อรัฐบาลไม่ทำ ผมในฐานะฝ่ายค้าน จึงต้องหาทางอ้อมในการตรวจสอบ หากจะด่า ก็ให้มาด่าผม"
" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์"ไม่กลัวว่า "ร.อ.ธรรมนัส" จะฟ้องร้องกลับด้วย ท้าทายตามสไตล์ของนายพล เขาละ
เอาว่า เรื่องนี้ค่อยๆ ว่ากัน อย่างน้อยๆ ตอนนี้สังคมรู้แล้วว่า ทำไมอยู่ดีๆ เรื่องนี้โผล่มาดัง เป็นเรื่องการเมืองแน่ แต่นอกจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิบัติการ หรือ มีใบสั่งใครมาอีก เป็นที่ต้องติดตาม ยิ่ง “ธันวา ไกรฤกษ์”สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องนี้ "ใบสั่งใคร" ..คดี ร.อ.ธรรมนัส ทำไมมาดังตอนนี้ ? เขาว่า “แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาตีฆ้องร้องป่าว ให้เร่งสืบหาความจริง และให้นายกฯ ตัดสินใจถึงความเหมาะสม ต่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ เขาเคยกระทำผิดจริงหรือไม่ อีกไม่นานคงได้ทราบกันแน่นอน และเมื่อถึงที่สุดแล้ว มั่นใจได้ว่า นายกฯ จะมีดุลพินิจที่เหมาะสม เพื่อรักษาความชอบธรรม และเสถียรภาพของรัฐบาล ... แต่ที่น่าสงสัยคือ ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ทำงานอยู่กับขั้วคุณทักษิณ มาตลอด และเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2557 ซึ่งถ้าการเลือกตั้งครั้งนั้น ไม่เป็นโมฆะ เขาก็คงได้เป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี ไปตั้งแต่ตอนนั้น !
แล้วทำไมพรรคเพื่อไทย จึงไม่เคยพูดในประเด็นเหล่านี้มาก่อนเลย ทั้งที่น่าจะทราบข้อมูลคดีความที่ออสเตรเลียทั้งหมดแล้ว เพราะมีคำพิพากษาออกมาตั้งแต่ปี 2536 ดังนั้น อย่าพูดเลยว่าให้นายกฯ ทำอย่างนั้น อย่างนี้ อย่าพูดเลยว่า ห่วงภาพลักษณ์ ห่วงความเชื่อมั่นต่อประเทศชาติ ... ในเมื่อรู้ๆ กันอยู่ว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง "ขุดคดีขึ้นมาขาย" มิหนำซ้ำ ยังให้เครือข่ายกระจายข่าวไปทั่วโลก" ...
ทีนี้มาดูในคำชี้แจงต่อสภาฯ ของ"ผู้กองธรรมนัส" ก็ยังยืนยันเช่นเดิม
... เป็นเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้รับสารภาพว่าขนยาเสพติด และไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน หรือ สอบสวน แต่ถูกล็อกอัป 8 เดือน จากนั้นถูกส่งไปดูผู้ต้องขังเด็กที่เกเร เมื่อทำงานเสร็จก็กลับมานอนที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ 4 ปี คดีจบ เพราะศาลประเทศออสเตรเลียให้อยู่ในกระบวนการการต่อรองการรับสารภาพ ( Plea Bargaining)เพื่อให้กระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จแค่นั้น แต่เมื่อยุติ ยังอยู่ต่อ เพราะอยากใช้ชีวิตกับครอบครัว
"นายไมเคิล ในฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ส่งอีเมล์มาหาผม และขอคุยกับผมโดยไม่ทราบเหตุผล แต่นัยที่ไมเคิล สอบถาม คือ ให้พูดคุย ผมตอบว่า จะคุยเรื่องอะไร เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ไปดูประวัติตัวเอง ว่านำเสนอข่าวอะไรบ้าง ส่วนที่อ้างคำพิพากษานครซิดนีย์ ซึ่งเป็นศาลท้องถิ่น อ้างว่ามีคำให้การของผม และอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องดักฟังผมนั้น ไม่ทราบว่าได้ศึกษากฎหมายหรือไม่ เพราะบทลงโทษของศาลออสเตรเลีย หากมีครอบครองในจำนวนมาก ต้องติดคุกตลอดชีวิต ดังนั้น อย่าเอาแต่มันพูดเท่านั้น ตอนผมไปประเทศออสเตรเลียยังเด็ก ภาษาอังกฤษยังพูดไม่รู้เรื่อง ฟังยังไม่กระดิก ทั้งนี้ คดีนี้เมื่อศาลพิจารณาถึงที่สุด ต่างชาติที่ต้องคดีถูกยกฟ้อง" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
แว่วว่า เรื่องนี้ "ผู้กองธรรมนัส" ก็เปรยๆ กับคนใกล้ชิดตั้งแต่แรกว่า สงสัยจะงานเข้า เพราะ บก.สื่อออสเตรเลีย ที่โทรและอีเมล์มานั้น เหมือนตั้งธงไว้ จะเล่นข่าวให้ได้ และคล้ายพยายามจะใช้เรื่องนี้ ต่อรองอะไรบางอย่าง...
ว่ากันว่า เหล่านี้เป็นกระบวนการ"เตะตัดขา" สกัดดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะรู้ว่าช่วงตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จนมาถึงตรงนี้ ร.อ.ธรรมนัส เป็น “มือทำงาน”ที่ “ลุงตู่-ลุงป้อม”ไว้วางใจคนหนึ่ง งานประสานในพรรค และนอกพรรค รวมถึงไกล่เกลี่ยเรื่องบาดหมางระหว่างกลุ่มการเมือง เป็นผลงานของเขาหลายครั้ง...
ความที่เป็นคนที่ใจถึงพึ่งได้ ก็กลายเป็นภาพลักษณ์ที่ค่อยๆ มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนคดีเก่า อย่างที่เขาบอกว่า ชีวิตของเขา ผ่านพระราชกฤษฎีกา และ พระราชบัญญัติล้างมลทินมาหลายฉบับ ตอนนี้ขออยู่กับปัจจุบัน จะไม่ยอมเอาเรื่องอดีตมาทำลายอุดมการณ์ที่ตั้งใจ ใช้ชีวิตที่เหลือทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดๆ ให้ปฏิญาณขอทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน และรักษาเสาหลักของบ้านเมือง คือ ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์...
เรื่องนี้ "ผู้กองธรรมนัส" จบด้วยคำว่า ถ้าใครยังสงสัยให้มาถามส่วนตัวได้ แบบแมนๆ แต่ขบวนการเตะตัดขา จะยอมจบมั้ย ต้องดูกันต่อไป.

** "กี้ร์" อริสมันต์ กับพวกเจอคุกกันคนละ 4 ปี ไม่มีรอลงอาญา จากคดีพาม็อบเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา... "ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์" ส.ส.พลังประชารัฐ ที่ "เต้น"ณัฐวุฒิ พูดกระแนะกระแหน เรื่อง "โปรย้ายค่าย" ก็โดนด้วย ต้องหลุดจากการเป็น ส.ส.ไม่มีเอกสิทธิ์ คุ้มครอง

เดินมาถึงสุดทางแล้ว สำหรับ "คดีเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่พัทยา" ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2552 โดยศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก จำเลย12 คน เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ออกหมายจับ จำเลยที่ไม่มาศาล ...
คดีนี้มีผู้ตกเป็นจำเลย 13 คน ได้แก่ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายนิสิต สินธุไพร นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวรชัย เหมะ นายวันชนะ เกิดดี นายพิเชฐ สุขจินดาทอง นายศักดา นพสิทธิ์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายนพพร นามเชียงใต้ นายสำเริง ประจำเรือ นายสมญศฆ์ พรมมา นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายสิงทอง บัวชุม...ในจำนวนนี้ มีเพียง "นายสมญศฆ์ พรมมา" คนเดียวเท่านั้น ที่ศาลเห็นว่า เป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม
เหมือน "นกรู้" ในวันที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา (11ก.ย.62) มีเพียง "ศักดา นพสิทธิ์" เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เพียงคนเดียว ที่ไปฟังคำตัดสิน นอกนั้นไม่มีใครโผล่ไปศาล ...แม้กระทั่งบรรดาแม่ยก กองเชียร์ ก็เงียบกริบ
"กี้ร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง "แกนนำแดงฮาร์ดคอร์" เป็นคนที่ถูกถามถึงมากที่สุดโดยเฉพาะในโซเชียลฯ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ยังมีคนเห็นความเคลื่อนไหว ที่โพสต์ภาพของตัวเอง นั่งเล่นกีตาร์ ร้องเพลง"ใจฝ่อ" ในเฟซบุ๊กอยู่เลย ... แต่วันนี้กลับหายหน้า สงสัยจะไปพักผ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน... แต่ในที่สุดทนายความส่วนตัว ก็ออกมาชี้แจงว่า ที่ "กี้ร์" ไม่ได้ไปศาล ฟังคำพิพากษา เพราะเป็นโรค"บ้านหมุน" นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สนามจันทร์ นครปฐม ตอนนี้ก็รู้คำพิพากษาของศาลแล้ว ... แต่จะไปรายงานตัวกับศาลเมื่อใรนั้น ยังไม่รู้ ต้องรอให้อาการป่วยดีขึ้นก่อน...
อีกคน ที่มีการพุดถึงกันมากก็คือ "พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์" ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ย้ายค่ายจาก "พรรคทักษิณ" มาอยู่ "พรรคลุงป้อม" ก็ยังใจเย็น ไม่ไปศาล แต่ไปอยู่ที่สภาฯ เพราะคิดว่ามี "เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองอยู่" ยังลุกขึ้นประท้วง ในวาระกระทู้ถามสด เรื่อง ความเหมาะสมในการแต่งตั้ง"ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รมช.เกษตรและสหกรณ์ อยู่เลย ...บรรดานักข่าว และคนที่สภา ลุ้นว่าตำรวจจะนำหมายจับมาจับกุมตัวหรือไม่...แต่ต่อมา "พ.ต.ท.ไวพจน์" ก็แว้บ หายไปจากสภาฯ
เรื่อง "เอกสิทธิ์ ส.ส." ที่ใครคิดว่าตำรวจไม่สามารถจับกุมส.ส.ในระหว่างสมัยประชุมสภาได้ ต้องรอให้ปิดสมัยประชุมก่อนนั้น เป็นการเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เพราะทั้ง "อาจารย์ มีชัย ฤชุพันธุ์" และ "อาจารย์วิษณุ เครืองาม" บอกว่า เอกสิทธิ์ส.ส. จะมีผลก็ต่อเมื่อยังอยู่ในระหว่างสู้คดีเท่านั้น แต่ถ้าคดีถึงที่สิ้นสุด ศาลตัดสินให้จำคุกแล้ว ตำรวจก็สามารถนำหมายจับมาจับกุมตัวได้ทันที ... และสถานภาพการเป็นส.ส. ก็สิ้นสุดลงทันที หลังศาลอ่านคำพิพากษา ...ก็เป็นอันว่า ที่ จ.กำแพงเพชร จะต้องมีการเลือกตั้งส.ส.กันใหม่ อีก 1 ที่นั่ง ...และที่ จ.นครปฐม ก็จะมีเลือกตั้งใหม่อีก 1 ที่นั่งเช่นกัน เนื่องจากส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลาออก จากปัญหาเรื่องสุขภาพ ...เป็น 2 ที่นั่งที่ทั้งซีกฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลคงสู้กันดุเดือด เพราะฝ่ายรัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหา"เสียงปริ่มน้ำ" ... ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องทำให้รัฐบาล"เสียงจมน้ำ"
จากคำพิพากษาคดีนี้ ทำให้ย้อนคิดไปถึงคำพูดของ "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงอีกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้คุมกำลังไปเองในปฏิบัติการครั้งนั้น เลยไม่ต้องตกเป็นจำเลยในคดีนี้ ได้พูด คำว่า "โปรย้ายค่าย" เป็นเชิงตั้งข้อสังเกต แกม "ยุยง" ว่า "แรมโบ้อีสาน" สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.โคราช ที่เป็นแกนนำแดงสายปฏิบัติการอีกคนหนึ่ง พอย้ายค่ายจากเพื่อไทย ไปซบพลังประชารัฐ ก็ได้ดิบได้ดี คดีก็หมดอายุความ ... "พ.ต.ท.ไวพจน์" นี่ก็ย้ายค่ายเหมือนกัน คดีนี้คงไม่มีปัญหา... สุดท้ายแล้วเป็นไง...
ตอนนี้คงรู้แล้วว่า ...ไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหน กระบวนการยุติธรรม ก็คือกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครไปก้าวล่วงได้ เรื่อง"โปรย้ายค่าย" ได้รับการพิสูจน์ แล้วว่า... ไม่จริง... จากนี้ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ใน 11 คนที่ไม่ได้ไปศาลครั้งนี้ ใครจะไปรายงานตัว ใครจะ "เผ่น"...
--------------

รูป -พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
-- อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง- พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...