ผู้จัดการรายวัน360- ตร. เผย “บอย AF3”ลาสิกขาด้วยตัวเองหลังถูกจับ เนื่องจากไม่มีพระผู้ใหญ่มาสึกให้ สุดท้ายดอดไปห่มผ้าเหลืองอีกครั้ง คาดอีก 2 สัปดาห์ สรุปสำนวนคดีส่งอัยการฟ้องได้ ขณะที่ บช.ก. ยันต้องสึกสถานเดียว เหตุผิดกฎมหาเถรสมาคม ต้องคดีอาญา ด้าน “พระบอย AF3” ยันยังเป็นพระ ไม่ได้บวชหนีคดี
วานนี้ (4 ก.ย.) ที่ บก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ "บอย AF3" อายุ 33 ปี ผู้ต้องหานำบัตรเครดิตปลอมรูดใช้บริการที่โรงแรมในพื้นที่ จ.อุดรธานี ช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562 เป็นเงินกว่า 13 ล้านบาทว่า ทราบข่าวทางสื่อมวลชนดาราหนุ่มกลับไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดถ้ำเขาวง บ้านเขาวง หมู่ 1 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเรื่องการบวชนั้นตนไม่ทราบว่า จะทำได้หรือไม่ก็ต้องสอบถามกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปจับกุม นายบอย ที่วัด ระหว่างนั้นก็รอให้พระอุปัชฌาย์หรือพระชั้นผู้ใหญ่มาสึกให้ แต่วันนั้นไม่มีพระชั้นผู้ใหญ่อยู่ในวัดเลย ทางทนายความของดาราหนุ่ม จึงเสนอกับชุดจับกุมว่า ในเมื่อไม่มีพระอุปัชฌาย์ก็ให้ลูกความถอดจีจร สวมชุดขาว แล้วกล่าวลาสิกขาเองก็ได้ ถือว่าเป็นการสึกที่สมบูรณ์แล้ว ทางชุดจับกุมจึงยินยอมให้นายบอย กล่าวลาสิกขาเอง จากนั้นก็นำดาราหนุ่มมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับ และสอบปากคำ ที่ บก.ปอศ. ก่อนให้ประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบ แต่มาทราบวันนี้ว่านายบอยได้กลับไปห่มจีวร อีกครั้ง
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานชัดเจนว่า ดาราหนุ่มเป็นคนนำบัตรปลอมไปรูดจ่ายค่าที่พัก แต่เขาก็ปฏิเสธโดยอ้างว่าทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะถูกหลอกต่อมาอีกทอดก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย ซึ่งว่าไปตามหลักฐานก็ค่อยไปสู้กันในชั้นศาล ส่วนทางด้านคดีตอนนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งทำสำนวนกันอยู่ คาดว่าอีกสองสัปดาห์ จะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าว และได้ข้อสรุปว่าดาราหนุ่มจะต้องสึกสถานเดียว เนื่องจากกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2536) ระบุว่าพระอุปัชฌาย์ ต้องงดเว้นการให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนต้องห้ามเหล่านี้ ซึ่งดาราหนุ่มจัดอยู่ในข้อห้ามข้อที่ (3) คนต้องหาในคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประสาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการต่อไป
ด้านพระบอย ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวภายในวัดเขาวง ว่า ยังไม่ได้ขอลาสิกขา ยังเป็นพระ 100% เหมือนเดิม และไม่ได้ลาสิกขาเพื่อรับโทษแต่อย่างใด และ ไม่ได้หนีมาบวชเพื่อหนีคดี แต่ตั้งใจอยากบวชให้โยมพ่อ ที่ป่วยหนัก ส่วนรูปคดี ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้เป็นหน้าที่ของทนาย
วานนี้ (4 ก.ย.) ที่ บก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ "บอย AF3" อายุ 33 ปี ผู้ต้องหานำบัตรเครดิตปลอมรูดใช้บริการที่โรงแรมในพื้นที่ จ.อุดรธานี ช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562 เป็นเงินกว่า 13 ล้านบาทว่า ทราบข่าวทางสื่อมวลชนดาราหนุ่มกลับไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดถ้ำเขาวง บ้านเขาวง หมู่ 1 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเรื่องการบวชนั้นตนไม่ทราบว่า จะทำได้หรือไม่ก็ต้องสอบถามกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปจับกุม นายบอย ที่วัด ระหว่างนั้นก็รอให้พระอุปัชฌาย์หรือพระชั้นผู้ใหญ่มาสึกให้ แต่วันนั้นไม่มีพระชั้นผู้ใหญ่อยู่ในวัดเลย ทางทนายความของดาราหนุ่ม จึงเสนอกับชุดจับกุมว่า ในเมื่อไม่มีพระอุปัชฌาย์ก็ให้ลูกความถอดจีจร สวมชุดขาว แล้วกล่าวลาสิกขาเองก็ได้ ถือว่าเป็นการสึกที่สมบูรณ์แล้ว ทางชุดจับกุมจึงยินยอมให้นายบอย กล่าวลาสิกขาเอง จากนั้นก็นำดาราหนุ่มมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับ และสอบปากคำ ที่ บก.ปอศ. ก่อนให้ประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบ แต่มาทราบวันนี้ว่านายบอยได้กลับไปห่มจีวร อีกครั้ง
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานชัดเจนว่า ดาราหนุ่มเป็นคนนำบัตรปลอมไปรูดจ่ายค่าที่พัก แต่เขาก็ปฏิเสธโดยอ้างว่าทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะถูกหลอกต่อมาอีกทอดก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย ซึ่งว่าไปตามหลักฐานก็ค่อยไปสู้กันในชั้นศาล ส่วนทางด้านคดีตอนนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งทำสำนวนกันอยู่ คาดว่าอีกสองสัปดาห์ จะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าว และได้ข้อสรุปว่าดาราหนุ่มจะต้องสึกสถานเดียว เนื่องจากกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2536) ระบุว่าพระอุปัชฌาย์ ต้องงดเว้นการให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนต้องห้ามเหล่านี้ ซึ่งดาราหนุ่มจัดอยู่ในข้อห้ามข้อที่ (3) คนต้องหาในคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประสาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการต่อไป
ด้านพระบอย ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวภายในวัดเขาวง ว่า ยังไม่ได้ขอลาสิกขา ยังเป็นพระ 100% เหมือนเดิม และไม่ได้ลาสิกขาเพื่อรับโทษแต่อย่างใด และ ไม่ได้หนีมาบวชเพื่อหนีคดี แต่ตั้งใจอยากบวชให้โยมพ่อ ที่ป่วยหนัก ส่วนรูปคดี ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้เป็นหน้าที่ของทนาย


