xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

** มารู้จัก "วสุ ผันเงิน" คนดังเมืองนนท์ โพสต์ฯ อัด"ธนาธร" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่จัดเวทีดีเบตผู้สมัคร นายกอบจ. นนทบุรี พ่วง "ขายโต๊ะจีน" ก็แค่ปาหี่ หวังหาเงินเท่านั้น
ควันหลงจากงาน "โต๊ะจีน" พรรคอนาคตใหม่ ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่หอประชุมเทศบาลนครนนทบุรี ซึ่งตั้งชื่องานว่า "ครั้งแรกสะเทือนวงการการเมืองท้องถิ่น เวทีดีเบตสาธารณะของผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคอนาคตใหม่" มีการ "ขายโต๊ะจีน" ระดมทุนกว่า 100โต๊ะ ราคาโต๊ะละ 6,000 บาท ...นอกจากนี้ยังมีการประมูล สินค้า ภาพวาด ซึ่งก็เป็นภาพ "3 คนดัง" ของพรรค คือ "เสี่ยเอก" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ - "จารย์ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล และ "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช ซึ่งก็มี " ติ่ง ส้มหวาน" ประมูลไปในราคาหลักแสนบาท
ฟังชื่องานแล้วเสมือนว่า เป็นการเฟ้นหา คัดตัว ผู้สมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ของพรรคอนาคตใหม่ ... แต่เมื่อมีการ "ขายโต๊ะจีน" พ่วงเข้ามาด้วย ก็เลยมีเสียงเมาท์ตามมาว่า คงเป็นการจัดงานเพื่อหาเงินใช้หนี้ ที่พรรคไปกู้ "เสี่ยเอก" มา
หลังจบงาน แต่ดรามาไม่จบ เมื่อมีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "วสุ ผันเงิน" โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ผ่านเฟซบุ๊ก ซัด "เสี่ยเอก" อย่างไม่ไว้หน้า...
"การเริ่มต้น เหยียบหัวคนอื่นเข้ามาหาความชอบธรรม ไม่น่าจะเกิดจากพรรคอนาคตใหม่ ไม่น่าเชื่อว่า คนชื่อ ธนาธร จะกระทำในสิ่งนี้ เหตุเกิดเมื่อวาน ก่อนทีมเราขึ้นดีเบต นายก อบจ. นนทบุรี 1 วัน นัดทีมเราไปซ้อมล่วงหน้า แต่ขอเปลี่ยนกติกากระทันหัน ทีมเราขอยกเลิก เพราะรู้แล้วว่า "ธง" ของธนาธร คืออะไร คือใคร งานนี้แค่อยากจัดโต๊ะจีน หาเงิน หาคนมาเชือดให้ชาวบ้านเห็น ว่าพรรคมีมาตรฐานมากมาย 5555 เรารับรู้สิ่งนั้นได้ เรามีประสบการณ์ ครับ... 21.00 น. ธนาธร กลัวงานที่โม้ไว้กะสื่อจะพัง เพราะไม่มีคนมาดีเบต จึงโทรตามให้ทีมเราให้ไปพบที่ตึกไทยซัมมิท เราไปครับ ไปนั่งคุยกันกะ ธนาธร ผู้ยิ่งใหญ่ เรารู้อยู่แก่ใจ เค้ายอมเราง่ายๆ เมื่อเราขอให้กลับมาใช้กติกาเก่า เราก็ ฮาๆในใจแล้วล่ะนะ เพราะสิทธิขาดคือเค้าคนเดียว เค้าพูดเอง ส่วนสิ่งที่ ตอแหล จัดงาน จัดโต๊ะ ออกสื่อ สง่างาม คือจะเอาพวกเราไปเชือด ok เราได้ขึ้นเวที ได้พูด กะชาวเมืองนนท์ จะบอกว่า เราหมดศรัทธาจริงๆ เราตั่งใจมาช่วยพรรคทำงาน แต่คุณ แค่อนาคตเก่า พรรคมีหลงจู๊ ตั้งธงสั่งการแค่นั้น ผมอนาถใจกะคนรวยๆ แบบนี้จริงๆ สุดท้ายก็ไม่จริงใจต่อกันธนาธร คุณได้นับครั้งไว้รึป่าว ว่าคุณยกมือไหว้ขอโทษพวกผมกี่ครั้ง เมื่อคืนวาน ผมเห็นใจกลัวงานจะพัง จึงขึ้นไปดีเบตให้คุณนะ อย่าหลงว่าผมไม่รู้เท่าทันคุณ พอเหอะนะ อนาคตเก่า เดิมๆ พวกมากลากไป เริ่มต้นก็โกหกกันเลย !!" ...
หลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง "วสุ ผันเงิน" ก็ปล่อยโพสต์ที่สองตามมา ... เป็นข้อความ เรียกร้องให้ พรรคอนาคตใหม่ คืนเงินค่าโต๊ะจีน ให้ชาวบ้านซะ เพราะ ดีเบต นายก อบจ.นนทบุรี ที่จัดนั้นมันแค่ "ปาหี่" ... เจอเข้าไปสองโพสต์นี้ ทั้ง "ธนาธร" และบรรดาแกนนำพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้ง" ติ่งส้มหวาน" คงสะอึกกันเป็นแถว...
คงอยากรู้กันแล้วนะว่า "วสุ ผันเงิน" เป็นใคร ทำไมกล้า "ขาย" หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ ออกโซเชียลฯ กันแบบนี้ ...
"วสุ ผันเงิน" เป็น นายก อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าของประโยคสะเทือนใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ "อย่ามาโดนตัวกู"... ทำไมถึงห้ามตำรวจไม่ให้มาโดนตัว ... อันนี้ต้องย้อนไปช่วงกลางปี 60 ที่มีคดีดัง สื่อนำเสนอต่อเนื่องกันร่วมเดือน คือ คดี "ซื้อกามเด็กหญิงที่แม่ฮ่องสอน" หรือคดี ”แก๊งนกฮูก”
คดีนี้ เริ่มต้นจากการร้องเรียนของแม่เหยื่อสาว นำไปสู่การจับกุมขบวนการค้ากาม และผู้ซื้อ ที่มีทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการพลเรือน... แต่ที่อยู่ในความสนใจของสังคมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นคำให้การของเหยื่อสาว ว่า หนึ่งในผู้ซื้อบริการ มีคนระดับ "ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน" รวมอยู่ด้วย... สังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันหนักมาก ทำให้มีคำสั่งย้ายด่วนจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวน ขณะที่ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ก็ปฏิเสธแข็งขัน
หลังสืบสวนสอบสวน ไปร่วมเดือน ในที่สุดคดีก็คลี่คลายว่า ผู้ที่ซื้อกามเด็กหญิง และอ้างว่าเป็น ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ที่แท้เป็น "สมาชิกอบต.บ้านใหม่" จาก จ.นนทบุรี ที่เดินทางไปดูงานที่ จ.เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน แล้วแวะพักที่รีสอร์ต ซึ่งเป็นจุดที่ "เด็กสาว" ให้การว่า มารับบริการลูกค้า ที่อ้างตัวเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
คดีนี้ "พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล" รอง ผบ.ตร. ลงมาคุมคดีเอง ก็ไปพบกับ "สมาชิกอบต.บ้านใหม่" รายหนึ่ง ซึ่งสมาชิก อบต.รายนี้ ตอนแรกก็ให้การยอมรับว่า ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 จริง แต่ไม่ได้แอบอ้างว่า เป็นผู้ว่าฯ จนกระทั่งพนักงานสอบสวน นำหลักฐานที่เป็นคำให้การของพยาน มาถามย้ำอีกครั้ง จึงยอมรับสารภาพ ว่า ได้
แอบอ้างตัว เป็นผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนจริง เพราะความเมา พร้อมกล่าวขออภัย ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง สุดท้ายตำรวจ ก็แจ้งข้อหา ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร ...
เรื่อง "ซื้อกามเด็กหญิง" แม้ "วสุ ผันเงิน" ที่เป็นนาย อบต. ไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้โดยตรง แต่ไปเจอความผิด เรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ พาคณะอบต.บ้านใหม่ ไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน "วสุ ผันเงิน" พร้อมสมาชิก อบต. และพนักงานขับรถ พบว่ามีการเบิกงบประมาณในการดูงานที่ จ.แม่ฮ่องสอน แบบมีพิรุธ เนื่องจากมีสมาชิก อบต. 2-3 คน ไม่ได้เดินทางไปด้วย แต่กลับมีการเซ็นชื่อเบิกจ่ายค่าห้องพัก
ครั้งนี้ "พล.ต.อ.ศรีวราห์" เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง และตลอดการสอบปากคำ ทั้งคู่ได้โต้เถียงกันอย่างถึงพริก ถึงขิง โดย"วสุ" ยืนยันว่าเบิกจ่ายถูกต้องตามขั้นตอน โดยคนที่ไม่ได้มีชื่อร่วมคณะ ก็เดินทางไปในฐานะคนขับรถ ซึ่งหากจะมีความผิดก็เพราะตนเองไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้อง แต่จำนวนคนที่เดินทาง และจำนวนคนที่เบิก ถูกต้อง
ครบถ้วน ...แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งข้อหา ตามความผิด มาตรา 162 ว่าด้วยเจ้าพนักงานทำเอกสารอันเป็นเท็จ ก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราว แล้วนัดหมายให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง... เมื่อถึงเวลานัด "วสุ" ให้ทนายความยื่นหนังสือถึง พนักงานสอบสวน ว่าเกิดเจ็บป่วยกะทันหัน ขอเลื่อนพบตำรวจออกไปอีก แต่พนักงานสอบสวนไม่ยินยอม จึงรวบรวมเอกสาร ขออนุมัติหมายจับ ศาลก็อนุมัติหมายจับเรียบร้อย... รุ่งขึ้น "วสุ" ก็เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหา ก่อนได้รับการประกันตัวไป…
เมื่อคนดังระดับประเทศ เจอคนดังในท้องถิ่นอย่าง”วสุ ผันเงิน” เรื่องดังดัง ก็เลยบังเกิด ก็ขนาดกับ”พล.ต.อ.ศรีวราห์” ยังเคยต่อปาก ต่อคำมากันแล้ว... ทำไม ”เสี่ยเอก”จะโดนแฉไม่ได้ ... แล้วต่อไปนี้ ที่ "เสี่ยเอก" วางแผนจะเดินสาย จัดเวทีในต่างจังหวัดเพื่อเตรียมส่งผู้สมัครเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ที่ตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 20 จังหวัด คงไม่ราบรื่นอย่างที่คิดเสียแล้ว

**ศุกร์จะไม่เหงาอีกต่อไป รายการ“นายกฯพบประชาชน”คัมแบ็ก “ลุงตู่”รีเทิร์นจอตู้แน่ เหลือเคาะรูปแบบรายการ เน้นทันสมัยสื่อสารเชิงรุก แต่รูปแบบคงมิสู้ “เนื้อหา”รอดูกันได้เลย

ฮือฮากันใหญ่ เมื่อข่าวว่ารายการ “ลุงตู่พบประชาชน”จ่อกลับมาปรากฏในจอทีวี อีกครั้ง
หลายคนจำได้ วันท้ายๆ ก่อนจะเลิกรายการนี้ ที่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งถูกแซว ถูกแขวะ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีช่วงนั้น พูดทิ้งท้ายไว้ ว่า ...“วันศุกร์ หลายคนก็คงถามว่า เมื่อไหร่ผมจะเลิกพูดสักที ผมก็จะเลิกพูด ผมจะพูดอีกครั้งเดียวเป็นการขอบคุณ เป็นครั้งสุดท้าย ที่ผมจะพูดรายการวันศุกร์ ดีใจไหม ดีใจนะ เพราะผมพูดมาหมดแล้วล่ะ”
นั่นเป็น"ลุงตู่" ที่เคยประกาศอำลาหน้าจอทุกคืนวันศุกร์ เมื่อช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา
จากวันนั้นก็ต้องถือว่าเป็นเวลานานกว่า 7-8 เดือนมาแล้วที่ “ลุงตู่”หายไปจากจอทีวี จากความเคยชินของประชาชน ข่าวว่าในไม่ช้าไม่นานนี้ "ลุงตู่" จะหวนคืนจออีกครั้ง โดย "เทวัญ ลิปตพัลลภ" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จัดให้
แง้มมาพอเป็นน้ำจิ้มว่า รายการ“นายกฯ พบประชาชน”ในเวอร์ชั่น รัฐบาลลุงตู่ 2 จะมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม งานนี้ระดมสมองตั้งแต่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โฆษกรัฐบาล และ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ตอนนี้ "เสธ.ไก่อู" พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด นั่งเป็นอธิบดีฯ ได้คิดรูปแบบรายการไว้หลายรูปแบบ เน้นให้ดูมีความทันสมัย เช่น รายการประจำ หรือเวลานายกฯ ลงพื้นที่แล้วมีคำถามเข้ามา เรียกว่า พร้อมชงให้ พล.อ.ประยุทธ์ เคาะว่าจะเอาแบบไหน...
จริงๆ แล้ว ไม่ว่ารูปแบบไหน หากมี น่าจะดีกว่าไม่มี รัฐบาลต้องมีรายการที่จะให้สื่อสารให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล อยู่ที่นายกฯ จะเลือกสื่อสารอย่างไร เพราะเอาเข้าจริง รูปแบบทันสมัยที่จะทำให้น่าติดตามมากขึ้น ไม่สำคัญเท่ากับ "เนื้อหาสาระ" ของรายการ ที่ลุงตู่จะหยิบยกมาพูดกับประชาชนต่างหาก
ย้อนกลับไปถ้าจำได้ "ลุงตู่" ปรากฏกายบนจอตู้ กับ รายการประจำจนผู้คนเกิดภาพจำ คำพูดห้วนๆ สั้นๆ สไตล์แข็งกร้าวออกทีวีทุกวันศุกร์ ซึ่งเทปแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 31 พ.ค.57 หลังวันรัฐประหาร 9 วัน ในชื่อรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ก่อนจะเปลี่ยนชื่อรายการเป็น “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”เมื่อวันที่ 21 ต.ค.59 และ ลาจอไป เมื่อ 29 มี.ค.62
แค่มีข่าว"ลุงตู่" จะหวนคืนจอก็เรียกเสียงฮือฮาได้กระแสตอบรับจากโลกโซเซียลฯ แบบระอุคุกรุ่น...ชาวเน็ตดีเบตกันสนุกสนาน ทั้งเชียร์ ทั้งค้าน "ลุงตู่พบประชาชน" กลับมาคราวนี้จะหลอน หรือ เรตติ้งกระฉูด อีกไม่นานรู้กัน รอชมกันได้เลย ... Coming Soon.

-------------

รูป -- ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ - วสุ ผันเงิน

- เทวัญ ลิปตพัลลภ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กำลังโหลดความคิดเห็น...