xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ดูให้ชัดๆพี่น้อง!! "แอ๊ด คาราบาว" จับโป๊ะปลดล็อก"CBD"กัญชง-กัญชา ที่แท้"ล็อกสเปก"ให้นายทุน ชี้ "หมอหนู"โดนเจาะยาง-วางยาเหมือนลูกแกะในวงล้อมสุนัขจิ้งจอก "อนุทิน" วิตกหนักหาทางแก้ **
ปลดล็อกสารสำคัญ หรือ CBDในกัญชาและกัญชง ออกจากบัญชียาเสพติด มองเผินๆ เหมือนจะดี แต่กลายเป็นเรื่องที่ "ล็อกสเปก"ให้นายทุนอุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ชนิดที่คาดกันไม่ถึง งงงวยกันไปทั้งบาง... คนที่จับโป๊ะแตกเรื่องนี้ล่าสุดเป็น "น้าแอ๊ด" ยืนยง โอภากุล หรือ "แอ๊ด คาราบาว" นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังโพสต์แสดงความเห็นในเพจ "add carabao"แบบไม่หวั่นหน้าอินทร์หน้าพรหม
น้าแอ๊ดโพสต์ว่า "...พี่น้องผู้สนับสนุน การใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคโปรดฟังทางนี้หน่อยนะครับ...
เมื่อวันที่30 ส.ค.62 ที่ผ่านมา มีประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ในราชกิจจาฯ ยกเลิกกัญชาจากชื่อยาเสพติด... เเต่พออ่านเนื้อในปรากฏว่า ประกาศฉบับนี้ กลายเป็นเรื่อง "ล็อกสเปก" ให้บริษัทที่ประกอบการด้าน กัญชง กัญชา ได้ประโยชน์อย่างเต็มๆ ตามข่าวที่ออกมาครับ จึงทำให้พ่อ แม่ พี่น้อง ประชาชน และภาคประชาสังคม หนุนกัญชาเป็นยารักษาโรค ต่างงวยงง และวิตกกังวลไปต่างต่าง นานา รวมทั้งตัวผมด้วย จึงได้สอบถามไปยังเเหล่งข่าว ของท่านรัฐมนตรี ผลปรากฏออกมาว่า "ประกาศฉบับนี้ ส่งตรงมาจากกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน สมคบกับ อย. ชงเรื่องมาโดยอ้างว่า "เป็นเรื่องทางเทคนิค" ท่านรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" ท่านก็หวังดี จึงต้องเซ็นอย่างเสียไม่ได้ เเต่แล้วกลับกลายเป็นว่า "โดนวางยา เจาะยาง" จากกลุ่มข้าราชการพุงกางเข้าให้เต็มๆ
ประกาศนี้ คุณอนุทินกำลังวิตกมาก และกำลังหาทางแก้ไขอยู่ครับ คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้ จะหาทางยกร่างกฏหมายฉบับนี้ ขึ้นมาใหม่ครับ โดยจะรับฟังประเด็นข้อโต้เเย้งจากภาคประชาสังคมที่ปารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงเกี่ยวข้อง ที่ได้รวบรวมประเด็นต่างๆ มาให้เป็นส่วนสำคัญ ของการพิจารณา ยกร่างด้วยครับ...
ใจหายหมดเลย เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับเลยเรื่องนี้ จึงกราบเรียนมายังพ่อ แม่ พี่น้อง เเละองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ผู้สนับสนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคให้ได้ทราบโดยทั่วกันนะครับ แล้วช่วยกันแชร์ต่อด้วยนะครับ ว่า "ท่านรมต.อนุทิน ชาญวีรกูล" ท่านเป็นพวกเราครับ แต่สภาพในขณะนี้ เหมือนลูกแกะในวงล้อมของสุนัขจิ้งจอก ที่หิวกระหาย ผลประโยชน์ส่วนตน พวกเราต้องอย่าหวั่นไหวไปกับข่าวนี้นะครับ รวมพลังเดินหน้าสู้ๆ กันต่อไปครับ ขอบคุณครับพี่น้อง" ...
เรื่องนี้เดิมพันด้วยผลประโยชน์มหาศาล เพราะ หากนำ CBDไปเป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องสำอาง ได้เต็มที่ ทั่วโลกกำลังตื่นตัวไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นขุมทรัพย์ที่ขุดไม่มีหมด
ทีนี้ ก็ห่วงแต่ "หมอหนู" จะเอาอย่างไร แรงกดดันย่อมมีมากเหมือนกับที่ "น้าแอ๊ด"ว่า อยู่ท่ามกลางวงล้อมของสุนัขจิ้งจอก ...
โชคยังดีที่ภาคประชาชนยังสนับสนุน รมว.สาธารณสุข เต็มที่ โดย"ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการ และเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในคนที่รู้เรื่อง"กัญชาสำหรับการแพทย์" ดีที่สุดคนหนึ่ง ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กเช่นกัน ถึง "10 เหตุผลว่า ทำไมยังควรเชื่อมั่น คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในเรื่องนโยบายกัญชา
โดย "อ.ปานเทพ" ให้เหตุผลดังนี้ 1 . คุณอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย มีสัญญาประชาคมเอาไว้ จึงมีเดิมพันสัจจะของคุณอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นั่นคือกัญชาต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่ผูกขาดกับกลุ่มทุนใด และคุณอนุทิน เป็นนักการเมืองมาอย่างยาวนาน และยังมีอนาคตอีกยาวไกล นโยบายสาธารณสุขที่ดีสามารถครองหัวใจประชาชนได้อย่างแน่นอน เชื่อว่า คุณอนุทิน คงไม่ทิ้งอนาคตตัวเองด้วยผลประโยชน์กัญชา ระยะสั้นมาบังตา
2. คุณอนุทิน ยังไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมาก่อนเลย
3. การวัดใจครั้งสำคัญของคุณอนุทิน ที่พิสูจน์มาแล้วในเรื่องกัญชา คือการใช้อำนาจตัวเองคืนสิทธิหมอพื้นบ้าน ยกเลิก"เครื่องยากัญชากลาง" ที่ไม่บอกสัดส่วนให้แพทย์แผนไทย ผลักดันจนรับรองน้ำมันสูตรอาจารย์เดชา และ กรมแพทย์แผนไทยขยายสูตรน้ำมันเดชาไปในโรงพยาบาลภาครัฐหลายแห่งแล้ว ถ้าไม่มีนโยบายจากคุณอนุทิน สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้
4. ฐานกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ไม่ปรากฏว่าเป็นกลุ่มทุนบริษัทยาใด และคุณอนุทิน ก็เป็นนักธุรกิจก่อสร้างไม่ใช่แวดวงสุขภาพ จึงยังไม่ปรากฏผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ
5. การดำเนินงานในขณะนี้ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ที่กำหนด 5 ปีนี้ให้รัฐผูกขาดการปลูก ผลิต และส่งออกกัญชาเท่านั้น หากเอกชนจะทำต้องเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ปลูกร่วมกับรัฐ ซึ่งภายใต้กฎหมายข้อจำกัดมากมายเช่นนี้ อำนาจที่ใช้จะทำได้เท่าที่กฎหมายให้ทำได้เท่านั้น ถ้าจะทำได้มากกว่านั้นจะต้องแก้ "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ" เท่านั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทย กำลังเตรียม ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่ เพื่อ "ปลดล็อกกัญชา กัญชง" ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการรวมพลังของพี่น้องประชาชน เพื่อสนับสนุนคุณอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย เพื่อทำภารกิจที่ยากมากในครั้งนี้
6. ภายใต้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่อนุมัติ โดยมติคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 กว่า 20 คน ซึ่งมาจากหลายกระทรวง หลายวิชาชีพ หมายความว่า รัฐมนตรีต้องรอเรื่องเสนอ และเห็นชอบโดยคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นรัฐราชการเท่านั้น
ถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว คุณอนุทิน ก็มีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญหน้ากับคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีอำนาจชงทุกเรื่องก่อนถึงมือรัฐมนตรี แต่ถ้าอนุมัติ ก็ต้องเป็นเหยื่อเผชิญหน้ากับประชาชน "เสียงของประชาชนจึงต้องช่วยสนับสนุนคุณอนุทิน" ซึ่งมาจากประชาชน ให้มา"ถ่วงน้ำหนัก" กับคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ
7. คุณอนุทิน ได้แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา 4 คน ซึ่งทุกคนเป็นคนมีจุดยืนต่อเรื่องกัญชาเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างขัดเจน เช่น "หม่อมหลวงสมชาย อาจารย์หมอธีระวัฒน์ อาจารย์เภสัชกรอนันตชัย คุณทองเจือ" ถือว่าเลือกได้ถูกคนมาก มันสะท้อนเป้าหมายที่ชัดเจนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านนี้อย่างชัดเจน (ถ้าเขามีเป้าหมายอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งบุคคลเหล่านี้มาเป็นคณะที่ปรึกษา)
8. ทั้งคุณอนุทิน และคณะที่ปรึกษาให้ความสำคัญต่อความคิดเห็นภาคประชาชนมาโดยตลอด และพิสูจน์หลายครั้งว่า มีปฏิกิริยาตอบสนองแก้ไขการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ชักช้า ไม่เว้นแม้แต่เรื่องกัญชง ล่าสุดที่มาจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ซึ่งผมได้แสดงความห่วงใยเอาไว้
9. พ้นจากคุณอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยแล้ว ไม่มีพรรคการเมืองใด ที่มีจุดยืนเรื่องกัญชาชัดเจนเท่านี้อีกแล้ว คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็น "เครื่องมือเดียวของประชาชนที่มีโอกาสจะพึ่งพาได้" จึงไม่ควรให้เกิดการแตกแยกระหว่างประชาชน กับคุณอนุทิน
10. โดยปกติในสังคมไทยแล้วประชาชน มักจะไม่มีความไว้วางใจนักการเมืองโดยธรรมชาติ จึงอาจมีบางคนไม่เห็นด้วย และไม่เชื่อมั่นตามที่ผมเสนอ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ทุกอย่างที่ปลายทาง ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องรีบแตกหักในยามที่ยังรอการพิสูจน์ของนักการเมืองคนนั้น
งานนี้ต้องดูกันต่อไปครับพี่น้อง.

** "จตุพร"โผล่เรียกร้องแก้ รธน. หลังถูกศาลฯสั่งชดใช้ผู้เสียหายที่ถูกไฟไหม้ เมื่อคราวชุมนุมปี 53 ... สอดรับพรรคอนาคตใหม่ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็กำลังรุกแก้รธน. เหมือนเป็นสัญญาณว่า "การเมืองบนท้องถนน" กำลังจะกลับมา
หลังจากทำตัว"โลว์ไปรไฟล์" เงียบหายไปจากหน้าสื่อฯ พักใหญ่ "ตุ๊ดตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ก็ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังถูกศาลฎีกา พิพากษา ให้ชดใช้แก่ผู้เสียหาย ที่ฟ้องเป็นคดีแพ่ง จากกรณีไฟไหม้ อาคารพาณิชย์ ย่านราชปรารภ 3 คูหา ร่วมกับ "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ "กี้ร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นเงินประมาณ 30
ล้านบาท จากพฤติกรรมปราศรัย ยั่วยุ ให้เกิดความรุนแรง ระหว่างการชุมนุม "กลุ่มเสื้อแดง" เมื่อปี 53 ... ซึ่งเรื่องนี้ "จตุพร" บอกว่า น้อมรับคำพิพากษาของศาลฯ ... แต่ตอนนี้ ยังไม่มีเงิน
"จตุพร" บอกว่า ปัญหาของตนเองเป็นเรื่องเล็ก ... แต่เรื่องใหญ่คือ ปัญหาของประชาชนที่ถูกล็อกไว้ด้วยรัฐธรรมนูญ ... ดังนั้นทางแก้ปัญหาของประชาชน คือต้องแก้รัฐธรรมนูญ ..."จตุพร" ยกเอาปัญหาเศรษฐกิจ มาเป็นโจทย์ใหญ่ ว่าที่ผ่านมา "รัฐบาลลุงตู่" ล้มเหลวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะประเทศถูกล็อกไว้ด้วยกลุ่มทุนใหญ่ การแจกเงินให้คนจน สุดท้ายก็ไปกองรวมอยู่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ ... จะเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก คงไม่มีทาง... เมื่อประเทศถูกล็อกด้วยรัฐธรรมนูญ ที่เป็นอุปสรรค ถ้าไม่แกะล็อก ก็แก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ อีกทั้งการคิดแต่เอาเปรียบทางการเมือง โดยตั้งคน 250 คน เป็นส.ว. เพื่อจะได้เป็นผู้ชนะ ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ปัญหาของชาติไม่มีวันแก้ได้...
"ถึงที่สุดแล้ว ถ้าเราไล่พวกเขาออก เขาก็กลับมาอีก เพราะกับดักอยู่ที่ รัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น เราจึงต้องเสียงดังอย่างแข็งแรง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน"
การออกมาเรียกร้องของ "จตุพร" ครั้งนี้ บังเอิญไปสอดรับกับ การเคลื่อนไหวของ " 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน" ที่เปิดเวทีเสวนา "รัฐธรรมนูญและจินตนาการใหม่" ที่หอประชุมใหญ่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเน้นย้ำต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะถ้ายังให้มี 250 ส.ว. ที่โหวตเลือกนายกฯได้ ไม่ว่าจะเลือกตั้งอีกกี่ครั้ง คนที่จะได้เป็นนายกฯ ก็คือคนที่ตั้ง 250 ส.ว.มา ซึ่งก็คือ คนที่คสช. สนับสนุนนั่นเอง…
สอดคล้องกับการเคลื่อนไหว ของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และขณะนี้ กำลังลงพื้นที่เพื่อ "สร้างฐานมวลชน" โดยอ้างถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่กำลังจะมาถึง และ เมื่อวานนี้ (1ก.ย.) พรรคอนาคตใหม่ ก็ได้จัดกิจกรรม "ครั้งแรกสะเทือนวงการการเมืองท้องถิ่น เวทีดีเบตสาธารณะของผู้สมัครนายกฯ อบจ.ในนามพรรคอนาคตใหม่" ที่หอประชุมเทศบาลนครนนทบุรี ซึ่งภายในงาน เป็นการจัดโต๊ะจีนระดมทุนกว่า 100 โต๊ะ ในราคาโต๊ะละ 6,000 บาทด้วย... และก็ช่างบังเอิญที่กระแส" ยุบพรรค" อนาคตใหม่ ในช่วงนี้ก็กำลังมาแรงเหลือเกิน
พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว โอกาสที่จะแก้สำเร็จโดยใช้ "เวทีสภา" นั้น ...เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะถูกล็อกเอาไว้หลายชั้น ยิ่งในสถานการณ์เช่นในปัจจุบัน ที่ "รัฐบาลลุงตู่" เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศด้วยแล้ว แทบจะพูดได้เต็มปากว่า "เป็นไปไม่ได้เลย" …
เมื่อหลายเรื่องราว หลายเงื่อนไข มาบรรจบกันเช่นนี้ ... เราอาจได้เห็น "การแก้รัฐธรรมนูญบนถนน" แทนที่จะแก้กันในสภาฯ ในอีกไม่ช้าก็เป็นได้...

-----------------------

รูป –ยืนยง โอภากุล – อนุทิน ชาญวีรกูล –ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
-จตุพร พรหมพันธุ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...