เจอเข้ากับสงครามการค้าแบบเต็มรูปแบบ แถมยังต้องเจอกับ “ม็อบกะปอมฮ่องกง” ที่ยังคงป่วนกันไม่เลิก ล่าสุด...เห็นว่าเริ่มกลับมาไล่ทุบ ไล่ถีบ กันอีกซะแล้ว มหาอำนาจรายใหม่คู่แข่งของคุณพ่ออเมริกาอย่างคุณพี่จีน ก็คงต้องปวดเศียรเวียนเกล้า กันไปตามสมควร แต่ก็เอาเถอะ...ในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ เป็นถึงระดับ “พญามังกร” มีปีก มีหาง แถมพ่นไฟได้ด้วย คงไม่ถึงกับน่าห่วง น่ากังวล มากมายสักเท่าไหร่...
ดังนั้น...วันนี้ คงต้องขออนุญาตหันไปให้ความสนใจประเทศเล็กๆ จนๆ สุดแสนจะอาภัพอับวาสนา ไม่เพียงแต่ได้ชื่อว่าจนระดับแทบจะที่สุดในโลก ยังต้องเจอกับโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น เจอภาวะสงครามต่อเนื่องมาเกือบจะ 5 ปีเข้าไปแล้ว ผู้คนล้มตายกันไปแล้วเหยียบหลักแสน ที่ต้องอดอยากปากแห้ง ไม่มีทั้งอาหาร น้ำดื่มสะอาดๆ ไปจนยารักษาโรคง่ายๆ พื้นๆ น่าจะปาเข้าไประดับเป็นสิบๆ ล้าน หรือเกือบครึ่ง เกือบค่อนประเทศ เฉพาะที่ขาดอาหารในระดับเจียนอยู่-เจียนตาย คงไม่ต่ำไปกว่า 2.2 ล้านคนเป็นอย่างน้อย โดยประมาณ 8.4 ล้านจากตัวเลขที่ว่านี้ หรือตัวเลขตามรายงานของสหประชาชาติ ก็คือบรรดาเด็กๆ ตาดำๆ ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่มีอายุน้อยกว่า 7 ขวบลงไป...
ประเทศที่ว่านี้...คงไม่ได้มีที่ตั้งอยู่ ณ “นรก” ขุมไหน แต่อยู่บนแผนที่โลกใบเดียวกันกับบรรดาปวงประเทศทั้งหลายมาโดยตลอด นั่นคือ...ประเทศ “เยเมน” นั่นเอง ซึ่งถ้าฟังจาก “ข่าวล่า-มาเรือ” หรือข่าวคราวช่วงล่าสุด ก็น่าจะพอเริ่มเห็นๆ “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ขึ้นมามั่งแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวคราวว่าผู้นำประเทศมหาอำนาจรัสเซีย อย่างประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” ผู้เคยพลิกฟ้า-คว่ำดิน พลิกโฉมหน้าสงครามในตะวันออกกลาง หรือในประเทศซีเรีย จากระดับ “หลังตีน” ให้กลายมาเป็น “หน้ามือ” กันจนได้ ได้มีกำหนดการอย่างเป็นทางการที่จะไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ผู้เปิดฉาก “สงครามเยเมน” ขึ้นมาแต่แรกหรือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 โดยหัวข้อประเด็นที่จะหยิบยกมาเจรจาระหว่างผู้นำประเทศทั้งสอง ก็คือประเด็นเรื่อง “เยเมน” นั่นเอง...
กำหนดการเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุฯ ของผู้นำรัสเซียจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึง ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะที่ออกจะสอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นไปในเยเมนช่วงนี้เอามากๆ เนื่องจากผู้ตัดสินใจเปิดฉากบุกเยเมนอย่างรัฐบาลซาอุฯ นั้น กำลังอยู่ในระหว่าง “กรอบเป็นข้าวเกรียบ” แทบหาทางออก-ทางไป จากสงครามซึ่งตัวเองเป็นผู้เริ่มต้นขึ้นมาแทบไม่เจอ คือไม่เพียงแต่ติดหล่ม จมปลักอยู่กับสงครามที่แทบมองไม่เห็นชัยชนะใดๆ ได้เลย ยังต้องเจอกับการออกอาวุธโต้ของพวกกบฏเยเมนไม่ว่าพวกนักรบฮูตี หรือกองทัพเยเมนที่ปฏิเสธการสนับสนุนอดีตประธานาธิบดี “รับบูห์ มันซูร์ ฮาดี” (Abd Rubbuh Mansur Hadi) ผู้ทิ้งบ้าน ทิ้งเมือง หนีไปอยู่ซาอุฯ จนถูกเรียกขานกันในนาม “ประธานาธิบดีหุ่น” ของซาอุฯ มาโดยตลอด ชนิดออกอาการ “ปริ่มน้ำ” ยิ่งกว่า “รัฐบาลปริ่มน้ำ” ของบ้านเราไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า...
คือด้วยเหตุเพราะฤทธิ์เดชของอาวุธใหม่ๆ หรือ “อาวุธที่บินได้” ซึ่งจะถูกประดิษฐ์ คิดค้นขึ้นมาโดยพวกกบฏเยเมนเอง หรือโดยการสนับสนุนช่วยเหลือจากพี่เบิ้มรายใหญ่แห่งตะวันออกกลางอย่าง “อิหร่าน” หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ ทำให้โฉมหน้าสงครามในเยเมนเริ่มพลิกซ้าย-พลิกขวา อย่างเห็นได้ชัดเจน การโจมตี “กองกำลังพันธมิตรฯ ที่นำโดยซาอุฯ” ด้วยจรวด ขีปนาวุธ ตลอดไปจนเครื่องบินประเภทไร้คนขับ ที่เรียกๆ กันว่า “โดรน” มันออกจะเป็นอะไรที่ “เอาเรื่อง” มิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินพาณิชย์ระดับนานาชาติของซาอุฯ อย่าง “Abha International Airport” หรือล่าสุดก็สนามบิน “Jizan” ต่างพังพินาศฉิบหายกันไปเป็นแถบๆ สถานีน้ำมัน โรงกลั่น สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างท่อขนส่งน้ำมันของบริษัท “Aramco” ถูกโจมตีคราวแล้ว คราวเล่าไปจนอาคาร สถานที่สำคัญๆ ของประเทศพันธมิตรซาอุฯ อย่าง “ยูเออี” ก็พลอยต้องเจ๊งไปด้วย ไม่ว่าจะโดยจรวด “Burkan-1-2-3-4” ไปจนถึงเครื่องบินโดรน “Qasef-1-2-3-4K” ของพวกกบฏเยเมน ที่แสดงพิษสงรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที เรียกว่า...ขนาดเครื่องบินโดรน “MQ-9” ของมหาอำนาจอเมริกา ยังโดนจรวดของพวกกบฏเยเมนสอยร่วงมาแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ ไม่ต่างไปจากจรวดอิหร่านที่เคยสอยเครื่องบินโดรนของอเมริกาซึ่งบินสูงขึ้นไปเป็นร้อยๆพันๆ กิโลเมตร ร่วงลงจากฟากฟ้ากันเห็นๆ...
ชนิดเล่นเอาพันธมิตรระดับเคียงบ่าเคียงไหล่กับซาอุฯ มาโดยตลอด อย่าง “ยูเออี” ต้องงัดเอาเพลงเก่าๆ ของคุณน้อง “อ้อม-สุนิสา” คือเพลง “ถอยดีกว่า...ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า” ออกมาร้องมาดังๆ คือประกาศถอนตัว ถอนกำลังในการเข้าร่วมสงครามเยเมนกับซาอุฯอย่างแทบจะเป็นทางการ โดยเฉพาะการส่งเจ้าหน้าที่การทูตระดับอาวุโสไปเยือนประเทศอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อยืนยันให้ความมั่นอก มั่นใจว่า “ยูเออี” ได้เปลี่ยนนโยบายต่อเยเมนไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่คิดจะทำสงครามในประเทศนี้อีกต่อไปแล้ว แถมกองกำลังชาวเยเมนที่ตัวเองเคยจัดตั้ง ยัดอาวุธเอาไว้ในมือ ยังดันหันมาเล่นงานกองกำลังฝ่ายที่สนับสนุนประธานาธิบดีหุ่นของซาอุฯ แย่งเมืองเอเดน จนบาดเจ็บล้มตายกันไปเป็นร้อยๆ หรือหันมา “กัดกันเอง” แทนที่จะหันไปสู้กับพวกกบฏ จนทำให้สงครามเยเมนของซาอุฯ กลายเป็น “สงครามที่มองไม่เห็นชัยชนะ” ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...
และนั่นดูจะทำให้มกุฎราชกุมารซาอุฯ อย่างเจ้าชาย “MbS” หรือ “โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน” ผู้เปิดฉากสงครามครั้งนี้มาตั้งแต่แรกขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ออกอาการเบื่อหน่ายเต็มที และล้าเต็มที ยิ่งเห็นการพลิกซ้าย พลิกขวา พลิกหลังตีนเป็นหน้ามือ ใน “สงครามซีเรีย” หลังจากมหาอำนาจอย่างรัสเซียยื่นมือเข้าสอดแทรก โดยมหามิตรของซาอุฯ อย่างคุณพ่ออเมริกาต้องซุกส้นตีนเอาไว้ในหีบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ โอกาสที่ซาอุฯ จะปรับเปลี่ยนนโยบายต่อสงครามเยเมนและประเทศเยเมน แบบเดียวกับที่พันธมิตรยูเออีได้ “เปลี่ยนไป๋” เรียบร้อยแล้ว จึงย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ และนั่นเองที่ทำให้การเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุฯ อย่างเป็นทางการ ของผู้นำรัสเซียในเดือนตุลาคมที่จะถึง โดยมีประเด็นการหารือในเรื่อง “สงครามเยเมน” เป็นประเด็นหลัก จึงเป็นอะไรที่เริ่มวับๆ แวมๆ เริ่มส่องแสงสว่างออกมาแถวๆ ปลายอุโมงค์ขึ้นมามั่งแล้ว...
แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากซาอุฯ คิดจะเปลี่ยนนโยบายต่อสงครามเยเมนและต่อประเทศเยเมน นั่นย่อมหมายถึงนโยบายต่างๆ ที่ราชอาณาจักรซาอุฯ เคยมีต่อประเทศอิหร่าน หรือต่อ “ภัยคุกคามอิหร่าน” ซึ่งแทรกซึมเข้าสู่เยเมนอย่างเห็นได้ชัดเจน ย่อมอาจต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปบ้างไม่ว่ามากหรือน้อย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ หรือพูดง่ายๆ ว่า...สิ่งที่มหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอล เคยกู่ก้องร้องตะโกนไปทั่วทั้งโลก ในนาม “ภัยคุกคามอิหร่าน” และพยายามดึงเอาราชอาณาจักรซาอุฯ ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญในการต่อต้าน คัดค้าน สิ่งที่ว่านี้ ย่อมต้องลดระดับ หรืออาจต้องเลิกล้มไปโดยปริยาย และอาจเป็นด้วยเหตุนี้นี่เอง ที่ทำให้เกิด “ข่าวล่า-มาเรือ” ที่หนังสือพิมพ์ “Al-Jarida” ของคูเวต ถึงได้ออกมาเปิดเผยไปเมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมา ว่ากองทัพอากาศอิสราเอลมีแผนที่จะทิ้งระเบิดโจมตีพวกกบฏฮูตีในเยเมน ไปพร้อมๆ กับพวกเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนและฮามาสในปาเลสไตน์ ก่อนที่ “แนวรบในตะวันออกกลาง” จะเปลี่ยนจาก “สงคราม” ไปสู่ “สันติภาพ” ได้ง่ายๆ...


