xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดหุ้น “โคม่า”

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา





นักวิเคราะห์หุ้นโบรกเกอร์บางสำนักเคยทำนายไว้ หลังผ่านพ้นการแถลงนโยบายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ทำให้ตลาดหุ้นคึกคัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สวนทางกับคำทำนายอย่างสิ้นเชิง

เพราะหลังจากการแถลงนโยบายรัฐบาล ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ปักหัวลง และเพียงช่วง 2 สัปดาห์ ทรุดไปกว่า 100 จุด จากที่รอทะลุ 1800 จุด แต่ต้นสัปดาห์เกือบจะหลุดระดับ 1600 จุด

แม้ความผันผวนรุนแรงในตลาดหุ้น ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายใน ไม่ได้เกิดจากความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แต่การที่ดัชนีหุ้นดิ่งเหวลงมาม้วนเดียว สะท้อนให้เห็นว่า

ตลาดหุ้นไทยไม่มีภูมิต้านทานรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกแต่อย่างใด ไม่มีแรงซื้อที่จะรับมือแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล คงได้แต่เฝ้าดูหุ้นร่วงไปวันๆ เพราะไม่สามารถหามาตรการใดพยุงตลาดหุ้นได้ และถึงจะออกมาเรียกความเชื่อมั่น แต่นักลงทุนคงไม่ฟัง

มรสุมข่าวร้ายที่ถล่มใส่ตลาดหุ้นจนปั่นป่วน เกิดจากปัจจัยภายนอก โดยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนปะทุขึ้นใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก และซ้ำเติมด้วยการชุมนุมประท้วงในฮ่องกง จนต้องยกเลิกเที่ยวบิน

หุ้นทั่วโลกทรุดลงเป็นระบบลูกโซ่ นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกพากันเทขายหุ้น และหันมาถือครองทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย ในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือการลงทุน ทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานทะลุ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 6 ปี

นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเพิ่งกลับเข้ามาช้อนซื้อหุ้น ถือโอกาสเทขายหุ้นระบายออกมาต่อเนื่องวันละหลายพันล้านบาท จนมียอดขายสุทธิสะสมในเดือนสิงหาคมกว่า19,500 ล้านบาท

โบรกเกอร์หลายสำนักคาดหมายว่า ครึ่งปีหลัง เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง เพราะมีความเชื่อมั่นในระบบการเมือง หลังการจัดตั้งรัฐบาลตามระบบประชาธิปไตย แต่คำทำนายของโบรกเกอร์ อาจผิดอีกตามเคย เพราะต่างชาติกลับลำมาเทขาย

ตลาดหุ้นกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย นักลงทุนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่อาจประเมินทิศทางการลงทุนได้ ไม่รู้ว่า ดัชนีหุ้นรอบนี้จะรูดลงไปถึงระดับใด และระดับ1600 จุดจะรับอยู่หรือไม่

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งเริ่มต้นบริหารประเทศอย่างเป็นทางการประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ต้องเจอการท้าทายจากความระส่ำระสายในตลาดหุ้นเสียแล้ว และไม่รู้ว่า จะหาทางแก้อย่างไรด้วย

เพราะปัจจัยที่พุ่งกระทบ อยู่นอกเหนือการควบคุม

การถล่มขายหุ้นอย่างเอาเป็นเอาตายของนักลงทุนต่างชาติ เป็นภาพสะท้อนที่ไม่ดีกับรัฐบาล เพราะถ้าต่างชาติมีความเชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อมั่นในทีมเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาสุดขีดได้ คงไม่ขายหุ้นทิ้ง และขนเงินกลับบ้าน

แต่เพราะไม่เชื่อว่า เศรษฐกิจจะฟื้น จึงระบายหุ้นทิ้ง แม้ราคาที่ขายขณะนี้ จะขาดทุนก็ตาม

นักลงทุนรายย่อยในประเทศ สะบักสะบอมตามๆ กัน เพราะหุ้นตกรอบนี้ รายย่อยช้อนซื้อตลอด จนกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ แต่ยิ่งโหมซื้อ หุ้นยิ่งลงหนัก ทำให้ต้องแบกหุ้นต้นทุนสูงจากฝรั่ง ส่วนกองทุนรวมในประเทศ เหมือนนกรู้ ชะลอการลงทุน

ประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปีนี้ บริษัทโบรกเกอร์ทยอยปรับลดตัวเลขลงมา โดยคาดหมายว่า สิ้นปีนี้ดัชนีหุ้นจะยืนอยู่ในระดับ 1700 จุดเท่านั้น เนื่องจากผลกระทบสงครามการค้า ผลกระทบจากเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ

ตลาดหุ้นเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การเมือง

ดัชนีหุ้นที่วูบลงกว่า 100 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ลดฮวบลงกว่า 1 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติที่ปรับกลยุทธ์ หันมาเทขายหุ้นเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 2 สัปดาห์ กำลังเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นกำลังหมดความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจ การเมือง การลงทุน และสถานการณ์ของโลก

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มีการบ้านใหญ่แล้ว ทำอย่างไรจะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับคืนมา ทำอย่างไรจะปลุกเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่มีแต่ราคาคุยเท่า

และทำอย่างไรจะกอบกู้วิกฤตตลาดหุ้น ซึ่งอยู่อาการ “โคม่า” หนัก และอาจทำให้นักลงทุนรายย่อยในประเทศ ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงคาตลาดหุ้น

หุ้นตกรอบนี้ ใครขายทิ้งไม่ทัน เจ็บหนักจริงๆ ยิ่งเชื่อว่า มีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว หุ้นต้องขึ้น และแห่เข้าไปช้อนซื้อ ยิ่งเจ็บปางตาย ดังนั้นจึงอย่ามั่นใจว่า รัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศแล้ว ทุกอย่างจะดี

เพราะเห็นกันชัดๆ ว่า นักลงทุนทั้งฝรั่ง ทั้งไทย ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับการกลับมาของพล.อ.ประยุทธ์แต่อย่างใด หุ้นจึงถูกถล่มจมดิน
กำลังโหลดความคิดเห็น...