xs
xsm
sm
md
lg

ฮ่องกงกับอนาคตที่ยังดูมืดมัว

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


อนาคตของฮ่องกงจะเป็นอย่างไร ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เมื่อการชุมนุมประท้วงของคนฮ่องกงยังไม่มีวี่แววว่าจะลดระดับลงด้านความเข้มข้น ทั้งยังมีความกังวลว่าความรุนแรงในการปะทะกันด้วยกำลังระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

คนฮ่องกงก็คาดไม่ถูกว่าจะเป็นอย่างไร สถานการณ์โดยรวมขึ้นอยู่กับแผนและการปฏิบัติการโดยรัฐบาลจีน ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งสัญญาณเป็นระยะๆ ว่าอาจจำเป็นต้องเข้าระงับเหตุถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงควบคุมเหตุไม่ได้

และสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 9 เห็นได้ชัดว่าการชุมนุมประท้วงและการปะทะ ซึ่งเริ่มบนเกาะฮ่องกง ได้ขยายตัวไปยังฝั่งเกาลูนในย่านธุรกิจสำคัญ รวมทั้งย่านมงก๊ก และอาจลามเข้าไปถึงเขตที่เรียกว่า “ดินแดนใหม่” อยู่ติดกับชายแดนจีน

การประท้วงและการปะทะกันด้วยกำลังโดยเจ้าหน้าที่ต้องยิงด้วยกระสุนยาง แก๊สน้ำตา แก๊สพริกไทย รถฉีดน้ำ รวมทั้งการปะทะด้วยอาวุธ เช่น กระบอง มีโล่ ขณะที่ผู้ประท้วงใช้ไม้ เหล็กท่อน และอะไรก็ตามที่คว้าไว้ได้ ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

ผลก็คือมีคนบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย มีบางรายสาหัส เมื่อมีกลุ่มอันธพาลมาผสมโรงไล่ทุบตีผู้ประท้วง ก็ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นจลาจลเผาเมืองหรือใช้อาวุธรุนแรงเช่น ปืน ระเบิด ซึ่งจะเป็นเหตุให้จีนมีข้ออ้างส่งทหารเข้าจัดการได้

จีนมีทหารประจำการ 6 พันนายอยู่ในค่ายในฮ่องกง แต่ไม่แสดงตัวอย่างเปิดเผย และมีกำลังเสริมมากมายในเซินเจิ้น พร้อมจะข้ามพรมแดนเข้ามาได้ทุกเวลา

แต่จีนยังไม่ทำอะไร นอกจากสำแดงพลัง ฝึกซ้อมเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลในมณฑลกวางตุ้งซึ่งพูดภาษาเดียวกันกับชาวฮ่องกง จะถึงจุดนั้นก็ต่อเมื่อมีเหตุร้ายลุกลามจนเกินขีดความสามารถของตำรวจฮ่องกงซึ่งกำลังถูกผู้ประท้วงกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรง

สิ่งที่รัฐบาลจีนปฏิบัติขณะนี้ก็คือ ยังไม่แทรกแซง แต่จะให้คนฮ่องกงด้วยกันเองรับรู้สภาพความเลวร้ายที่เกิดขึ้น โดยหวังว่าจะให้ผู้ที่เดือดร้อนออกมามีบทบาท หรือส่วนหนึ่งที่เข้าร่วมต่อสู้จะได้ตระหนักว่าผลสุดท้าย คนฮ่องกงนั่นแหละจะอยู่ในภาวะลำบาก

การชุมนุมเรียกร้องให้ผู้บริหารฮ่องกงยกเลิกความพยายามจะผ่านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ได้รับการตอบสนองเพียงแค่ให้แขวนไว้ก่อน เท่ากับแสดงว่ายังไม่เลิกความพยายามจะเสนอกฎหมายนี้อีกครั้ง ถ้ามีโอกาส เท่ากับสร้างความไม่ไว้วางใจ

อีกข้อเรียกร้องคือให้ผู้บริหาร นางแคร์รี่ แลม ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่นางยังไม่ทำตามข้อเสนอ มาถึงขั้นนี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้รุกคืบด้วยการเรียกร้องสถานภาพความเป็นอิสระ และต้องมีประชาธิปไตย หลุดจากการปกครองโดยจีน

นั่นหมายถึงต้องการเป็นรัฐอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับจีน ซึ่งจีนไม่มีวันยอม ทุกวันนี้ฮ่องกงมีเสรีภาพระดับหนึ่งภายใต้การปกครองระบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งมีเสรีภาพมากกว่าคนจีนบนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็แทบไม่คำนึงถึงความจริงที่ว่ายังเป็นคอมมิวนิสต์อยู่

เมื่อข้อเสนอไม่ได้รับการตอบสนอง การประท้วงไม่มีท่าทีจะลดลง จำนวนคนเข้าร่วมยังหนาแน่น แม้ส่วนหน้าเผชิญความรุนแรงเป็นกลุ่มคนวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ถูกจับกุมตัวดำเนินคดี โดยไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไรเมื่อเผชิญข้อหา

มีข่าวว่าจีนได้ไล่จับกุมแกนนำซึ่งพยายามเดินทางออกนอกประเทศ หลบคดีอาญา พร้อมเก็บข้อมูลไว้พร้อมในกรณีที่จะจัดการด้วยกฎหมายต่อไป

ผู้ประท้วงเริ่มใช้ยุทธวิธีใหม่ คือต้องการให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงเหตุต่างๆ ในฮ่องกง เรียกร้องให้ประชาคมโลกให้เข้ามามีส่วนช่วยให้ฮ่องกงได้หลุดพ้นจากอำนาจรัฐของจีน ทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษต่างอยากเข้ามามีส่วน แต่ถูกปรามโดยรัฐบาลจีนว่าอย่าเข้ามายุ่ง

รัฐบาลจีนยังได้เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มตัวแทนแกนนำผู้ประท้วง ทั้ง “โจชัว หว่อง” ซึ่งเป็นแกนนำรุ่นมีร่มเป็นสัญลักษณ์ พร้อมประณามว่าสหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศจีน และให้หยุดยั้งการกระทำเช่นนั้น

โฆษกของจีนย้อนว่า “รัฐบาลสหรัฐฯ จะมองหรือคิดอย่างไรถ้าเห็นเจ้าหน้าที่การทูตของจีนเข้าไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คุยกับกลุ่มผู้อพยพจากละตินอเมริกา หรือกลุ่มคนผิวสีซึ่งไม่พอใจกับพฤติกรรมของผู้นำสหรัฐฯ”

ภาคธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว เสียหาย ทุกอย่างแทบหยุดชะงัก สนามบินฮ่องกงซึ่งให้บริการเที่ยวบินมากถึง 1,000 เที่ยวต่อวัน อยู่ในสภาพที่ให้บริการไม่เต็มที่เพราะมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนเข้าไปนั่งชุมนุมอยู่ภายในอาคารขาเข้า แต่ไม่มีเหตุรุนแรง

เป็นการยึดพื้นที่โดยสงบ ร้องเพลง แจกเอกสารแผ่นพับให้ผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความกังวลว่า เข้าฮ่องกงมาแล้วจะมีเที่ยวบินขากลับออกหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกง ไม่ต่างจากที่เคยเกิดขึ้นในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีทั้งการบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา ยึดด้านหน้าของอาคารสนามบิน และจุดสำคัญอื่นๆ มีการปราบปราม ตำรวจฮ่องกงจะมองว่าการเข้าไปในสนามบินจะเป็นคดีก่อการร้ายหรือไม่

ฮ่องกงเป็นศูนย์การค้า การเงิน การขนส่งสินค้าด้วยคอนเทนเนอร์ และภาคธุรกิจกำลังมองว่าถ้ายืดเยื้อถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหาร จะส่งผลกระทบอย่างมาก และผู้ประกอบการเริ่มพิจารณาโยกย้ายฐานออกจากฮ่องกงเพื่อลดความเสียหาย

ร้านค้า แหล่งชอปปิ้ง การคมนาคมทั้งรถไฟใต้ดิน และการสัญจรลอดอุโมงค์เชื่อมระหว่างฝั่งเกาลูนและเกาะฮ่องกง อาจถูกผู้ประท้วงขัดขวาง หรือมีการสไตรค์หยุดงาน อย่างที่ได้เกิดขึ้นสัปดาห์ก่อน ทำให้บรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนมีอยู่โดยตลอด

ไม่มีใครคาดว่าฮ่องกงจะเป็นถึงขั้นนี้ และยังไม่มีใครบอกได้ว่าจะยุติอย่างไร
กำลังโหลดความคิดเห็น...