xs
xsm
sm
md
lg

เมืองผู้ดีได้ผู้นำ ‘รอบจัดจ้าน’

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ
อนาคตหรือชะตากรรมของประเทศอังกฤษจะเป็นอย่างไรภายใต้การนำของผู้นำหนุ่มคนใหม่ นายบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหมาดๆ หลังจากได้รับคะแนนโหวตจากสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมอย่างท่วมท้น

เป็นการยกระดับความสำเร็จขั้นสูงสุดจากตำแหน่งการเมืองสำคัญที่จอห์นสันเคยได้เป็นคือ นายกเทศมนตรีมหานครลอนดอน ก่อนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ และก็ได้สร้างบทบาทโฉ่งฉ่าง มีเสียงชมและตำหนิว่าเป็นคนลีลารอบจัดเอาตัวรอด ทิ้งพวกจากวิกฤต

หลังจากได้รับชัยชนะก็มีเสียงชื่นชมข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากทำเนียบขาวเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความยินดีเต็มที่และบอกว่า “จะต้องเจ๋งแน่”

และจอห์นสันก็ถูกมองว่านี่ก็คือโดนัลด์ ทรัมป์ของอังกฤษทั้งแนวคิดเหยียดผิวความห้าว ปากกล้า ความไวในการให้ข้อมูลเท็จหรือโกหกเพื่อสร้างโอกาส มีวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตต่างๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมถูกต้องของรูปแบบที่ใช้

พูดตามภาษาชาวบ้านคือเป็นคนที่ “อายยาก” นั่นเอง และพูดจาอะไรกระทบคนอื่น ก็ไม่รู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบ หรือถือว่าเป็นความผิด ขอให้ดังและคนนิยมก็ใช้ได้

แม้แต่นายสแตนลีย์ บิดาของจอห์สันเองก็ยอมรับว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมีบุคลิกเหมือนผู้นำของสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะทรงผมสีทองมีลักษณะเหมือนรังนกกระจาบซึ่งผู้เป็นพ่อคาดว่าทั้งสองผู้นำฝรั่งขาวผมทองจะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

เพียงแต่หวังว่าอย่าให้ผู้นำอังกฤษเป็นลูกไล่หรือเด็กในคาถาสั่งได้ทุกอย่างเพราะดูแนวโน้มแล้วทางอังกฤษจะออกจากสมาชิกประชาคมยุโรปโดยไม่มีข้อตกลงตามคำประกาศของนายจอห์นสันแล้วก็จะต้องพึ่งพาประเทศมหามิตร เช่น สหรัฐฯ เท่านั้น

เท่ากับว่าผู้นำทำเนียบขาวมีแต้มต่ออย่างมากในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศและอังกฤษจะต้องจ่ายแพงและยอมตามใจทรัมป์ โดยเฉพาะในแนวนโยบายด้านความสัมพันธ์กับอิหร่านซึ่งอังกฤษมีปัญหาเมื่อเรือน้ำมันได้ถูกกองกำลังอิหร่านยึดไว้

นี่เป็นประเด็นที่ทรัมป์จะต้องบีบให้อังกฤษเลิกรากับข้อผูกพันเรื่องอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน ซึ่งจะเหลือเพียงฝรั่งเศสและเยอรมนีในกลุ่มยุโรปซึ่งจะยังเชื่อมโยงกับอิหร่าน

จอห์นสันจะมีลีลาลูกเล่นอย่างไรให้รอดจากการถูกกดดันบีบคั้นโดยทรัมป์ผู้นำทำเนียบขาวและทำได้นานแค่ไหนก็ต้องรอดู ที่ผ่านมาดูเหมือนทั้งคู่จะเป็นเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือก แต่คนอังกฤษไม่ชอบหน้าทรัมป์ ไปเยือน 2 ครั้งก็เดินขบวนขับไล่

การได้เป็นนายกฯ ถือว่าได้เติมเต็มความหวังที่จะได้เป็นนักการเมืองผู้ประสบความสำเร็จสูงสุด จอห์นสันเป็นผลผลิตของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับอดีตนายกฯ ของไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีก่อนหลายปี

จะได้เป็นนายกฯ โดยสมบูรณ์ จอห์นสันจะต้องได้เข้าเฝ้าพระราชาชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นพิธีการที่จำเป็น จากนั้นนางเทเรซา เมย์ จะกล่าวอำลาตำแหน่งในสภาผู้แทน ก่อนส่งมอบตำแหน่งให้จอห์นสันรับช่วงต่ออย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนถัดไป จอห์นสันจะประชุมร่วมกับข้าราชการประจำตำแหน่งสำคัญได้รับรู้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในเรื่องต่างๆ และต้องรู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรถ้าเผชิญกับวิกฤตด้านความมั่นคง เช่น อังกฤษถูกโจมตี หรือเรือติดหัวรบอาวุธนิวเคลียร์ถูกเล่นงาน เป็นต้น

การได้ตำแหน่งเป็นเพียงการสอบผ่านด้วยการเลือกของพรรคอนุรักษนิยมเท่านั้นหลังจาก เทเรซา เมย์ ต้องออกไปในสภาพที่บอบช้ำจากความล้มเหลวซ้ำซากในการเดินหน้านำอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของประชาคมยุโรปหรือ “เบร็กซิต” นั่นเอง

เส้นตายที่อังกฤษจะต้องออกจากสมาชิกประชาคมยุโรปคือ 31 ตุลาคมปีนี้ และจอห์นสัน ต้องเร่งพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองมีความสามารถตามคำคุยโวและคุยทับถมนางเทเรซา เมย์ก่อนหน้านี้ด้วย และตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีเล่นงานเมย์จนทำงานลำบาก

จะเป็นกรรมตามทันจอห์นสันหรือไม่ เพราะตนเองต้องรับช่วงการนำประเทศซึ่งอยู่ในภาวะแตกแยกด้วยนโยบายเบร็กซิต และพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งก็แบ่งเป็น 2 ฝ่าย จะเป็นความลำบากในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งอยู่ในช่วงการวิ่งเต้นอย่างเข้มข้น

ช่วงนี้มีข่าวว่าตำแหน่งที่มีอยู่นั้น น้อยกว่าจำนวนที่อยากเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นจอห์นสันจะต้องดำรงดุลยภาพในการรักษาพันธมิตรไว้ไม่ให้มีปัญหาความมั่นคงด้วย

นั่นเพราะทันทีที่จอห์นสันชนะ ก็ถูกผู้นำฝ่ายค้านนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานพูดหมิ่นเชิงว่านายจอห์นสันยังไม่ได้ผ่านการรับเลือกโดยประชาชนอังกฤษ และถ้าแน่จริงควรประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อพิสูจน์ความนิยมว่ามีมากแค่ไหน

และจะได้รู้ว่าคนอังกฤษยังจะเอานโยบายแยกตัวออกจากกลุ่มอียูหรือไม่!

แต่จอห์นสันคงจะไม่ทำอะไรเพื่อให้ฝ่ายค้านได้มีโอกาสช่วงชิงตำแหน่งได้ง่ายอย่างนั้นสู้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจะดีกว่าต้องมาหาเสียงรอบใหม่แล้วไม่แน่ใจว่าคนอังกฤษยังอยากอยู่หรืออยากแยกตัวจากประชาคมยุโรปเมื่อรู้รสความยุ่งยากสารพัด

ตัวจอห์นสันเองนั่นแหละทำให้เกิดคำครหาว่าได้เป็นผู้ให้ข้อมูลเท็จแก่ประชาชนอังกฤษในช่วงการหาเสียงเอาหรือไม่เอาเบร็กซิต โดยอ้างว่าอังกฤษต้องจ่ายเงินสมทบให้กับประชาคมยุโรปสัปดาห์ละ 350 ล้านปอนด์ทำให้คนตื่นกลัวอยากออกจากอียู

นอกจากสภาวะผู้นำที่จะต้องโดนทดสอบอย่างแรง จอห์นสันจะต้องถูกขุดคุ้ยอย่างเข้มข้นทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ โดยเฉพาะการถูกสงสัยว่าได้ลงมือลงไม้ซ้อมแฟนสาวในอพาร์ตเมนท์ทำให้เพื่อนร่วมอาคารต้องเรียกตำรวจเข้ามาจัดการระงับเหตุ

ต้องรอดูว่าความรอบจัดลื่นไหลจะช่วยจอห์นสันอยู่รอดได้นานหรือไม่!
กำลังโหลดความคิดเห็น