xs
xsm
sm
md
lg

โกงเงินช่วยเหลือเด็ก : บั่นทอนศักยภาพเด็ก

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง


ท่านผู้อ่านที่สนใจติดตามข่าวการทุจริตในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง จะพบว่า การทุจริตในภาครัฐโดยเฉพาะในส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจได้เกิดขึ้น และคงอยู่เรื่อยมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เพียงแต่มีการเปลี่ยนรูปแบบให้แนบเนียนขึ้น และความเสียหายที่รัฐได้รับจากการโกงกินมีมากขึ้นด้วย ทั้งนี้จะสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้

1. ในอดีตการเมืองไทยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแบบตั้งรับ ทำงานโดยอาศัยข้าราชการประจำกำหนดนโยบายภายใต้การชี้นำของสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การโกงกินในยุคนี้เป็นไปในรูปแบบกินตามน้ำ โดยเรียกร้องผลประโยชน์จากพ่อค้า ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจกับภาครัฐเป็นจำนวนเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวงเงินที่พ่อค้าจะได้รับจากการขายสินค้าหรือค่าจ้างทำงานอาจเป็น 3-5% โดยประมาณ แล้วแต่จะตกลงกัน จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐมากนัก เพราะถึงแม้จะจ่ายสินบนส่วนหนึ่งเพื่อแลกกับการได้งาน และความสะดวกในการทำงาน แต่ก็ยังมีเงินเหลือเพียงพอที่จะประกอบกิจการให้กับรัฐ ทั้งยังมีกำไรจากการประกอบธุรกิจมากพอที่จะอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน และไม่ต้องลดคุณภาพสินค้าและบริการลง ถึงกับทำให้รัฐเสียหาย เพียงแต่ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการสูงกว่าราคาในท้องตลาดทั่วไปอย่างน้อยเท่ากับที่พ่อค้าจ่ายใต้โต๊ะไป

2. แต่ต่อมา เมื่อการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเชิงรุก โดยนำนโยบายประชานิยมเข้ามาเป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล โครงการภายใต้นโยบายประชานิยมในรูปแบบลด แลก แจก แถม ได้เกิดขึ้นโดยอ้างความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชน และจากโครงการต่างๆ นี้เอง การทุจริต คอร์รัปชันเชิงนโยบายจึงเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นการกินทวนน้ำ เพราะสามารถเรียกร้องผลประโยชน์จากพ่อค้าที่เข้ามารับงานในโครงการนี้ได้ตามอำเภอใจ จึงทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว จะเห็นได้จากโครงการรับจำนำข้าว เป็นต้น เป็นตัวอย่าง และการทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็กก็มี การทุจริตเงินอุดหนุนซื้ออุปกรณ์การศึกษาเด็กก็มี ซึ่งเป็นข่าวฉาวโฉ่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็นการคอร์รัปชันเชิงนโยบายทั้งสิ้น เพราะโครงการประเภทนี้เกิดขึ้นโดยอ้างการให้ความช่วยเหลือเด็ก แล้วแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณก้อนนี้

นับจากที่มีข่าวการทุจริตเงินทอนวัด เงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นต้นมา การทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็ก ถือว่าเลวร้ายที่สุด ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. เด็กวันนี้ ก็คือ ทรัพยากรบุคคล อันมีค่าของประเทศในอนาคต ถ้าเด็กได้รับอาหารมีค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายและจิตใจของเด็กไม่อยู่ในภาวะที่พร้อมจะเรียนรู้ได้ดี เท่ากับเด็กที่มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์

ดังนั้น การโกงกินค่าอาหารกลางวันเด็ก จึงเท่ากับบั่นทอน และทำลายศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็ก

2. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ดังกล่าวส่วนหนึ่งเชื่อว่า คงจะเป็นครู ซึ่งควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านคุณธรรม และจริยธรรมของเด็ก

ดังนั้น เมื่อครูไม่มีจริยธรรม และคุณธรรมแล้วจะเอาตัวอย่างที่ดีจากไหนมาสอนเด็ก และที่ยิ่งกว่านี้ อาจทำให้เด็กถือแบบอย่างไปทำตามเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ด้วยเหตุปัจจัย 2 ประการข้างต้น ปัญหานี้จะต้องได้รับการแก้ไข และป้องกันโดยเร็ว จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ครม.ชุดใหม่ถึงแม้จะนำโดยนายกฯ คนเก่า แต่ก็ขอให้เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนใหม่ แล้วจัดการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และเชื่อว่าถ้าจริงใจคงจะแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแต่ให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองเด็กเข้ามามีส่วนในคณะกรรมการจัดหาอาหารกลางวันให้เด็ก ก็คงจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ถึงแม้จะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็คงจะลดลงอยู่ในระดับที่พอจะรับได้

สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทนี้

เมตตา ของคุณครู ไปอยู่ไหน
จึงมีใจ มืดคล้ำ ดำสนิท
โกงกิน ค่าอาหาร ทานชีวิต
ไยไม่คิด ถึงเด็กน้อย รอคอยกิน

เที่ยงวัน เด็กมา โรงอาหาร
มองเห็นจาน เบื่อระอา ไม่น่าถวิล
กับข้าว มีแต่ผักไม่มีปลา เป็นอาจิณ
เพื่อชีวิน จำใจทาน ต้านหิวโซ

กำลังโหลดความคิดเห็น...