xs
xsm
sm
md
lg

กางข้อสอบอภิปรายรัฐบาล แยก6กลุ่มเนื้อหา-4กลุ่มรมต.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"สมคิด" เข้าพบนายกฯ คาดถกร่างนโยบายรัฐบาล-แบ่งงาน เผย 23 ก.ค.งดประชุม ครม. รอหลังจบแถลงนโยบายรัฐบาล “เพื่อไทย” กางบัญชีอภิปรายถล่มรัฐบาล แยก 6 กลุ่มเนื้อหา 4 กลุ่ม รมต. ล็อกเป้า “3 ป.” กลุ่มแรก โวย รบ.ให้เวลาถกนโยบายแค่ 2 วัน ยันต้อง 3 วันเท่า “รัฐบาลปู” เผยแจ้งชื่อขออภิปรายแล้วร่วม 50 คน “ชวน” นัดประชุมรัฐสภาแถลงนโยบายรบ. 25 - 26 ก.ค. หากไม่พอขยายต่อถึง 27 แนะ ส.ส.ให้บริหาร-คุมเวลา ไม่อยากให้สภาฯ ถูกมองเป็นเด็กเล่น

วานนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. มีรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยคาดว่าจะหารือเกี่ยวการแถลงนโยบายรัฐบาลด้านต่างๆ อีกทั้งฝ่ายค้านได้ประกาศที่จะอภิปรายโจมตีร่างนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และการหารือครั้งนี้ อาจรวมทั้งตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ ที่ยังไม่ได้มีการพิจารณา อาทิ ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างๆ เป็นต้น โดยทั้งคู่ใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที จากนั้น นายสมคิด ได้ลงมาขึ้นรถ และกลับออกไปจากทำเนียบฯ ทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางกลับบ้านพักในเวลา 15.10 น. ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่ขบวนของนายสมคิด ออกไป และถือว่ากลับเร็วกว่าปกติ ที่เคยกลับในช่วงเวลา 16.00 น. - 16.30 น. โดยคณะทำงานเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีภารกิจใด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจะมาเป็นที่ปรึกษา รองนายกฯสมคิด ได้เข้ามาช่วย นายสมคิด ทำงานบ้างแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ในฐานะคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 23 ก.ค.นี้ จะไม่มีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งการประชุม ครม. จะเกิดขึ้นหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว ในวันอังคารที่ 30 ก.ค.62

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของพรรค ได้พิจารณาเรื่องการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งล่าสุดทราบว่ารัฐบาลจะให้เวลาเพียง 2 วันนั้น ถือว่าให้เวลาน้อยมากเมื่อเทียบกับในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ให้เวลาอภิปรายถึง 3 วัน 3 คืน ดังนั้น ขอเรียกร้องว่า การอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ และครั้งนี้ประชาชนให้ความสนใจมากกว่าทุกครั้ง ขอให้สนองความต้องการของชาวบ้านอย่างเต็มที่ ไม่ควรที่จะขี้เหนียวเวลา ขอให้รัฐบาลทบทวนว่า เวลา 3 วันนั้นไม่ได้มากไปกว่าเดิม แต่เราขอเพียงแค่เท่าเดิม

นายสุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคเปิดให้ ส.ส.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายเป็นวันสุดท้าย โดยขณะนี้มีผู้แสดงความจำนงแล้วเกือบ 50 คน สำหรับเนื้อหาการอภิปรายนั้นจะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มเนื้อหา ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการเมือง และคุณสมบัติรัฐมนตรี, ด้านความมั่นคง, ด้านสังคม, ด้านการศึกษา และ ด้านการกระจายอำนาจ โดยมีหัวหน้าชุดและวิทยากรเป็นพี่เลี้ยงในแต่ละชุด อาทิ อดีตผู้บริหารพรรค อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมถึงนักวิชาการทั้งภายในพรรคและนอกพรรค ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ก.ค. วิทยากรจะได้พบกับผู้แสดงความจำนงขออภิปราย จากนั้นในวันที่ 22 ก.ค.จะเริ่มติวเข้ม ส่วนเรื่องของเทคนิคและคำพูดต่างๆ นั้น จะมีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายอดิศร เพียงเกษ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นวิทยากรให้ ยืนยันว่า การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับการทำงานของรัฐบาลเอง แต่ถ้าหากรัฐบาลทำไม่ได้จริงๆ คำตอบสุดท้ายจึงจะเป็นการล้มรัฐบาล

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังได้แบ่งการอภิปรายรัฐมนตรีที่มีปัญหาเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่ม 3 ป.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กลุ่มที่ 2.กลุ่มรัฐมนตรีที่มีคดีค้างอยู่คือ นายอุตตม สาวนายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีคดีกบฏและเคยร่วมเดินขบวนล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และกลุ่มที่ 4.กลุ่มรัฐมนตรีที่ถือหุ้นสื่อคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นายสาธิต ปิตุเตชะ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดอภิปรายนโยบายรัฐบาลเป็นเวลา 3 วัน ว่า เบื้องต้นได้ออกระเบียบวาระการประชุมเป็น 2 วัน คือ ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค.62 ซึ่งเป็นการกำหนดตามปกติอยู่แล้ว แต่หากอภิปรายไม่เสร็จสามารถอภิปรายต่อได้ในวันที่ 27 d”8”/ แต่จะไม่เกิน 3 วัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดจากวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ วิปทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือว่าฝ่ายใดจะได้เวลาอภิปรายเท่าไร โดยแต่ละฝ่ายจะบริหารเวลากันเอง ซึ่งที่ผ่านมาควบคุมเวลาได้ดี โดยไม่ต้องเตือนกัน เมื่อจบก็ขอให้จบ ไม่เช่นนั้นทุกคนจะรู้สึกว่าสภาเหมือนเด็กเล่น ขณะเดียวกัน ประเด็นที่พูดไม่ควรเยิ่นเย้อ ไม่ซ้ำซ้อนเกินไป ซึ่งเท่าที่เห็นสมาชิกมีความพยายามทำอยู่
กำลังโหลดความคิดเห็น...