xs
xsm
sm
md
lg

ความฉิบหายของผู้อื่น...คืองานของเรา???

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


สำหรับวันนี้...คงต้องแวะไปดูเรื่อง “ราคาน้ำมัน” กันอีกสักนิด เพราะช่วงระหว่างนี้แถบๆ พื้นที่เส้นทางขนส่งน้ำมันระดับ 1 ใน 5 ของตลาดน้ำมันโลก อย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” แถวๆ อิหร่าน มันชักจะเต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศที่ออกจะชุลมุน ชุลเก และพิลึก กึกกือกันพอสมควร...

เรียกว่า...ไล่เรียงเป็นลูกระนาดมาตั้งแต่ครั้งเรือขนส่งสินค้าและเรือน้ำมัน 4 ลำถูกวินาศกรรมที่เมืองท่าฟูไจราห์ ในยูเออี ตามด้วยเรือน้ำมันของซาอุฯ ยูเออี อีก 2 ลำถูกจรวด หรือถูกระเบิด ก็ยังสรุปไม่ออกจนทุกวันนี้ ต่อด้วยเรือขนส่งน้ำมันของอังกฤษที่แล่นไป-แล่นมาแถวๆ อ่าวเปอร์เซีย มีทั้งต้องหันหัวเรือกลับไปในเส้นทางอื่น ไม่ก็ต้องอาศัยเรือรบอังกฤษคอยแล่นตามตูดคุ้มกันไปติดๆ เพราะกลัวถูกอิหร่านแก้แค้น เอาคืน หลังจากไปยึดเรือน้ำมันอิหร่านเขาแถวๆ ช่องแคบยิบรอลตาร์มาก่อนหน้านั้น มาถึงคราวล่าสุด...เมื่อช่วงประมาณวันอาทิตย์ (14 ก.ค.) ที่ผ่านมานี่เอง เรือน้ำมันของใครก็ยังมิอาจสรุปได้ ชื่อว่า “Riah” ซึ่งกำลังแล่นไป-แล่นมาอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ก็ดันหายวับไปกับตาเอาดื้อๆ!!!

อย่างไรก็ตาม...หลังจากเช็ก หลังจากตรวจสอบจาก “ข่าวล่า-มาเรือ” ก็พอเป็นที่รับรู้ รับทราบว่า เรือ “Riah” ลำนี้ ที่แล่นออกจากเมืองท่าในยูเออี โดยจะเป็นเรือของยูเออี หรือของใครก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะยูเออีเขาออกมาปฏิเสธว่า ได้ขายเรือลำนี้ให้บริษัทเอกชนชื่อว่า “Moj Al-Bahar” ไปนานแล้ว และไม่ได้มีชาวยูเออีรายใดอยู่ภายในเรือที่ติดธงปานามา แต่ที่แน่ๆ ก็คือเรือลำนี้ได้ถูกทางการอิหร่าน ซึ่งอ้างว่า...ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องทางเทคนิค ก็เลยส่งทหารพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ไปลากเอามาซ่อมไว้ที่แถวๆ เกาะ Qeshem อันเป็นฐานบัญชาการของหน่วยทหารหน่วยนี้ซะยังงั้น!!!

เผอิญว่า...การลากเรือของใครก็ไม่รู้เอามาซ่อมกันดื้อๆ ของอิหร่านคราวนี้ มันออกจะเป็นอะไรที่สอดคล้อง รองรับกับคำพูด คำจา คำประกาศของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ท่าน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” แบบพอดิบ พอดี ที่บอกเอาไว้ประมาณว่า ยังไงๆ...คงต้องหาทางแก้แค้น เอาคืน “โจรสลัดอังกฤษ” ที่ยึดเรือน้ำมันของอิหร่านไปก่อนหน้านี้ บรรยากาศความชุลมุน ชุลเก ความพิลึกกึกกือในบริเวณเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญของโลก มันก็เลยยิ่งชุลมุน ชุลเก ยิ่งพิลึกกึกกือ ยิ่งขึ้นไปใหญ่ และยิ่งเมื่อ “ตำรวจโลก” อย่างคุณพ่ออเมริกา และ “สุนัขตำรวจ” (พูเดิล) อย่างอังกฤษ เขาได้จังหวะที่จะช่วยเพิ่มความชุลมุนให้หนักขึ้นไปอีก ด้วยการประกาศจัดตั้ง “กองกำลังร่วม” เพื่อพิทักษ์ “เสรีภาพแห่งการเดินเรือ” หรือ “เสรีภาพแห่งโจรสลัด” ก็แล้วแต่ในพื้นที่บริเวณนี้ รวมถึงล่าสุด...ที่กองทัพเรืออังกฤษ ได้ตัดสินใจส่งเรือรบเพิ่มเติมเข้ามาอีก นอกจากเรือ HMS Montrose แล้ว ยังมีเรือ HMS Duncan, HMS Kent ไปจนถึงเรือ RFA Wave Knight มาช่วยส่งกำลังบำรุง ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันก็เลยร้อนฉ่า ร้อนระเบิดเถิดเทิงยิ่งเข้าไปทุกที...

แต่ก็แปลกเอามากๆ...ที่มันกลับไม่ได้ส่งผลให้ “ราคาน้ำมัน” พุ่งพรวดๆ พราดๆ ขึ้นไปในระดับปรอทแตก เหมือนครั้งที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างอิรักบุกประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างคูเวต เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1990 หรือไม่ได้ขึ้นไปถึงระดับ 100-150-200-300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แบบเป็นร้อยๆ เปอร์เซ็นต์ พันๆ เปอร์เซ็นต์ เหมือนอย่างที่ใครเคยกลัวๆ เคยหวาดหวั่นขวัญสยองมาก่อนหน้านี้ แม้แต่ในช่วงที่คุณพ่ออเมริกาท่านทำท่าว่าจะ “บอมม์ม์ม์” อิหร่าน ที่สอยเครื่องบินโดรนอันสุดแสนจะทันสมัยของท่านไปหมาดๆ ว่ากันว่า...ระดับราคาน้ำมันในตลาดเบรนท์ ทะเลเหนือ ก็แค่เขยิบขึ้นไปประมาณ 5.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จาก 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขึ้นไปเป็น 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แถมเมื่อขึ้นไปแล้ว...ทำท่าว่าอาจลดฮวบๆ ฮาบๆ ลงมาซะอีกต่างหาก!!!

อันนี้นี่แหละ...เลยคงต้องลองไปหาคำตอบกันดูสักนิด ว่าเอาไป-เอามาแล้ว มันมีอะไรที่คอยถ่วง คอยรั้ง ไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งพรวดๆ พราดๆ เอาง่ายๆ ซึ่งถ้าว่ากันตามความคิดเห็นของบรรดากูรู กูรู้ หรือบรรดา “ผู้เชี่ยวชาญ” ทั้งหลายแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะปริมาณน้ำมันจากชั้นหินดินดาน ที่เรียกๆ กันว่า “Oil Shale” ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาในอเมริกานั่นแหละเป็นหลัก ที่มันมีจำนวนมากมายมหาศาลซะเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ หรือในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นไปอีก 17 เปอร์เซ็นต์นับจากปีที่แล้ว เมื่อรวมกับที่ผลิตขึ้นมาในแคนาดา ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 8.5 เปอร์เซ็นต์นับจากปีที่แล้ว ก็มีปริมาณมากซะยิ่งกว่าน้ำมันที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง อย่างคูเวตและยูเออีรวมกันซะด้วยซ้ำ...

ดังนั้น...ไม่ว่า “น้ำมันอิหร่าน” จะหายเกลี้ยงไปจากตลาด หรือหายไปวันละ 300,000 บาร์เรลเป็นอย่างน้อยในทุกวันนี้ หรือเรือขนส่งน้ำมันคูเวต ยูเออี บาห์เรน อิหร่าน อิรัก ที่ต้องอาศัย “ช่องแคบฮอร์มุซ” เป็นเส้นทางลำเลียงสู่มหาสมุทรอินเดีย จะถูกยึด ถูกวินาศกรรมอีกสักกี่ลำ ต่อกี่ลำ ก็ตามทีแต่กลับยิ่งกลายเป็นการช่วยให้ “น้ำมันอเมริกา” มีโอกาสขายดิบ ขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า และกลับไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันต้องพุ่งพรวดๆ พราดๆ ขึ้นไปในระดับร้อยๆ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุเพราะยังมี “น้ำมันอเมริกา” รอรับ รอจังหวะตีตลาด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนั่นเอง...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...ยิ่งเกิด “ปัญหา” ในเส้นทางขนส่งลำเลียงน้ำมันแถบช่องแคบฮอร์มุซหนักขึ้นเท่าไหร่ น้ำมันอเมริกาก็น่าจะยิ่งขายดิบ-ขายดี ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น อีกทั้งด้วยเหตุเพราะ “สงครามการค้า” ระหว่างจีนกับอเมริกา ยังคอยเป็นตัว “ถ่วงรั้ง” ไม่ให้ใครคิดจะออกเรี่ยว ออกแรง ลงทุน เพิ่มทุน ให้มากมายเกินไปกว่านี้ “อุปสงค์” ที่ลดลง มันเลยช่วยให้ราคาของ “อุปทาน” ไม่ถึงกับพุ่งพรวดพราดระเบิดเถิดเทิงจนเกินไป ดังนั้น...การ “สร้างปัญหา” ให้กับเส้นทางขนส่งลำเลียงน้ำมันในบริเวณนี้ให้มากๆ เข้าไว้ ก็จึงไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อคุณพ่ออเมริกาเอาเลยแม้แต่น้อย มีแต่ศัตรูคู่กัดอย่างอิหร่านนั่นแหละ ที่ออกจะหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งบรรดา “ตลาดในเอเชีย” ไม่ว่าจะจีน-ญี่ปุ่น-หรืออินเดีย ฯลฯ ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันซึ่งถูกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ซะเป็นหลัก หรือเป็นจำนวนถึง 76 เปอร์เซ็นต์ของตลาดในเอเชีย...

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครจะเดือดร้อน เพราะขนส่งน้ำมันออกสู่ตลาดไม่ได้ หรือหาซื้อน้ำมันในตลาดเดิมๆ ไม่ได้ ไปจนถึงผลิตน้ำมันแล้วขายไม่ได้ หรือไม่รู้จะไปขายใคร ก็ล้วนแต่เป็น “ปัญหาของมึง” ไปด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำหรับ “กู” หรือสำหรับ “อเมริกา” แล้ว ความเดือดร้อน หรือความฉิบหายของมึงนั่นเอง ที่อาจช่วยๆ ให้ “America Great Again” ขึ้นมาได้อีกครั้ง เอวัง...ก็จึงมีไปด้วยประการละฉะนี้...แล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...