xs
xsm
sm
md
lg

เขียนให้ลุงตู่อ่านคนอื่นก็แล้วแต่

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


การก้าวเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ของลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น นอกจากด้วยกลวิธีทางรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องยอมรับว่า ตัวของพล.อ.ประยุทธ์นั้นมีความนิยมในระดับหนึ่ง แม้จะไม่สามารถชนะพรรคอีกฝั่งลงได้ ถ้าวิ่งแข่ง 100 เมตรก็ต้องใช้ภาพถ่ายตัดสิน แต่ลุงตู่สามารถไปต่อได้ด้วยบทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว. 250 คนสามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้ด้วย

บางคนบอกว่าถึงจะไม่มี ส.ว.ยังไงลุงตู่ก็ชนะอยู่แล้ว โดยได้เสียง ส.ส. 251 เสียงขณะที่ธนาธรได้เพียง 244 เสียง และลุงตู่ได้เสียง ส.ว.ไป 249 เสียง (เป็นนายกรัฐมนตรีห้าร้อย) ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่คำพูดที่ถูกต้องนัก

เพราะการมีเสียง ส.ว. 250 เสียงในมือนั้น มันโน้มน้าวพรรคต่างๆ ได้มากเพราะมันชี้ชัดว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามรวมตัวกันเท่าไหร่ก็ไม่สามารถได้เสียงข้างมากจากทั้งสองสภาได้ ดังนั้นหลายพรรคจึงหันไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะรู้ว่ามีเสียง ส.ว.อยู่ในมือนั่นเอง ถ้าไม่เสียง ส.ว.สิ พรรคเพื่อไทยซึ่งชนะอันดับ 1 น่าจะมีโอกาสมากที่จะรวบรวมพรรคเสียงข้างมากได้

อย่างไรก็ตามเมื่อผลการโหวตออกมาแล้ว แม้ว่าเราจะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่เขียนบทเฉพาะกาลไว้อย่างนี้หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีประชามติให้บังคับใช้ก็ต้องยึดตามนี้

ในทางทฤษฎี ณ นาทีนี้เราจะต้องอยู่กับลุงตู่ไปอีก 4 ปี หลังจากอยู่กับลุงตู่มาแล้ว 5 ปี แม้ว่าในทางปฏิบัติเกือบทุกฝ่ายวิเคราะห์กันว่าเสียงในสภาผู้แทนที่ปริ่มน้ำของฝั่งรัฐบาลนั้น ไม่น่าจะทำให้รัฐบาลนี้มีอายุที่ยืนยาว

จากจุดนี้นี่เอง ผมคิดว่า น่าจะเป็นโอกาสของลุงตู่ที่จะต้องทำให้เห็นถึงความแตกต่างกับนักการเมืองที่ลุงตู่เคยวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงในช่วงที่เข้ามายึดอำนาจใหม่ๆแล้วค่อยผ่อนท่าทีลงเมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องพึ่งพานักการเมืองเพื่อกลับเข้าสู่อำนาจ

เมื่อมีแนวโน้มว่าจะอยู่ยากด้วยเสียงที่ปริ่มน้ำ ผมคิดว่าลุงตู่จึงไม่ควรไปแคร์เสียงข่มขู่ของ ส.ส.เลย นั่นก็คือ จัดเก้าอี้รัฐมนตรีให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถในการบริหารกระทรวงต่างๆ โดยการมองข้ามซุ้มการเมืองในพรรคที่ส่งเสียงข่มขู่ไป เพื่อพาประเทศไปข้างหน้า ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก จัดตั้งรัฐบาลให้ประชาชนเห็นเลยว่าคนเหล่านี้ที่ลุงตู่เลือกมาต่างหากที่จะนำพาประเทศชาติไปได้

ถ้าทำสำเร็จแม้จะมีเสียงปริ่มน้ำประชาชนนั่นแหละจะกลายเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปกป้องลุงตู่เอง และลุงตู่จะมีแต่เสียงร่ำลือเล่าขานสรรเสริญเยินยอ

อำนาจนั้นสั้น ชื่อเสียงสิยืนยาว

แล้วสมมติว่าต้องยุบสภา ผลดีจากการทำให้ประชาชนเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างคณะรัฐบาลที่มีคุณภาพโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศมากกว่ากลุ่มก๊วนแก๊งการเมือง ผมคิดว่า กระแสลุงตู่จะมามากกว่านี้

ถ้ามองการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาถามว่ากระแสลุงตู่มีไหม บอกตรงๆ ว่าแม้จะใช้วิธีกวาดต้อน ส.ส.เข้าพรรคเหมือนกันแล้วไม่ร้อนแรงเจิดจรัสเหมือนยุคที่ทักษิณเข้ามาเล่นการเมืองแล้วกวาด ส.ส.กุมเสียงข้างมากในสภาได้ท่วมท้น แต่ต้องยอมรับเลยนะครับว่า ส.ส.หลายคนของพรรคพลังประชารัฐเป็นคนโนเนมเข้าสภามาได้ด้วยกระแสของลุงตู่นี่แหละ ที่ชัดเจนคือในภาคใต้ ใน กทม.หลายเขต และอีกหลายจังหวัด

ออกจะขำนะครับที่ ส.ส.สมัยแรกบางคนบอกว่า ถ้าเราไม่ได้รัฐมนตรีเดี๋ยวในภาคใต้สมัยหน้าจะแพ้ หรือบางคนบอกว่า ถ้าตัวเองไม่ได้เดี๋ยว ส.ส.ภาคกลางจะไม่ได้เลือกเข้ามาอีก ผมว่ามันตลกนะครับ คนเหล่านี้ที่ได้แม้หลายคนจะเป็นอดีต ส.ส. แต่ส่วนใหญ่ได้มาเพราะกระแสลุงตู่นี่แหละ แล้วได้มาเพราะเป็นรัฐมนตรีเหรอ ไม่ใช่เลยครับ มันได้มาเพราะลุงตู่นั่นเอง

ผมจึงคิดว่าลุงตู่ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเสียงข่มขู่ของกลุ่มก๊วนแก๊งการเมือง ไม่ว่ามุ้งไหน ลุงตู่เกรงใจประชาชนก็พอ จะกลัวทำไมกับการเลือกตั้งใหม่ครับ เพราะ ส.ว.ที่ตั้งมามีอายุ 5 ปี และใน 5 ปีนี้ก็สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ตลอดไม่ว่าจะเลือกตั้งใหม่กี่ครั้ง ดังนั้นลุงตู่จึงถือแต้มต่ออยู่มาก ยกเว้นจะเบื่อเสียเองพอแล้วไม่เอาแล้ว

เพราะถ้าทำอย่างนี้ได้แม้รัฐบาลลุงตู่สมัยที่สองอาจจะอยู่ไม่ยืนยาว แต่ถ้าเลือกตั้งใหม่ ประชาชนเห็นว่าลุงตู่มีความตั้งใจที่จะเอาคนดีคนเก่งคนมีความสามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรี และไม่เกรงกลัวเสียงข่มขู่ของกลุ่มก๊วนแก๊งการเมืองที่ประชาชนเอือมระอา ลุงตู่ก็จะชนะใจประชาชนอย่างมาก เลือกตั้งไม่ต้องไปง้อคนเหล่านั้นใครเรื่องมากก็เขี่ยออกไป

กระแสลุงตู่นี่แหละที่จะพาผู้สมัครเข้าสภาเองมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นคนหน้าใหม่หรือไม่ก็ตาม ดีเสียอีกจะได้คัดคนรุ่นใหม่มีคุณภาพมาแข่งกับพรรคอนาคตใหม่เพื่อร่วมกันสร้างมิติใหม่ในทางการเมือง

อย่าไปกลัวว่าถ้าเลือกตั้งใหม่แล้วพรรคเพื่อไทยจะตั้งหลักได้ เพราะเขาอาจแก้ความผิดพลาดจากครั้งก่อนที่แตกพรรคแล้วถูกยุบไปพรรคหนึ่ง แล้วปัจจุบันคนในประเทศก็แบ่งเป็น 2 ฝั่งในปริมาณนี้แหละ พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ก็แย่งเสียงอนาคตใหม่ไม่ได้แย่งเสียงฝั่งนี้ แต่ต้องคิดให้ได้ว่าทำอย่างไรจึงจะชนะใจประชาชนที่เลือกฝั่งเขาเพื่อแย่งเสียงมา

ไหนๆ ในเมื่อ 5 ปีเราคงต้องอยู่กับลุงตู่เพราะมีเสียง ส.ว. 250 คนเกื้อหนุน อาจกลายเป็นรัฐบาล 2 สมัย 8 ปี ก็เลยเชียร์ส่งให้ลุงตู่ทำคณะรัฐมนตรีให้กลายเป็นรัฐบาลที่หลายฝ่ายยกนิ้วให้ โดยมองข้ามกลุ่มก๊วนแก๊งการเมืองไปเลยครับ ลุงตู่ก็น่าจะรู้นี่ว่าก่อนที่ตัวเองจะเข้ามายึดอำนาจนั้น คนเขาเบื่อหน่ายนักการเมืองมาก ไม่ต้องไปสนใจว่าจะเลือกตั้งใหม่กี่ครั้ง

เพราะถ้านักการเมืองป่วนมากเลือกกี่ครั้งลุงตู่ก็ยิ่งจะชนะมากขึ้นแน่ ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน เอาตามใจลุงตู่นี่แหละ มองว่าอย่างไหนดีอย่างไหนได้ประโยชน์ก็เดินหน้าเลย

เขียนอย่างนี้เพราะไม่อยากฝืนความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้นแล้ว ที่ผ่านมาผมก็วิจารณ์รัฐบาลในจุดที่เห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรมามากแล้ว จนมีคนฝั่งนี้ด่าทอผ่านเฟซบุ๊กว่าผมมีความคิดเหมือนคนอีกฝั่งเข้าไปทุกวัน แต่คนอีกฝั่งก็หมิ่นแคลนว่าผมดีแต่เชลียร์รัฐบาล ทั้งๆ ที่ผมเขียนวิจารณ์รัฐบาลนี้มากกว่าคนอีกฝั่งที่หมิ่นแคลนผม ไม่ต้องไปค้นห้องสมุดที่ไหนเข้ากูเกิลดูได้เลย

ดังนั้นลุงตู่ทำเถอะครับ พยายามนึกภาพของนักการเมืองที่ลุงตู่เห็นก่อนเข้ามายึดอำนาจ แล้วนึกถึงอารมณ์ที่ตัวเองบริภาษนักการเมืองเอาไว้ในตอนยึดอำนาจใหม่ๆนั่นแหละถูกต้องตรงเผง ไม่ต้องไปกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีถ้าเลือกตั้งใหม่ ผมบอกไว้เลยว่าทำแบบนี้เลือกใหม่ก็จะชนะมากยิ่งกว่าเดิมอีก ไม่ต้องกังวลด้วยเสียงปริ่มน้ำเหมือนตอนนี้

ลุงตู่เลิกเกรงใจนักการเมือง แต่เกรงใจประชาชน และนึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเดียวก็พอแล้ว

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
กำลังโหลดความคิดเห็น...