xs
xsm
sm
md
lg

สงครามอิหร่าน...แมงโม้ของ “ทรัมป์บ้า”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในกรุงมอสโก
ปิดฉากสัปดาห์นี้...แรกๆ กะว่าจะแวะไปแถวๆ เกาะอังกฤษดูสักหน่อย เพราะเห็นเขาตีปี๊บ ออกข่าวชนิดใหญ่โตมโหระทึกซะเหลือเกิน สำหรับการเดินทางไปเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการของ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกา แต่เผอิญนึกได้ว่า...เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับอเมริกา หรือระหว่างพวก “แองโกล-อเมริกา” นั้น ได้นำมา “ลากยาว”ไปตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ในชื่อว่า “โกก-มาโกก-และสงครามครั้งสุดท้ายของมวลมนุษย์” เลยคงไม่ต้องเสียเวลาไปพูดถึงกันอีก...

คือไม่ว่าเรื่องที่ผู้นำอเมริกา พยายามยุ พยายามเชียร์ให้อังกฤษถอนตัวออกจากอียู ชนิดไม่ต้องไปสนใจว่าจะโน-ดีล ไม่โน-ดีล หรือไม่ อย่างไร พยายามแยง พยายามตะแคงรั่ว ไม่ให้อังกฤษหันไปใช้บริการเทคโนโลยี 5G ของ “หัวเว่ย” เป็นเด็ดขาด โดยที่อเมริกาพร้อมจะขยายความสัมพันธ์กับ “พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” จนการค้า-การขาย อาจเพิ่มขึ้นกันในระดับ 2 เท่า 3 เท่า ฯลฯ อะไรทำนองนั้น อันนี้...ก็ได้ว่ากันไปหมดแล้ว โดยเฉพาะต่อลักษณะแนวคิดที่เรียกกันว่า “White Supremacy” ไปจนถึงแนวคิดเรื่อง “รัฐบาลแองโกล-อเมริกัน” หรือ “รัฐบาลโลก” โน่นเลย...

ด้วยเหตุนี้...ปิดฉากสัปดาห์นี้ เลยคงต้องขอแฉลบไปแถวๆ ถิ่นหมีขาว หรือแถบรัสเซียดูมั่ง เพราะเมื่อช่วงวันพุธ (5 มิ.ย.) หรือช่วงเดียวกันกับที่ผู้นำอเมริกาไปเยือนอังกฤษนั่นแหละ ผู้นำจีน ประธานาธิบดี “สี ทนได้” หรือ “สี จิ้นผิง” ท่านก็ได้เดินทางไปเยือนประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน เนื่องในช่วงวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย พอดิบพอดี โดยแม้ว่าการเยือนครั้งนี้ จะไม่ได้ถูกตีปี๊บ ตีฆ้องร้องป่าว โดยบรรดา “สื่อกระแสหลัก” มากมายสักเท่าไหร่ แต่โดยเนื้อหา ราคาของการพบปะระหว่างผู้นำ 2 ประเทศในคราวนี้ ต้องเรียกว่า...ออกจะเป็นอะไรที่สะเทือนเลื่อนลั่นต่อโลกทั้งโลกอยู่พอสมควร คือมีการหยิบเอา “ประเด็น” ต่างๆ ในเรื่องความเป็นไปของโลกมาพูดกันแบบชนิดหมดเปลือก หมดเมือก ไม่ว่าเรื่องอิหร่าน ซีเรีย เกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา เรื่องทะเลอาร์กติกไปจนถึงเรื่องการลงนามในข้อตกลงให้บริษัท “หัวเว่ย” ของจีน เข้าไปพัฒนาระบบ 5G ในรัสเซีย ตั้งแต่ปีหน้าตามโครงการนำร่อง 2019-2020 ชนิดเรียบโร้ยย์ย์ย์โรงเรียนจีนและโรงเรียนรัสเซีย โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะล้วงตับใครเอาเลยแม้แต่น้อย...

คือการที่จีนไปเยือนรัสเซีย หรือรัสเซียไปเยือนจีน...ถ้าว่ากันในแง่ “พิธีการ” (Ceremony) อาจเป็นอะไรที่ปกติ ธรรมดา หรือไม่ถึงกับน่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละถ้ามองให้ลึกๆ หรือมองกันในแง่ “กระบวนการ” (Process) แล้ว คงต้องเรียกว่า...ออกจะเป็นอะไรที่ “เอาเรื่อง” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หรือดังที่สื่อทางการของจีน อย่าง “Global Times” เขาได้หยิบมาพูดถึงในข้อเขียน บทความ เรื่อง “China-Russia relations transcend geopolitics” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ (6 มิ.ย.) ที่ผ่านมาเพื่อตอกย้ำความเข้าใจให้กับบรรดา “สื่อกระแสหลัก” หรือ “สื่อตะวันตก” ทั้งหลายนั่นแหละว่า มันเป็นเรื่องที่เลยพ้นไปจาก “เกมการเมืองระดับภูมิรัฐศาสตร์” ไปนานแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของความเป็น “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์” ในระยะยาว เอาเลยถึงขั้นนั้น หรือพูดง่ายๆ ว่า มันคือความร่วมมือ ร่วมใจ อันเกิดจากความเห็นพ้องต้องกันของ 2 ประเทศมาโดยตลอด ที่จะหาทาง “เปลี่ยนโลก” หรือ “เปลี่ยนระเบียบโลก” แบบใหม่หมดทั้งด้าม จากโลกที่มีขั้วอำนาจเดียว ให้กลายเป็นโลกแบบหลายขั้วอำนาจ หรือโลกที่เคยต้องตกอยู่ภายใต้เผด็จการดอลลาร์ ให้กลายเป็นโลกที่อิสระเสรีบนพื้นฐานความเสมอภาคและเป็นธรรม ฯลฯ อะไรประมาณนั้น...

ดังนั้น...ถ้ามองกันในแง่ “กระบวนการ” แล้ว การเดินทางไปเยือนของแต่ละประเทศในแต่ละครั้ง การบรรลุข้อตกลง การเพิ่ม หรือการขยายข้อตกลงของทั้ง 2 ประเทศในแต่ละเรื่อง แต่ละราวนั้น ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากความพยายามผลักดันกระบวนการที่ว่า ให้เดินหน้าไปแบบเต็มสูบ เต็มลำนั่นเอง โดยเฉพาะในการพบปะระหว่าง 2 ผู้นำครั้งนี้ ผู้นำรัสเซีย อย่างประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” ท่านได้ออกมาย้ำกับผู้สื่อข่าวด้วยตัวเองว่า “ถ้าพูดแบบไม่ได้เกินเลยความจริง...การพบปะคราวนี้ได้นำไปสู่ข้อตกลงเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกในระดับสูงสุดกว่าเท่าที่เคยมีมา” ชนิดเรียกได้ว่า...ไม่ว่าเรื่องไหนต่อเรื่องไหนก็แล้วแต่ ทั้งจีนและรัสเซีย ดูจะเห็นพ้องต้องกันไปในแทบทุกเรื่อง เช่น การเห็นพ้องที่จะร่วมมือใช้หนทางการทูต นำไปสู่การยกเลิกการแซงชั่นเกาหลีเหนือ เห็นด้วยที่จะให้การรับรองประธานาธิบดีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา อย่าง “นายนิโคลัส มาดูโร” และพร้อมที่จะเข้าไปร่วมพัฒนาระบบ 4G ในเวเนซุเอลา ตามคำเรียกร้องของรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เห็นพ้องที่จะปฏิเสธและลบล้างแรงกดดันจากฝ่ายตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเรียกร้องให้ “ระบอบปกครองอัล-อัสซาด” ในซีเรียต้องถูกโค่นล้มลงไป เห็นด้วยกับความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลืออิหร่าน จากแรงกดดันของอเมริกา ที่ถอนตัวออกจากข้อตกลง “JCPOA” อย่างไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบ หรือกฎหมายระหว่างประเทศ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ...เห็นพ้องต้องกันที่จะ “ทิ้งเงินดอลลาร์” ด้วยการหันมาเพิ่ม หันมาขยายขอบเขตการใช้เงินสกุลหยวนและรูเบิล ในการค้าๆ-ขายๆ ระหว่างกันและกัน ภายใต้มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ที่เพิ่มขึ้นไปถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี ค.ศ. 2018 ฯลฯ ฯลฯ...

พูดง่ายๆ ว่า...ระหว่างที่ “รัฐบาลแองโกล-อเมริกัน” พยายามดิ้นรนทุรนทุราย หวังจะดำรงความเป็น “ประมุขโลก” ต่อไปให้จงได้ แต่ยังไงๆ...ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้อง “ฝ่าดงตีน” ของคุณพี่จีนและคุณน้ารัสเซีย ที่กำลังง้างตีนรอ โดยอาศัยความร่วมมือกับบรรดาชาวโลกทั้งหลาย ผลักดันให้เกิด “กระบวนการเปลี่ยนระเบียบโลก” ไม่ว่าทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ ไปจนแม้กระทั่ง “การทหาร” ก็แล้วแต่ และกระบวนที่ว่านี้...คงมิอาจปฏิเสธได้ว่า นับวันมันน่าจะมาแรงแซงโค้งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แรงในระดับที่ทำให้คำพูด คำจาของผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่ได้ไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ “นายเพียร์ส มอร์แกน” ในรายการ “Good Morning Britain” เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา ประมาณว่า... “ผมไม่ต้องการสงครามกับอิหร่าน...แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าโอกาสที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้อาจเป็นไปได้เสมอๆ” อะไรทำนองนั้น กลายเป็นการปล่อย “แมงโม้” ให้บินว่อนไปทั่วทั้งรายการอย่างเห็นได้ชัดเจน...

คือเอาง่ายๆ ว่า...ขนาดประเทศเล็กๆ ที่มี “เงื่อนไข” และ “ข้ออ้าง” แบบเบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ อย่าง “ซีเรีย” ก็ตาม สุดท้าย...เครื่องจักรทางทหาร หรือเครื่องจักรสงครามอย่างอเมริกา ยังหนีไม่พ้นต้อง “เก็บฉาก” ปิดวิก ปิดการแสดงเอาดื้อๆ!!! ทั้งทหารอเมริกันและ “ผู้ก่อการร้ายที่อเมริกาให้การสนับสนุน” ต่างหนียะย่าย พ่ายจะแจ ตกเวทีประวัติศาสตร์หาเวทีรำวงแทบไม่เจอ หรือระดับเล็กๆ พอๆ กันอย่าง “เวเนซุเอลา” ที่เป็น “สวนหลังบ้าน” แท้ๆ ทั้งๆ ที่กองทัพอเมริกันเคยบุกประเทศโน้น ประเทศนี้ ไปทั่วละตินอเมริกา มาถึงทุกวันนี้...สิ่งที่เรียกว่า “กรรมวิธีทางทหาร” ก็ยังคงถูกพับเก็บเอาไว้บนโต๊ะประธานาธิบดีอเมริกัน โดยไม่เห็นหนทางที่จะสามารถนำมาปฏิบัติอย่างเป็นจริง เป็นจังได้เลย แล้วระดับ “พี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลาง” อย่าง “อิหร่าน” นั้น แทบไม่ต้องเสียเวลาไปไล่จับ “แมงโม้” เอาเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าหากเกิด “สงครามระหว่างอเมริกา-อิหร่าน”ขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นหมายถึง “สงครามระหว่างอเมริกากับจีนและรัสเซีย” ย่อมต้องอุบัติตามมาได้แบบชนิดฉับพลัน-ทันที!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...