xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนกลับไปมองหาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีมุน แจอิน แห่งเกาหลีใต้
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตแวะกลับไปแถวๆ “คาบสมุทรเกาหลี” กันอีกสักครั้ง เพราะนอกจากไม่ค่อยได้แวะไปนานแล้ว เผอิญช่วงหลังๆ นี้...มันออกจะมี “ข่าวแปลกๆ” ที่คงต้อง “ตามไปดู” กันสักเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “คิมน้อย” แห่งเกาหลีเหนือ จับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เป็นผู้ประสานงาน ดูแล เรื่องการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ไป “ประหารชีวิต” ซะดื้อๆ หรือเรื่องชาวเกาหลีใต้กว่า 217,000 คน ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ถอดถอน “นายมุน แจอิน” ประธานาธิบดีของตัวเอง แบบชนิดไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย ซะยังงั้น!!!

ซึ่งสำหรับข่าวแรกนั้น...อาจไม่ถึงกับน่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะเป็นข่าวที่ถูกปูดออกมาจากหนังสือพิมพ์เกาหลีใต้ ที่ชื่อว่า “โชซัน อิลโบ” (Chosun Ilbo) อันเป็นหนังสือพิมพ์ซึ่งออกจะมีแนวหนักไปทางอนุรักษนิยม ขวาจัด แต่ก็ทรงอิทธิพลมิใช่น้อย เรียกว่า...พอๆ กับ “ไทยรัฐ” บ้านเราอะไรประมาณนั้น คือมียอดขายไม่ต่ำกว่าวันละ 1,800,000 ฉบับ มีเว็บไซต์ มีนิตยสารในเครืออีกเยอะแยะมากมาย และเมื่อ 3 ปีที่แล้ว...ดูเหมือนว่าจะเคยเชื้อเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีไทย อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ให้ไปพูดจาปาฐกถาเนื่องในวาระสำคัญของสำนักพิมพ์ อันอาจถือเป็นตัวสะท้อน “จุดยืน” ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้เป็นอย่างดี ว่าออกอาการเลอะเทอะไปถึงขั้นไหน...

ส่วนการปูดข่าวเรื่องผู้นำเกาหลีเหนืออย่าง “คิมน้อย” จับใครต่อใครไปประหารชีวิต...ไม่ว่าจะจริง-ไม่จริงก็แล้วแต่ แต่ก็น่าจะส่งผลให้ภาพพจน์ หรือภาพลักษณ์ ของเกาหลีเหนือ ย่อมเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว อีกต่อไปเช่นเดิม และส่งผลให้ผู้ซึ่งพยายามญาติดี หรือพยายาม “นับญาติ” กับเกาหลีเหนือ อย่างประธานาธิบดี “มุน แจอิน” แห่งเกาหลีใต้ ย่อมพลอยต้องน่าเกลียด น่าชัง ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ สอดคล้องรองรับกับข่าวก่อนหน้านี้ หรือข่าวที่ว่ากันว่า...บรรดาชาวเกาหลีใต้จำนวนถึง 217,000 คน ได้เข้าชื่อกันในจดหมายเรียกร้อง ขอให้ถอดถอนประธานาธิบดี “มุน” ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจต่อนโยบายที่ค่อนข้างเอาอก เอาใจ เกาหลีเหนือจนเกินไป ไม่สนใจว่าเกาหลีเหนือพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไปอีกถึงขั้นไหน แถมยังพยายามลดป้องกันทางทหารของเกาหลีใต้ลงไปซะอีกต่างหาก ฯลฯ...

แม้ว่าข่าวดังกล่าว...อาจไม่ต่างอะไรไปจาก “ความพยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย” ของพวกฝ่ายอนุรักษ์ พวกขวาจัด ในเกาหลีใต้ที่ออกจะเสื่อมโทรม ทรุดโทรมมาโดยตลอด นับจากผู้นำอย่าง “นางปาร์ค กึน-ฮเย” (Park Geun-hye) ลูกสาวของอดีตจอมเผด็จการ “ปาร์ค จุง-ฮี” (Park Chung-hee) ถูกถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดีและถูกจับติดคุกด้วยข้อหาคอรัปชันยาวนานถึง 24 ปี คะแนนนิยมของพรรคฝ่ายขวาอย่างพรรค “Liberty Korea Party” ที่ต้องพ่ายแพ้ต่อพรรคเสรีนิยมอย่างพรรค “Democratic Party” ของ “นายมุน แจอิน” อย่างชนิดไม่เห็นฝุ่น เห็นหาง ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี ค.ศ. 2017 ทำให้ออกจะเป็นอะไรที่ “ยากส์ส์ส์” เอามากๆ ในการฟื้นคืนอำนาจ หรือฟื้นนโยบายคงความเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นชนชาติเดียวกัน สายเลือดเดียวกันมาแต่อ้อน แต่ออก...

แต่ก็ด้วยเหตุที่ในช่วงหลังๆ นี้....ภาวะเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ดันออกอาการ “หัวทิ่มบ่อ” มิใช่น้อย จีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้ ลดลงไปอีกประมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนที่เคยลดๆ ลงไปแล้วก่อนหน้านี้ ตัวเลขการส่งออกลดลงไป 2.6 เปอร์เซ็นต์ และโดยเฉพาะตัวเลขการลงทุนที่ลดลงไปถึง 10.8 เปอร์เซ็นต์ หรือถือเป็นตัวเลขที่เลวร้ายที่สุดนับจากช่วงวิกฤตการเงินโลก ปี ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา ฯลฯ ด้วยเหตุเพราะไม่เพียงแต่บรรยากาศทางการค้า ที่ถูกครอบงำด้วย “สงครามการค้า” ระหว่างคุณพ่ออเมริกากับคุณพี่จีนเท่านั้น บรรดาโครงการริเริ่มสำคัญๆ ไม่ว่าโครงการลงทุนสร้างทางรถไฟสายยาวที่สุดในโลก เชื่อมเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ-ไปจนถึงรัสเซีย ต่อไปยังยุโรป หรือโครงการ “Korean Peninsula-Trans Siberian Railway” ที่รัฐบาลท่านประธานาธิบดี “มุน แจอิน” ท่านพร้อมจะอัดเม็ดเงินลงทุนในระดับไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ก็กลายเป็นโครงการที่กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค อันเนื่องมาจากการแซงชั่นของคุณพ่ออเมริกาที่มีต่อเกาหลีเหนือ รวมทั้งความรู้สึกที่ไม่ค่อยพออก พอใจสักเท่าไหร่ กับการที่รัสเซียและจีน จะเข้ามามีบทบาทในโครงการที่ว่า มากกว่าที่อเมริกาจะเข้าไปมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ดังกล่าว...

ว่ากันว่า...ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ชักจะเริ่ม “ตกสะเก็ด” เช่นนี้นี่เอง เลยทำให้ “คะแนนนิยม” ของประธานาธิบดี “มุน แจอิน” ซึ่งเคยพุ่งๆ ไปถึงระดับ 70 เปอร์เซ็นต์ ลดฮวบๆ ฮาบๆ ลงมาเหลือแค่ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หรือถ้าว่ากันตามผลสำรวจของ “Gallup Korea” เมื่อช่วงวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา คะแนนนิยมของประธานาธิบดี “มุน” ลดลงเหลือแค่ 44 เปอร์เซ็นต์ หรือลดลงเกือบ 4 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และนั่นเอง...ที่ทำให้บรรดาพรรคฝ่ายขวา เลยเกิดอาการกระดี้กระด้าขึ้นมาทันที โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน ปีหน้า (2020) ที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 300 ที่นั่ง ด้วยคะแนนนิยมของพรรครัฐบาล อย่าง “Democratic Party” จากการสำรวจเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ลดลงเหลือแค่ 40.1 เปอร์เซ็นต์ อาจส่งผลให้บรรดาพรรคฝ่ายขวา หวนคืนกลับมามีบทบาท อำนาจขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง...

โดยถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่าง...ดันเป็นไปในแนวนี้ บรรยากาศ “สันติภาพ” ในคาบสมุทรเกาหลี ก็อาจต้องกลายเป็นสภาพเป็นสันติภาพแค่ชั่วครั้งชั่วคราว หรือสันติภาพเพียงแค่ระยะสั้นๆ เอาเลยก็ไม่แน่!!! หรือพูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหากบรรดาชาวเกาหลีใต้ทั้งหลาย หนักไปทางเห็นแก่ “ผลประโยชน์ส่วนตน” เป็นสำคัญ แค่เห็นเงินในกระเป๋าลดๆ ลงไปบ้าง เนื่องจาก “ภาวะเศรษฐกิจ” ที่มันเสื่อมโทรมกันไปทั้งโลก ไม่ใช่แต่เฉพาะชาติหนึ่ง ชาติใดเลยดันไม่คิดจะให้ความสำคัญต่อ “ผลประโยชน์ส่วนรวม” ไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งที่เรียกว่า “สันติภาพ” ในคาบสมุทรเกาหลี อันถือเป็น “ผลประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ” เอาเลยก็ว่าได้ โอกาสที่ความขัดแย้ง ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี จะหวนกลับคืนขึ้นใหม่อีกครั้ง หรือถูกนำมาใช้เป็น “เครื่องมือ” ของต่างชาติ ในอันที่จะแสวงหาประโยชน์จากความขัดแย้งเหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเท่านั้น!!!

แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุที่เรื่องเงินๆ-ทองๆ มักเป็นเรื่องที่บรรดา “ปวงชน” ทั้งหลาย ให้ความสำคัญมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องสันติภาพ อิสรภาพ ที่ออกจะเป็นอะไรที่สูงส่งจนเกินไป อีกทั้งยังห่างไกลไปจากความรับรู้ สัมผัสอันสามารถจับต้องได้อย่างเป็นเนื้อ-เป็นหนัง ภายใต้ “ระบอบประชาธิปไตย” ที่อาศัยการตัดสินใจของ “ปวงชน” เป็นหลัก มันจึงมักส่งผลให้ไม่ว่าสันติภาพ หรืออิสรภาพก็ตาม ต้องออกอาการยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก อยู่ร่ำไป ทั้งๆ ที่นักปราชญ์ยุคอดีต ท่านพยายามย้ำแล้ว ย้ำเล่า มาโดยตลอดว่า “If a nation values anything more than freedom. It will lose freedom, and the irony of it is that if it is comfort or money that values more, it will lose that too.” หรือ...“ชาติใดให้ความสำคัญแก่สิ่งอื่นมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นจะสูญเสียอิสรภาพ และหากชาตินั้นๆ ให้ความสำคัญแก่ความสุขสบายและเงินๆ-ทองๆ กว่าอิสรภาพ ชาตินั้นก็จะสูญเสียความสุขสบาย เงิน-ทอง รวมทั้งสูญเสียอิสรภาพตามไปด้วย...” นั่นแล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...