"ฝั่งขวาเจ้าพระยา"
"โชกุน"
การเดินทัพทางไกล หรือ Long March คือ การถอยทัพครั้งใหญ่ ของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างปี ค.ศ. 1934 ถึง 1936 โดยการนำของเหมา เจ๋อตุง และโจว เอินไหล ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลจีน พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งนำโดยเจียง ไคเช็ก
ในขณะนั้นกองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีขนาดเล็กกว่า และกำลังเพลี่ยงพล้ำต่อกองทัพรัฐบาล เหมาเจ๋อตุง จึงนำกำลังทหาร พร้อมด้วยประชาชนจำนวนหนึ่งเดินเท้าถอยร่นจากทางใต้ หนีขึ้นไปทางเหนือของประเทศจีน
การเดินทัพครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1934 โดยเริ่มต้นจากมณฑลเจียงซีไปทางทิศตะวันตก และย้อนขึ้นไปทางทิศเหนือ เป็นระยะทางประมาณ 25,000 ลี้ หรือ 12,500 กิโลเมตร ผ่านดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกของประเทศจีน ใช้ระยะเวลากว่า 370 วัน ไปยังมณฑลส่านซี โดยมีผู้รอดชีวิตไปถึงจุดหมายเพียงหนึ่งในห้า
การนำทัพโดยเหมา เจ๋อตุง ในครั้งนั้น ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนอื่นๆ ให้ขึ้นสู่อำนาจในเวลาต่อมา และหลังจากสะสมกำลังพลและอาวุธที่มณฑลส่านซีอยู่หลายปีจนถึง ค.ศ. 1945 กองทัพแดงได้ยกทัพมาต่อสู้กับรัฐบาลเจียง ไคเช็ก และขับไล่เจียง ไคเช็กไปยังไต้หวัน และสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี ค.ศ. 1949
วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ไปเยือนมณฑลเจียงซี จุดเริ่มต้นการเดินทัพทางไกล ของเหมาเจ๋อตุง เมื่อ 85 ปีก่อน ในระหว่างการปราศรัยกับเจ้าหน้าที่พลเรือน หทาร และประชาชน เขาพูดถึง การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่ว่า บัดนี้ การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว เราควรจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง
แม้ว่า คำปราศรัยนั้น จะมีเนื้อหา ชี้นำให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ไม่มีตอนใดที่พาดถึงถึงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่ก็ถูกมองว่า การพูดถึง การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่ มีนัยถึง การปลุกระดมประชาชนให้ตื่นตัว และรวมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สู้ศึกเศรษฐกิจกับสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้
สงครามการค้าจีน สหรัฐ ที่ต่างฝ่ายต่างตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กัน มาถึงจุดแตกหัก เมื่อ กูเกิ้ล เจ้าของเทคโนโลยี่ ระบบปฏิบัติการพื้นฐาน แอนดรอย์ ในสมาร์ทโฟน ประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้หัวเว่ย อัพเดท แอพพลิเคชั่นกูเกิ้ล ที่ใช้ระบบแอนดรอยท์ ในโทรศัพท์ หัวเว่ย รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาหลังจากนี้แล้ว
แม้ว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ฯ จะเลื่อนการแบนหัวเว่ย ไม่ให้ใช้ ระบบแอนดรอยท์ ออกไปอีก 90 วัน แต่เชื่อกันว่า การแบนหัวเว่ย จะไม่ถูกยกเลิกไปง่ายๆ
กาตัดสินใจของกูเกิล ไม่ได้เป็นความต้องการของตัวเอง แต่จำเป็นต้องทำตาม กฎของกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐ ฯ ที่ขึ้นบัญชี หัวเว่ ยเป็นบริษัทต้องห้าม บริษัทสหรัฐฯ ที่จะขายชิ้นส่วน อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยี่ ให้ จะต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน เช่นเดียวกับบริษัทด้านเทคโนโลยี่อีกจำนวนมากที่เป็นซัพพลายเออร์ ไมโครชิฟ ซอฟต์แวร์ และชิ้นส่วนต่างๆของหัวเหว่ย
จีนกับสหรัฐฯ รื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ กันในทศวรรษ 1970 จีนขายรองเท้า ของเล่น เสื้อผ้า ให้สหรัฐฯ และซื้อถั่วเหลือง เนิ้อวัว เครื่องบินโบอิ้ง จากสหรัฐ ปี 2001 สหรัฐฯสนับสนุน ให้จีนได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การค้าโลก แลกกับ การให้จีนเปิดตลาดให้ต่างชาติมากขึ้น
ในฐานะ ประเทศกำลังพัฒนา จีนได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากมายจากองค์การค้าโลก ส่งสินค้าเข้าไปขายในสหรัฐฯมากขึ้นเรื่อยๆ จนยอดขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯเสียให้กับจีนเป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็กล่าวหารัฐบาลจีนว่า ให้การอุดหนุนบริษัทจีน ทำให้สินค้า บริการงของจีน มีต้นทุนต่ำ กีดกัน สินค้าจากสหรัฐฯ ให้แข่งขันได้ในตลาดจีน บังคับให้บริษัทสหรัฐฯ ที่ลงทุนในจีน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี่ให้ บริษัทจีนที่ร่วมทุนด้ว ยไปจนถึง การลักลอบ ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
เมิ่อ สหรัฐฯโวยหนักๆเข้า จีนก็จะปิดปากสหรัฐฯ ด้วยการซื้อถั่วเหลือง ซื้อเนื้อ ซื้อเครื่องบินโบอิ้ง มากชึ้น เพื่อลดยอดขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯเสียให้กับจีน
มาถึงยุค สีจิ้นผิง เป็นใหญ่ เขาประกาศวิสัยทัศน์ จะนำจีน กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ สร้างสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่ หนี่งในนโยบายสำคัญคือ “ Made In China 2025” เป็น ที่ หนึ่งของโลก ใน 10 อุตสาหกรรมไฮเทค เช่น รถยนต์ โทรคมนาคม การแพทย์ เทคโนโลยี่ ชืวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ ฯลฯ ภายในปี 2025 โดยมีแนวทางว่า อุตสหกรรมเหล่านี้ จะต้องพึ่งพาตัวเองได้ ไม่น้อยกว่า 70 % คือ ใช้ชิ้นส่วน ใช้เทคโนโลยี่ ที่จีนวิจัย และพัฒนาเอง
อุตสากรรมเป้าหมายของ Made in China 2025 เป็นอุตสาหกรรมเดียวกับที่สหรัฐฯ และยุโรป ตั้งเป้าว่า จะพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมอนาคต และการที่จีนกำหนดให้ทุกอุตสาหกรรม ต้องพึ่งพาตัวเอง ลดการนำเข้า ก้คือ การสร้าง ระบบห่วงโซ่อุปาทานของตัวเองขึ้นมา ไม่พึ่งพา แลกเปลี่ยน ชิ้นส่วนเทคโนโลยี่ จากประเทศอื่น
Made in China 2025 คือ การขึ้นเป็นผู้นำในด้านเศรษฐกิจของจีน ซึ่งแตกต่างจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของจีนกับสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา ที่ต่างฝ่ายต่างขายสินค้า ที่อีกฝ่ายไม่มี โดยสิ้นเชิง แต่ Made in China 2025 คือ การที่จีนต้องการเป็นที่หนึ่ง ในอุตสาหกรรมเดียวกับสหรัฐฯ
การตอบโต้อย่างรุนแรงของโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกผลักดันจากบรรดาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจสายเหยี่ยวที่เห็นว่า หากไม่เล่นเกมแรงกับจีนตั้งแต่ตอนนี้ จีนก็จะใหญ่ขึ้นๆ จนใหญ่เกินกว่า ที่สหรัฐฯ จะเอาอยู่
หัวเว่ยเป็นตัวอย่างของการ สกัด Made in China 2025 หัวเว่ยได้รับการอุดหนุนจากทางการจีน ปกป้องจากการแข่งขัน ทั้งคู่แข่งที่เป็นจีน และต่างชาติ จนทำให้หัวเว่ยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน สามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดโลกในสัดส่วนที่สูง และกลายเป็นผู้กำหนดมาตรฐานเครือข่ายเทคโนโลยี่ 5 จี ของโลก
เทคโนโลยี่ 5 จี เป็น โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เปรียบได้กับ กระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ มีความสำคัญมากกว่า การเป็นผู้ผลิตถั่วเหลือง ข้าวสาลี หรือเครื่องบินโบอิ้ง รายใหญ่ของโลก เมื่อ จีน ประกาศชัดเจนผ่าน นโยบาย Made In China 2025 ว่า จะเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่มีเทคโนโลยี่ของตัวเอง เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน 5 จี ของโลก สหรัฐฯ และยุโรปจึงยอมไม่ได้ เพราะไม่เพียง ความเสียเปรียบในเรื่องเศรษฐกิจ แต่จะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงในเรื่อง ความมั่นคง และดุลอำนาจโลก
การหยิบยกวลี การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่ ของสีจิ้นผิง ในบริบท ที่สหรัฐฯ สั่งกองกำลังของตนเดินหน้าเข้าโจมตี ในสงครมการค้า คือ คำประกาศของจีน ว่า พร้อมจะสู้ยิบตา ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่า ศึกครั้งนี้ จะใหญ่หลวงนัก


