xs
xsm
sm
md
lg

เสด็จออกสีหบัญชร "ทรงพระเจริญ"กึกก้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พสกนิกรชาวไทย เฝ้าฯ รับเสด็จถวายพระพรชัยมงคลเนืองแน่นเต็มพื้นที่ เปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง

วานนี้ (6 พ.ค.) เวลา 16.54 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีเสด็จออกสีหบัญชร ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท รถพระยนต์พระที่นั่งเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ประตูเหล็กกล้า ประตูเหล็กเพชร และเทียบที่หลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นท้องพระโรงพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท

การนี้ พระอนุวงศ์ และองคมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลเบิก นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามและผู้แทนคณะพาณิชย์ ได้แก่ หอการค้าไทย-จีน , หอการค้าอินเดีย-ไทย , สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , สมาคมธนาคารไทย เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทางทิศใต้ โดยคณะต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวายซองบรรจุคำถวายพระพร จากนั้นนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิก ผู้แทนคณะบุคคลต่างๆ ทางศาสนา ได้แก่ คณะโรมันคาทอลิก , คณะสภาคริสตจักรในประเทศไทย , คณะพราหมณ์-ฮินดู , คณะไทย-ซิกข์ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทางทิศเหนือ โดยคณะต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวายซองบรรจุคำถวายพระพร

กระทั่งเวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

นายกฯ นำถวายพระพรชัยมงคล

เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพแล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า ความว่า

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ใต้ฝ่าละองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามขัตติยราชประเพณี สมบูรณ์พร้อมด้วยพระบรมราชอิสริยยศครบถ้วนทุกสิ่งสรรพแล้ว

ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั่วทุกสารทิศ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาถึงความปีติเกษมโสมนัส ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับแต่พระปฐมกษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ได้เสด็จขึ้นทรงครองสิริราชยสมบัติ สืบเนื่องมาถึงรัชสมัยแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ราชอาณาจักรไทย ได้ดำรงคงอยู่ อย่างมีเอกราช และมีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณ ปกเกล้าปกกระหม่อมอาณาประชาราษฎร์ ต่างพึ่งพิงอาศัยในพระราชอาณาจักร อย่างร่มเย็นเป็นสุขทุกถ้วนทั่วกัน ภายใต้พระบรมโพธิสมภารเสมอมา

ในกาลปัจจุบันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แก่ใจดียิ่งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงบำเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราชประสงค์ เพื่อประสิทธิความผาสุขสืบสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์วัฒนา สถาพร แก่ชาติบ้านเมือง ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น ด้วยพระมหากรุณาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยังความปลาบปลื้มปีติสุข แก่ผองพสกนิกรทั้งปวง พระบรมเดชานุภาพ และพระบารมี ยังได้เกิดความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ เป็นพลังหนุนนำ ให้ภาครัฐภาคเอกชน และปวงประชาชนทุกหมู่เหล่า มีศรัทธา เชื่อมั่น ที่จะร่วมกันบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบไป

ปวงข้าพระพุทธเจ้า เหล่าข้าราชการพลเรือน ทั้งตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสา และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จะถวายความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ไว้ด้วยชีวิต โดยจะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธาน ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระปฐมบรมราชโองการ อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะสร้างความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนสืบไป

ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออารธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสิรฐ อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจักรวาล และพระบรมเดชานุภาพ แห่งสมเด็จพระบูรพกษัตราธิราชเจ้า ทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ทรงเจริญพระชนมายุ ยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล พร้อมด้วยพิพิธพรชัย อันไพสิฐ พระเกียรติคุณวิบูลย์ขจรไกล ไปทั่วทิศานุทิศ สถิตเสถียรในไอศูรย์ สิริราชสมบัติ เพื่อเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกร ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

"ในหลวง"สนองพรให้ทุกคนมีความสุข

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ ว่า "ข้าพเจ้าและพระราชินี รู้สึกยินดีและปลื้มใจมาก ที่ได้เห็นประชาชนทั้งหลายมีไมตรีจิตพร้อมเรียงกันมาร่วมแสดงความปรารถนาดี ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลายผู้มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่ออวยชัยให้พรแก่ข้าพเจ้าด้วยน้ำใจไมตรีและความปรารถนาดีอย่างจริงใจนั้น เป็นที่จับตาจับใจและทำให้ข้าพเจ้าอิ่มใจอย่างยิ่ง ขอให้ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลายในการแสดงไมตรีจิตต่อข้าพเจ้าในครั้งนี้ จงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนทุกฝ่ายจะพร้อมกันบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป ขอขอบใจในคำอำนวยพร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามของทุกคน และขอสนองพรให้ทุกท่านมีความผาสุกสวัสดี พร้อมทั้งความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาจงทั่วกัน"

จากนั้น ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวนำถวายพระพร "ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ" โดยประชาชนได้พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กันอย่างกึงก้อง

โบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่มาเฝ้าฯ

ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จลงจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ได้ทรงเรียกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกมาด้านนอก โดยทุกพระองค์ได้โบกพระหัตถ์ให้กับประชาชน ท่ามกลางเสียงประชาชนที่เปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ยาวต่อเนื่อง

ทูตานุทูต-กงศุลเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น เวลา 17.34 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ออกยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูตและกงศุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศไทย ในประเทศไทย รวม 235 คน จาก 130 ประเทศเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล โอกาสนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จฯ ถึงทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงยืนบนพระสุจหนี่หน้าพระที่นั่งพุดตานถมภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายบริหารนโยบายและปฏิบัติการ ปฏิบัติหน้าที่สมุหพระราชมณเฑียร กราบบังคมทูลพระกรุณาเบิกนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีคณะทูต เฝ้าฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล ในนามของผู้เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

ตั้งมั่นส่งเสริมสัมพันธไมตรีให้เจริญงอกงาม

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบกับคณะทูตานุทูตและกงศุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศไทย ในประเทศไทย ความว่า “ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความชื่นชมและประทับใจมากในคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ซึ่งท่านคณบดีคณะทูตได้กล่าวในนามคณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศ ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ขอขอบใจในน้ำใจไมตรีของท่านทั้งหลายที่ได้แสดงความปรารถนาดีต่อเราทั้งสอง ประเทศ และประชาชนชาวไทย ทั้งยังแสดงความตั้งใจจริงที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในประการนี้ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่า ท่านจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลและประชาชนคนไทย และข้าพเจ้าเองจะพยายามส่งเสริมสัมพันธไมตรีที่มีอยู่ให้ยิ่งเจริญงอกงามและธำรงยั่งยืนสืบไป ขอสนองพรทุกท่านให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งขอให้ประเทศและประชากรซึ่งท่านเป็นผู้แทนอยู่ในราชอาณาจักรนี้มีความรุ่งเรืองไพบูลย์ตลอดไป”

จบแล้ววงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณบดีคณะทูต และมีพระราชปฏิสันถารตามพระราชอัธยาศัย และเมื่อสมควรแก่เวลา เสด็จออกจากท้องพระโรงกลาง ไปประทับพักพระราชอิริยาบถพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จออกจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ไปยังรถยนต์พระที่นั่ง ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูต ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

รัฐบาลถวายสดุดีในหลวง-พระราชวงศ์

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงฉลองพระองค์ครุยที่ทั้งหนักและหนา ประทับบนพระที่นั่งที่แคบและโคลงไปมาตลอดหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับพระขัตติยะมานะของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ที่ทรงร่วมขบวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

"นายกฯ กล่าวว่า แม้ดูเหมือนระยะทางจะไม่ไกล แต่การเดินเท้าต้องใช้เวลาและความอดทน พระองค์ท่านและทุก ๆ พระองค์มิได้ทรงทำเพื่อพระองค์เอง แต่ทรงธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต ทรงแสดงพระองค์เป็นต้นแบบของการรักษาคุณค่าของขนบธรรมเนียมที่มีอารยะและมีเอกลักษณ์ที่งดงามของโลก โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันหลักและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ"พล.ท.วีรชนกล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังชื่นชมและขอบคุณข้าราชบริพาร เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันอุทิศทั้งกำลังกายและใจ เพื่อให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่ขั้นตอนของพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคสำเร็จลุล่วง สง่างาม และสมพระเกียรติ

ผบ.ตร.ขอบคุณตำรวจปฏิบัติภารกิจลุล่วง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกหนังสือขอบคุณข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัย และการจัดการจราจร รวมทั้งให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จ และชื่นชมพระบารมีในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยระบุว่า บัดนี้ ภารกิจที่ได้รับมอบหมายดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความปลอดภัยสูงสุดสมพระเกียรติ ยังความปลาบปลื้มปีติ เป็นเกียรติประวัติข้าราชการตำรวจทุกนาย ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความสำเร็จเสียสละของข้าราชการตำรวจ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน จึงขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ณ โอกาสนี้

รัฐบาลจัดมหรสพสมโภช 22-28 พ.ค.นี้

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า คณะอนุกรรมการจัดมหรสพสมโภช ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้เตรียมความพร้อมจัดงานมหรสพสมโภช โดยเน้นการสืบทอดราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะจัดกิจกรรม คือ หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยในส่วนของต่างจังหวัด จะจัดในวันที่ 22 พ.ค.2562 กำหนดช่วงเวลาการแสดงตรงกัน คือ 18.30-21.30 น. ของทุกวัน แต่ละวันจะมีการแสดงที่หลากหลาย ซึ่งได้ศึกษาการจัดงานมหรสพสมโภชในสมัยก่อนมา มีการแสดงดั้งเดิมที่เป็นการแสดง เช่น กระตั้วแทงเสือ โขนสด ดนตรีไทย ดนตรีสากล ร่วมสมัย และการแสดงนานาชาติร่วมเฉลิมฉลอง

สำหรับมหรสพสมโภชในส่วนกลาง กำหนดจัดเวทีที่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตลอด 7 วัน 7 คืน จะมีกิจกรรมที่หลากหลาย โดยพิธีเปิดจะมีขึ้นใน วันที่ 22 พ.ค.2562 เวลา 18.00 น. มีขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ 4 ภูมิภาค เป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วประเทศมาร่วมถวายราชสักการะ และร่วมเฉลิมฉลองอย่างพร้อมเพรียง การรำถวายพระพร มหกรรมกลองมิ่งมงคล การแสดงพื้นบ้าน 4 ภาคเฉลิมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีการแสดงหมุนเวียนกันไป เช่น การแสดงวงโยธวาทิต มหาดุริยางค์สากลรวมใจภักดิ์ วงโยธวาทิต มหาดุริยางค์ไทยแห่งรัตนโกสินทร์ ดนตรีกลุ่มชาติพันธุ์ มหกรรมลูกทุ่งไทยเทิดไท้องค์ราชา มหาวชิราลงกรณ มาร์ชชิ่งแบนด์ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ละครเพลงในสวนฝัน “ผสานใจภักดิ์ถวายองค์ราชัน” มหกรรมการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โขนกรมศิลปากร โขนศาลาเฉลิมกรุง และโขนจากสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่

ส่วนเวลา 21.30-23.00น. ของทุกวันจะมีการแสดงแสง สี เสียง "แสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณ" พร้อมม่านน้ำ ฉายภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ประกอบฉากหลังพระบรมมหาราชวังอย่างงดงาม

"ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สวมใส่เสื้อสีเหลือง แสดงพลังความจงรักภักดี เข้าร่วมชมงานมหรสพสมโภชเฉลิมฉลองด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมชื่นชมความงดงามบรรยากาศรอบงานที่เต็มไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมใจ"นายวีระกล่าว