xs
xsm
sm
md
lg

ไม่แจ้งข้อหา“เดชา” ป.ป.ส.อ้างตีความ กม.ต่างกัน ม.รังสิตหนุนต่อยอดงานวิจัย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"อ.เดชา” ควง “ไบโอไทย-รสนา" เข้าพบเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดอกคุยกว่า 2 ชม. เลขา ป.ป.ส.ยันไม่แจ้งข้อกล่าวหา อ้างตีความ กม.ต่างกัน แจงต้องจับกุมเพื่อป้องกันการแอบอ้างลักลอบขนกัญชา “มูลนิธิข้าวขวัญ” เดินหน้าขึ้นทะเบียน “เดชา” เป็นหมอพื้นบ้าน เสนอปลดกัญชาจากบัญชียาเสพติด ด้าน "รสนา" เผยเภสัชจุฬา-อภัยภูเบศธ์ เชิญ "เดชา" หารืองานวิจัยต่อยอด “กัญชา'” ทางการแพทย์ “กรมแพทย์แผนไทย” แจง "เดชา" ต้องมาขอขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน "ปานเทพ" โพสต์แถลงการณ์ ม.รังสิต ชี้จับกุม "เดชา" ในช่วงนิรโทษครอบครองกัญชา เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ยินดีร่วมวิจัยหวังให้ ปชช.เข้าถึง ป้องกันนายทุนผูกขาด

วานนี้ (11 ม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ นายพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) น.ส.รสนา โตสิตระกูล มูลนิธิสุขภาพไทย น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ มูลนิธิเกษตรยั่งยืน (ประเทศไทย) และ น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เดินทางเข้าพบ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์ในระหว่างรอยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562

**ป.ป.ส.แจงไม่แจ้งข้อหา “เดชา”

ภายหลังร่วมหารือราว 2 ชั่วโมง ทั้งหมดได้ร่วมกันแถลงข่าว โดย นายนิยม เปิดเผยว่า จากการพูดคุยหารือกับนายเดชา และคณะ เกี่ยวกับการเข้าจับกุม นายพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ฐาน "ผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต" นั้น ซึ่งเข้าใจว่า การตีความกฎหมายของแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกัน เพราะมีเงื่อนไขในช่วงนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาในกรอบเวลา 90 วัน โดยทาง ป.ป.ส.ขอชี้แจงว่า หากผู้ที่ต้องการครอบครองกัญชาจะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ สาธารณสุขจังหวัดเสียก่อน หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างยื่นเรื่อง ก็จะมีข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ เพราะหากไม่ได้แจ้งล่วงหน้า อาจส่งผลเกิดการลักลอบครอบครองและขนกัญชาเกิดขึ้นได้

"สำหรับการยื่นเรื่องขออนุญาตครอบครองนั้น อาจารย์เดชา ขอเป็นรายบุคคล และไม่ได้ทำในนามมูลนิธิฯ ส่วนของกลางที่ยึดมา เช่น ต้นกัญชา น้ำมันสกัดจากกัญชา หรือ เมล็ดกัญชา และเรื่องคดีความของ คุณพรชัย ขอเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนท้องที่ เป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับอาจารย์เดชาทั้งสิ้น นอกจากนี้ ได้พูดคุยกับ อ.เดชา เกี่ยวกับการทำกัญชาเพื่อการแพทย์รักษาผู้ป่วยในอนาคตเพื่อหาทางออกร่วมกันอีกด้วย" นายนิยม ระบุ

** “เดชา” โอด กม.อุปสรรคช่วยคนป่วย

ขณะที่ นายเดชา เปิดเผยว่า ได้พูดคุยถึงจุดยืนกับนายนิยม และเข้าใจว่าตนไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ต่อตนเอง แต่ทำเพื่อรักษาผู้ป่วย ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการตีความหมายต่างกัน สำหรับการจับกุมนายพรชัย ในระหว่างที่ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้น เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามกฎหมาย และโชคดีที่ตนไม่ถูกจับ หลังจากนี้ ขอให้มองไปถึงอนาคตว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างไร เพราะข้อจำกัดของกฎหมายในปัจจุบันเยอะมาก แต่ผู้ป่วยไม่สามารถรอได้

“เราได้มีข้อตกลงปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่าย โดยทาง ป.ป.ส. ทำหน้าที่ของท่านไป และช่วยสนับสนุนเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังมีข้อบกพร่อง ส่วนทางมูลนิธิฯ ก็จะดำเนินการรักษาวิจัยต่อไป และให้ผลการปฏิบัติแสดงออกมาให้สังคมได้เห็นว่า ฝ่ายใดทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ โดยความคิดเห็นส่วนตัวอยากเสนอถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 เพราะติดปัญหาตรงจุดนี้มากมาย” นายเดชา ระบุ

** “จุฬา-อภัยภูเบศธ์” เชิญ “เดชา” หารืองานวิจัย

น.ส.รสนา กล่าวเสริมว่า มูลนิธิได้จัดทำเอกสารชี้แจงกรณีการครอบครองกัญชาของนายเดชา เพื่อยื่นนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้การยอมรับ จึงเตรียมประสานชาวบ้านรวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านและตัวแทน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลรวบรวมรายชื่อไม่ต่ำกว่า 10 คน เพื่อให้การรับรองนายเดชาขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน ประกอบการนิรโทษกรรมต่อไป ยืนยันว่าการกระทำของนายเดชาเป็นไปเพื่อศีลธรรมและสิทธิที่ผู้ป่วยควรได้รับ
“เราต้องการให้หน่วยงานรัฐชี้แจงว่าทางมูลนิธิยังสามารถดำเนินโครงการนี้ต่อไปได้หรือไม่ เพื่อศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลสำหรับต่อยอดการทำงานในอนาคตต่อไป รวมถึงชี้แจงกับผู้ป่วยที่ต้องรับยากัญชาว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีหลังพ้นช่วงนิรโทษกรรม 90 วันไปแล้ว นอกจากนี้ทางมูลนิธิเครือข่าย ได้รับติดต่อจากคณบดีคณะเภสัชกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รพ.อภัยภูเบศธ์ ให้นายเดชารวมถึงหมอพื้นบ้านร่วมหารือและศึกษาวิจัยกัญชาทางการแพทย์ต่อไป” น.ส.รสนากล่าว

เช่นเดียวกับ เฟสบุ๊ก BIOTHAI ที่รายงานว่า หลังจาก อาจารย์เดชา ศิริภัทร เดินทางกลับมาถึงประเทศเมื่อเย็น วันที่ 10 เม.ย.62 ไบโอไทยได้รับการติดต่อจาก ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนายาจากกัญชาสายพันธุ์ไทย ทั้งนี้ คณะเภสัชศาสตร์ให้ความสนใจเกี่ยวกับการรวบรวมสายพันธุ์กัญชา การพัฒนาสายพันธุ์ โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับสายพันธุ์กัญชาของไทยที่อาจารย์เดชา และเครือข่ายได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการอื่นๆด้วย

**กรมการแพทย์ฯหนุนเป็นหมอพื้นบ้าน

อีกด้าน นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า การเป็นหมอพื้นบ้านต้องมายื่นขึ้นทะเบียนกับทางกรมฯ ซึ่งนายเดชายังไม่เคยมายื่น อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องของการใช้สมุนไพรหรือตำรับยาต่างๆ ในการรักษาชาวบ้าน ซึ่งมีเกณฑ์อยู่แล้ว หากนายเดชาจะมาขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน ก็สามารถรวบรวมหลักฐานมาขอขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณา แต่จะไปให้เป็นหมอพื้นบ้านเลยจากการสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกระบวนการในการทำเป็นสมุนไพรเชิงเดี่ยวที่อยู่ในความดูแลของกรมการแพทย์ โดยหลังจากนี้นายเดชาสามารถมาร่วมกับกรมการแพทย์ฯในการทำวิจัยสารสกัดน้ำมันกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไปได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า กรมฯ ไม่มีการกีดกันเรื่องขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านของนายเดชาด้วย

**”ปานเทพ” ติง จนท.อาจกระทำขัด กม.

วันเดียวกัน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่แถลงการณ์ของ ม.รังสิต เพื่อแสดงจุดยืนพร้อมประกาศเข้าร่วมวิจัยการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของ นายเดชา โดยมีสาระสำคัญว่า สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นว่าการเข้าจับกุมทีมงานยึดของกลางของนายเดชา ทั้งๆที่เป็นประโยชน์เพื่อการแพทย์นั้น ยังอยู่ในช่วงกรอบเวลา 90 วันตามกฎหมายที่จะนิรโทษกรรมได้ จึงอาจขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติต่อบทเฉพาะกาลมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้

“สถาบันฯ เห็นว่ารัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้และสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริง อันจะเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนต้องใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาใต้ดิน ซึ่งไม่มีองค์กรใดจะมาตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยได้ สถาบันฯโดยความเห็นชอบของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มีความยินดีที่เริ่มสถาบันการศึกษาและภาครัฐได้ประกาศเข้าร่วมงานวิจัยกับการทำงานของ อ.เดชา และเครือข่าย ตามเจตนารมณ์เพื่อมิให้เกิดการผูกขาด อันจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อประชาชนโดยภาพรวม” นายปานเทพ ระบุ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...