xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์เปิดแนววิกฤตใหม่

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะรู้สึกคึกเหมือนเสือติดปีก เมื่อรอดพ้นจากข้อกล่าวหาว่าตัวเองและเครือข่ายบริวารรอดจากข้อสงสัยว่ามีความสัมพันธ์เร้นลับอะไรกับรัสเซีย หลังจากอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ได้สรุปผลการสอบสวนออกมาแล้ว

ถือว่าเป็นการถอนชนักปักหลังออกมาได้อันหนึ่งหลังจากที่บริวารหลายคนต้องเดินเข้าคุกด้วยคดีต่างๆ และอีกหลายคนยังอยู่ในระหว่างการถูกสอบสวนและดำเนินคดีโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งเอฟบีไอ กระทรวงยุติธรรม และการสอบสวนโดยคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนซึ่งพรรคเดโมแครต ได้เป็นประธาน

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ก็รอดจากความเสี่ยงที่สภาคองเกรสโดยพรรคเดโมแครตหาทางเดินเรื่องถอดถอนให้ออกจากตำแหน่งผู้นำ แต่ประธานสภาผู้แทนฯ นางแนนซี เพโลซี ประกาศว่าจะไม่มีกระบวนการเช่นนั้นเพราะมองว่าไม่คุ้มค่า

หรือเท่ากับว่าผู้นำทำเนียบขาวยังไม่มีราคาเพียงพอที่จะให้ต้องเสียเวลากับกระบวนการถอดถอนนั่นเอง แต่ก็ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์หายใจได้คล่องขึ้น แม้จะเป็นถ้อยคำที่ดูเหมือนจะถากถางตามแบบการเมืองที่ยังหาจังหวะเหมาะเพื่อล้มฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ก็ตาม

แต่ก็ใช่ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะหลุดรอดพ้นจากข้อกล่าวหาอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงินให้กับดาวโป๊และนางแบบ ซึ่งจะมีเรื่องฉาวคาอยู่ในการสอบสวนของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร

แต่ทรัมป์ก็ยังเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจซึ่งมีความห้าว ทำอะไรด้านนโยบายต่างประเทศไม่เกรงใจใคร ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาเหมือนเดิม เป็นความเชื่อมั่นที่จะทำให้ตัวเองก้าวเข้าสู่ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกหนึ่งสมัยในปี 2020 ด้วยความมั่นใจ เว้นแต่ว่าจะไปเผชิญวิกฤตอย่างอื่น

ล่าสุดทรัมป์ได้สนับสนุนประเทศอิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในตะวันออกกลางให้เข้ายึดพื้นที่ราบสูงโกลันของซีเรีย โดยผนวกเข้าเป็นพื้นที่ของตัวเอง หลังจากเข้าครอบครองในการชนะสงครามในยุค 1960 โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญและไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้

แน่นอนการสนับสนุนของทรัมป์ได้สร้างความลิงโลดให้กับผู้นำอิสราเอล นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งอยู่ในสภาวะร่อแร่จากการสอบสวนในคดีทุจริต นับว่าการยื่นมือช่วยพยุงโดยทรัมป์ เป็นจังหวะพอดีที่จะทำให้ผู้นำอิสราเอลได้กอบกู้คะแนนนิยมจากประชาชนคืนบ้าง แม้คดีความจะยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลก็ตาม

การหนุนอิสราเอลให้ยึดครองพื้นที่ราบสูงโกลัน โดยไม่คำนึงถึงเสียงประท้วงจากนานาประเทศทำให้ประชาคมโลกเห็นอีกครั้งหนึ่งว่าผู้นำสหรัฐฯ ไม่แยแสต่อเสียงทักท้วง นอกจากทำตัวเป็นตำรวจโลกแล้วยังรับบทเป็นผู้ปกป้องสมุนบริวารประเทศต่างๆ ที่ดำเนินนโยบายถูกใจสหรัฐฯ และทำตัวเป็นเด็กดีต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ก็เป็นผู้สนับสนุนหลักให้อิสราเอลเข้าครอบครองเมืองเยรูซาเลมอย่างเต็มที่ เมื่อสหรัฐฯ ตัดสินใจย้ายสถานทูตจากกรุงเทลอาวีฟไปที่นั่นโดยไม่ใส่ใจต่อเสียงประท้วงจากชาติมหาอำนาจอื่นๆ เช่น จีน และรัสเซีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน และตุรกี ซึ่งมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับประเทศอิสราเอล

การยอมให้ประเทศอิสราเอลเข้ายึดครองที่ราบสูงโกลันเท่ากับว่าได้สร้างปัญหารอบใหม่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นระหว่างอิสราเอลและซีเรีย ที่ผ่านมาอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินขับไล่โจมตีไปทำลายเป้าหมายต่างๆ ในประเทศซีเรียโดยไม่สนใจว่าเป็นการรุกรานอธิปไตยของประเทศอื่นๆ โดยถือว่ามีตัวหนุนหลักคือผู้นำสหรัฐฯ นั่นเอง

การเข้าฮุบพื้นที่ของเยรูซาเลมผ่านการรับรองของสหรัฐฯ ช่วงก่อนหน้านี้ได้นำไปสู่การประท้วงโดยชาวปาเลสไตน์และกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ เช่น ฮิซบอลเลาะห์ และฮามาส ซึ่งมีฐานอยู่ในฉนวนกาซ่าและเลบานอน ทำให้เกิดการประทะบ่อยครั้งซึ่งกองทัพอิสราเอลก็ไม่ยั้งมือในการตอบโต้ด้วยศักยภาพอาวุธที่เหนือกว่าทั้งเครื่องบินรบและปืนใหญ่

ล่าสุดทหารอิสราเอลก็โจมตีกลุ่มฮามาสมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลังจากการประท้วง การยึดครองที่ราบสูงโกลันทำให้เห็นว่าแต่ละก้าวของอิสราเอลสนับสนุนโดยโดนัลด์ ทรัมป์มีแต่จะทำให้ปัญหาระหว่างอิสราเอลและอาหรับในพื้นที่นั้นไม่มีวันสงบ ยิ่งไม่มีใครกล้าแทรกแซงหรือขัดขวางก็ยิ่งทำให้ผู้นำอิสราเอลได้ใจเพราะเป็นหนทางหนึ่งที่จะกอบกู้คะแนนนิยมแม้ตัวเองจะเผชิญกับเรื่องฉาวโฉ่ก็ตาม

ผู้นำอิสราเอลก็อยู่ในอารมณ์ฮึกเหิมต่อเนื่อง ด้วยคำประกาศว่ากองกำลังจะไม่หยุดเพียงแค่การโจมตีในฉนวนกาซ่าเท่านั้น และอาจจะมีมาตรการอื่นๆ เพื่อเล่นงานกลุ่มฮามาสหัวรุนแรงแม้จะมีคำประกาศข้อตกลงหยุดยิงในวันจันทร์ที่ผ่านมา

คำประกาศของเนทันยาฮูมีต่อคณะกรรมการร่วมด้านสาธารณะระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล โดยผ่านการถ่ายทอดสัญญาณสดจากเมืองหลวงอิสราเอลไปยังกรุงวอชิงตันเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณว่าอิสราเอลพร้อมจะตอบโต้ด้วยกำลังต่อไป

ช่วงการปะทะกันกลุ่มหัวรุนแรงในฉนวนกาซ่า ฮามาสได้ยิงจรวดมากกว่า 60 ลูกเข้าใส่พื้นที่ของอิสราเอล แต่ถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินรบทำให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหายอย่างมากในกาซ่า ในวันที่ 25 ที่ผ่านมา

ได้มีการโจมตีด้วยจรวดโดยกลุ่มฮามาสครั้งล่าสุดได้โดนเป้าหมายใกล้กับกรุงเทลอาวีฟ โดยทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 รายถือว่าเป็นการยิงได้ใกล้ที่สุดนับตั้งแต่ทำสงครามในปี 2014

และกองทัพอิสราเอลแถลงว่าการโจมตีตอบโต้ได้สร้างความเสียหายต่อกองบัญชาการ และอาคารสำนักงานของกลุ่มฮามาส ให้มีผู้บาดเจ็บ 7 รายเช่นกัน ตามการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์

การลงนามประกาศการเข้าครอบครองที่ราบสูงโกลันสำคัญเพียงพอที่เนทันยาฮูเดินทางไปกรุงวอชิงตัน แต่ต้องรีบเดินทางกลับในวันอังคารที่หลังจากเกิดการประทะกันด้วยกำลังอาวุธระหว่างอิสราเอลและกองกำลังของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซ่า

ศึกล่าสุดจะไม่ใช่รอบสุดท้ายและต้องดูว่าการที่ทรัมป์ได้หนุนอิสราเอลอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดวิกฤติซ้ำซาก และทำให้สันติภาพยังห่างไกลในตะวันออกกลางอีกยาวนาน

นั่นหมายถึงการสนับสนุนซาอุดีอาระเบีย ในการทำสงครามกับเยเมนซึ่งได้สร้างความวิบัติให้กับประเทศนั้นท่ามกลางเสียงประณามจากนานาประเทศทั่วโลก

แต่ผู้นำสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อไปด้วยความเชื่อมั่นในอำนาจ ไม่หวั่นต่อการตรวจสอบโดยพรรคฝ่ายค้านและเสียงคัดค้านไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดก็ตาม และปัญหาการเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือยังคาราคาซังอยู่

รอดูว่าทรัมป์จะจัดการอย่างไรกับผู้นำเวเนซุเอลาอีกด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...