xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**กระแส"ลุงตู่" เป็นนายกฯต่อ กำลังมาแรง ฝ่ายตรงข้ามจึงใช้ "สื่อโซเชียลฯ" โพสต์เอกสารลับคสช. ปลอม สั่งทหารปฏิบัติการ "ไอโอ" หนุนพรรคพลังประชารัฐ ผ่าน"เพจ CSI LA" หวังปลุกกระแสต้าน โดยไม่เกรงความผิดอาญา

การเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ "สื่อโซเชียลฯ" ในการสื่อสาร หาเสียง ซึ่งพรรคการเมืองและบรรดากองเชียร์ ได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถสร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง ก่อกระแสได้อย่างมีพลัง ... ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้ง "ประเด็นร้อน" ที่ถูกนำมาโพสต์ ยิ่งปรากฏขึ้นมากมาย และหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องราวที่โพสต์ไปนั้น ถ้าถูก "สื่อหลัก" หยิบไปขยายความต่อ ก็จะยิ่งเป็นข่าว และกลายเป็น”ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ดังนั้น จึงมี "ติ่งการเมือง" ใช้ช่องทางนี้ ในการสร้างกระแสความนิยมให้กับฝ่ายที่ตนเองเชียร์อยู่ หรือหวังผลทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ด้วย "ข้อมูลเท็จ" โดยไม่เกรงกลัวต่อโทษอาญา ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ...
เมื่อ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เปิดตัวเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ และออกเดินสายตรวจราชการ พบปะประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาค ก็จะได้ยินเสียงตะโกน "ลุงตู่สู้ๆ" เป็นการต้อนรับ กระแสของพรรคพลังประชารัฐ ก็แรงตามไปด้วย …ฝ่ายตรงข้ามจึงพยายาม "สร้างข่าว" ดิสเครดิต พุ่งเป้าไปที่ รัฐบาล กองทัพ พรรคพลังประชารัฐ และ ตัวลุงตู่ เพื่อทำลายความชอบธรรมในการครองอำนาจต่อไปหลังการเลือกตั้ง อย่างเช่นในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการโพสต์ภาพทหาร ที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมชี้นำว่า เป็น "ใบสั่ง" ให้ทหารไปลงคะแนนให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลคสช.
ล่าสุด "เพจ CSI LA" ก็ได้โพสต์ "เอกสารลับปลอม" ของคสช. ส่งถึง พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงทั้งหมด ทำ "ไอโอ" หรือปฏิบัติการด้านข่าวสาร เพื่อสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ...ซึ่งก่อนหน้านี้ "เพจ CSI LA" ก็เคยโพสต์ภาพ และข้อความ ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ มีการบังคับทหารเกณฑ์ ให้ไปลงคะแนนเลือกตั้ง ก็ถูกคณะทำงานด้านกฎหมายคสช. ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว และคราวนี้ก็ยังทำผิดซ้ำอีก "พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. จึงได้มอบหมายให้ ฝ่ายกฎหมายของคสช. ไปแจ้งความแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าว ต่อ บก.ปอท. แล้วเช่นกัน ... การใช้ข้อมูลเท็จ เพื่อสร้างกระแสทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามผ่านทางโซเชียลฯ นับวันยิ่งเพิ่มความถี่ และหนักข้อขึ้นทุกวัน...อย่าว่าแต่หนังสือราชการเลย แม้กระทั่งปลอมหนังสือราชกิจจานุเบกษา ก็เคยมีมาแล้ว ...การเมืองไทยในวันนี้ช่างดุเดือดจริงจริง

**คลิป“อา-หลาน”ฟังแป๊บเดียวก็รู้ นี่มันตัดต่อชัดๆ บทเรียนสอนสื่อ พึงทำตนให้น่าเชื่อถือ ตรวจสอบรอบคอบ ไม่ให้"โป๊ะแตก" หรือไปเข้าทางใคร

เรื่องไม่เป็นเรื่อง คลิปเสียงบทสนทนา “อา-หลาน”ที่ตัดต่อขึ้นมาแบบหยาบๆ กำลังทำให้หัวหน้าพรรคการเมืองขวัญใจ “น้องฟ้า”กับสำนักสื่อดังมีเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเสียแล้ว ... คลิปเสียงที่ว่า ความยาวเพียง 39 วินาที โดยเสียงของคนที่เป็น “อา”นั้น คล้ายกับเสียงของ"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ที่เร่ร่อนเป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศ และว่ากันว่าเป็นเจ้าของ“แบงก์พัน”ที่แตกออกเป็น “แบงก์ร้อย”หลายใบลงสู้ศึกเลือกตั้งส.ส.ที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ขณะนี้ ...ส่วนเสียงของ“หลาน”นั้นคล้ายกับเสียง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เพิ่งปล่อยมุกเด็ด โอนหุ้นเข้า Blind Trust สร้างภาพความบริสุทธิ์โปร่งใส หวังโกยคะแนนช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งเมื่อวันก่อน...
เนื้อหาของบทสนทนาที่ขาดๆ วิ่นๆ จับใจความได้ว่า มีการต่อรองกันทางการเมือง โดยฝ่ายอา ถามหลานว่า มีเสียงในใจอยู่เท่าไหร่ ฝ่ายหลานก็ตอบว่าประมาณ 20 เพราะคนรุ่นใหม่หลอกง่าย แล้วอาก็พูดทิ้งท้ายว่า “โลกทุนนิยมก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเรามีทุน เขาจะนิยมเรา”
เนื้อหามีเพียงเท่านี้ อย่าว่าแต่สำนักข่าวเลย คนธรรมดาสามัญมีสตินึกตรึกตรองดูสักหน่อย ทั้งเนื้อความในบทสนทนา โทนเสียงที่ไม่สอดคล้องกันเอาเสียเลย ก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่า "นี่มันคลิปตัดต่อชัดๆ" ...หรือ ถ้าใครยังไม่ลืม ก็น่าจะพอคุ้นๆหูอยู่ว่า ประโยคสุดท้ายที่ผู้เป็นอาพูดนั้น มันคือเสียงของ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ที่เผยแพร่ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ในช่วงที่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เดินทางไปเยือนอังกฤษ และ "นางเทเรซา เมย์" นายกฯ แดนผู้ดี ได้ให้การต้อนรับอย่างเทียบเท่าผู้นำที่มาจากประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ บีบีซี เลยเอาคำถามยัดปากทักษิณว่า นี่หมายถึงทางการอังกฤษให้การยอมรับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารใช่หรือไม่ ทักษิณ เลยตอบแบบองุ่นเปรี้ยวว่า เป็นการต้อนรับที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า “โลกทุนนิยมก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเรามีทุน เขาจะนิยมเรา เรามีเงินไปซื้อของเขา เขาก็ขอบคุณ”...
บทเรียนสอนสื่อ ยิ่งเป็นสำนักข่าวมาตรฐานของการนำเสนออะไรก็ตาม ยิ่งต้องเช็กแล่วเช็กอีก ไม่งั้นผลของความผิดพลาดที่จะตามมามีผลกระทบต่อสังคมก็ยากที่จะแก้ไข ... ขณะทีการเลือกตั้งใกล้เข้ามา เรื่องทำนองนี้จะปรากฏปลิวว่อนเน็ต ข่าวลวง หรือปฏิบัติการข่าว "ไอโอ" ทั้งหลายทำงานกันให้วุ่น ยิ่งสร้างความ สับสน ... กรณีนี้เสียหาย สำนักข่าวหากเจตนาปล่อยผ่าน เรื่องนี้ตั้งใจจะดิสเครดิตฝั่งตรงข้ามแบบมันมือ โดยประเมินต่ำไป หรือเพราะกุนซือที่อยู่เบื้องหลังสั่งมาให้จัดหนัก จัดต็ม ไม่เลือกวิธีใช้ มันก็เลยกลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงกันกระฉ่อนโซชียลฯ ในพริบตา...
เมื่อโป๊ะแตก มันก็เลยเข้าทาง"ธนาธร" สิงานนี้ กลายเป็นดรามาที่ไถทวีตกันยาวๆ ทั้งวัน...“ผมไม่คิดว่าสื่อมวลชนที่มีคุณภาพจะเอาคลิปแบบนี้มาออกรายการ" พ่อของฟ้าได้คะแนนไปเต็มๆ จากติ่ง ขณะที้สื่อสำนักดัง เสียรังวัดโดนด่าทั้งวัน ... สรุปว่า คงนี้จะไม่มีเรื่องบานปลายแบบนี้ ถ้าฝ่ายเสนอรอบคอบสักนิด มองให้ขาดว่า นี่คือคลิปตัดต่อ หรือที่เด็กๆ เขาว่า ตัดต่อไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่ ...คลิปแบบนี้เล่นไปก็ไม่ได้อะไรที่เป็นสาระ อยากจะทิ่มเขา กลับไปเข้าทางหาเสียงของอีกฝ่ายไปซะงั้น
**วันนี้จะเป็นหนึ่งในอีกวัน ที่ซูเปอร์คอนเนกชั่นทั่วฟ้าเมืองไทย จะมาร่วมส่ง“เจ้าสัววิชัย" วิชัย ศรีวัฒนประภา mr possible แห่งอาณาจักร King power

วันนี้ (21 มี.ค) จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ "เจ้าสัววิชัย" วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิงเพาเวอร์ และอดีตประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ที่รู้จักกันดีทั่วโลก...
เรื่องราวชีวิตของ "เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา" มหาเศรษฐีแสนล้านนั้น ถือว่าเป็นคนไทยไม่กี่คนที่คนทั้งโลกยอมรับและศรัทธาได้มากเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการปลุกปั้นธุรกิจดิวตี้ฟรีของเมืองไทย ที่แทบจะเริ่มจากศูนย์จนมีชื่อเสียงก้องฟ้า หรือว่าการนำพา "เลสเตอร์ ซิตี้" สร้างเทพนิยายให้โลกตะลึง พลิกจากทีมลุ้นตกชั้น ผงาดขึ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-2016 แบบไม่มีใครคาด กระทั่งคิดยังไม่กล้าคิด แต่เจ้าสัววิชัย ทำได้ และกลายเป็นคนไทยที่ชาวเมืองเลสเตอร์ รักอย่างมาก
นายวิชัย เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2501 เป็นบุตรของนายวิวัฒน์ และ นางประภาศร รักศรีอักษร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาวูดลอว์น ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา ...ส่วนชีวิตครอบครัว สมรสกับนางเอมอร มีบุตรทั้งหมด 4 คน คือ นางสาววรมาศ, นายอภิเชษฐ์, นางสาวอรุณรุ่ง และ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา
นายวิชัย สกุลเดิม “รักศรีอักษร”ได้รับการพระราชทานนามสกุล “ศรีวัฒนประภา”เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่วงศ์ตระกูล ... ทั้งนี้ ความสำเร็จของนายวิชัย มาจากอาณาจักรธุรกิจ “ดิวตี้ฟรี”อย่าง “คิง เพาเวอร์”ซึ่งกว่าที่จะเดินทางมาถึง ณ วันนี้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ... "ผมเป็นคนไม่หนี แต่สู้ด้วยความจริง" ... เพราะเป็นคนที่มุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ อาณาจักรคิง เพาเวอร์ ใช้เวลาจากปี2532 นับจากที่เจ้าสัววิชัย เริ่มทำร้านค้าปลอดภาษีในเมืองแห่งแรก ที่อาคารมหาทุนพลาซ่า เพลินจิต จนมาถึงวันนี้ได้สยายปีกครอบคลุมธุรกิจไปกว้างขวางอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ในปีหลังๆ เจ้าสัววิชัย เริ่มผ่องถ่ายธุรกิจส่งไม้ต่อให้กับทายาท หนึ่งในนั้น คือ "นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์”โดยวางเป้าหมายการลงทุนในช่วง 5 ปี (2560 - 2564) ทำรายได้ให้เติบโต ประมาณ 140,000 ล้านบาท ผลักดันอาณาจักรคิง เพาเวอร์ ให้ติดอันดับ”ท็อปไฟว์” ร้านค้าปลอดภาษีและอากรในระดับโลก
เจ้าสัววิชัย นอกจากจะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ แล้วยังเป็นนายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และ ประธาน”สโมสรฯเลสเตอร์ ซิตี้” โดยเข้าไปซื้อกิจการในปีพ.ศ.2553 ซึ่งช่วงแรกถือหุ้น 51% ก่อนที่ในปีเดียวกัน ได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% มูลค่าการซื้อขายทั้งหมดอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ และในปี พ.ศ.2554 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรฯ อย่างเต็มตัว ... ไม่แต่ฟุตบอลเท่านั้น เจ้าสัววิชัย ยังชื่นชอบกีฬาโปโล ถึงกับควักเงิน 10 ล้านปอนด์ หรือราว 500 ล้านบาท ซื้อสนามโปโลกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค”สนามแห่งนี้ต้อนรับราชวงศ์อังกฤษ เป็นประจำทุกปี ...
นายวิชัย เคยตอบคำถามไว้ในนิตยสารแพรว (24 ม.ค.58) ว่า “...จะมีคนอื่นอีกหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมเป็นคนเริ่มต้นแรกๆ ตั้งแต่เล่นกับ”เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ก่อนทรงรีไทร์ ต่อมาก็ได้เล่นกับพระโอรสของพระองค์ท่านทั้งสองพระองค์ คือ "เจ้าชายวิลเลียม" และ"เจ้าชายแฮร์รี" แต่ทุกครั้งเป็นการเล่นเพื่อการกุศลหมดนะ”
นอกจากนี้ กรณีที่ควักกระเป๋าร่วมร้อยล้าน สนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าวของ "ตูน บอดี้แสลม" ทำให้วิชัยได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ซึ่งสามารถพูดได้ว่า ขึ้นชื่อว่าเศรษฐีย่อมขี้เหนียว แต่คำนี้ใช้ไม่ได้กับเจ้าสัววิชัย ซึ่งทำให้เจ้าสัวคนอื่นๆ ต้องแข่งกันควักออกมา เพื่อไม่ให้น้อยหน้า ...
การเสียชีวิตอย่างกระทันหันของเจ้าสัววิชัย จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ภายหลังจากเข้าร่วมชมเกมพรีเมียร์ลีก ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2561 กลายเป็นข่าวช็อกโลก ที่คนในทุกแวดวง ตั้งแต่คนธรรมดา นักธุรกิจ หรือแม้แต่บุคคลสำคัญในต่างแดนต่างรู้สึกเศร้าสลด
หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชทานเพลิงเจ้าสัววิชัยแล้ว เราคงจะได้เห็นฝีมือของ"อัยวัฒน์" บุตรชายผู้สืบทอดว่าจะสามารถเอาอยู่ในการประมูลดิวตี้ฟรีรอบใหม่ ที่ผู้ท้าชิงแต่ละรายล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดากันทั้งนั้น หนังบู๊ดุเดือดเลือดสาด รวมซูเปอร์ฮีโร่ ระดับ the avengers: end game ในสงครามดิวตี้ฟรี กำลังจะเข้าฉาย ณ สยามประเทศเร็วๆ นี้

------
รูป
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
–ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
- วิชัย ศรีวัฒนประภา


กำลังโหลดความคิดเห็น...