xs
xsm
sm
md
lg

ลุยผลิต16ตำรับยากัญชาไทย สธ.คาดปลูกที่สกลนคร เม.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“กรมแพทย์แผนไทยฯ” พร้อมลุยผลิต 16 ตำรับยากัญชาไทย จับมือ “ม.เกษตรฯ-มทร.อีสาน” ปลูกในพื้นที่ จ.สกลนคร คาดโครงการได้ไฟเขียว เริ่มปลูก เม.ย. เก็บเกี่ยวได้ ก.ค. ส่ง รพ.พระอาจารย์ฝั้นฯ ผลิตยากัญชา-เครื่องยากัญชา ป้อนแพทย์แผนไทยที่ต้องการใช้ฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ชี้เป็นต้นแบบการปลูกให้เกษตรกรได้ ใช้มาตรฐานคนละระดับกับ อภ.
วานนี้ (7 มี.ค.) นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผอ.สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานเสวนา "กัญชา : โอกาส ความท้าทายของประเทศไทย" ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ว่า ประเทศไทยจับกัญชาไปขังคุกมาเกือบ 40 ปี ตั้งแต่มี พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522 เมื่อจะเบิกตัวผู้ต้องหาออกมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จึงต้องมีการเก็บข้อมูลติดตามผลของการใช้ยาจากกัญชาด้วย โดยในส่วนของตำรับยาแผนไทย ที่มีส่วนผสมของกัญชา กรมฯได้เสนอคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ 90 ตำรับ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกมี 16 ตำรับนั้น มีสูตร ส่วนประกอบ วิธีการปรุง และผลการรักษาที่ชัดเจน เมื่อกฎหมายลูกเกี่ยวกับตำรับยาออกมาบังคับใช้ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน ที่ผ่านการขึ้นทะเบียน สามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีการวิจัยทดลองอะไรอีก เพราะองค์การอนามัยโลก ระบุชัดว่า ยาใดที่มีผลการใช้ในอดีตมายาวนาน มีบันทึกชัดเจน เป็นการแพทย์ดั้งเดิมสามารถเอามาใช้ได้เลย
ทั้งนี้ ยาทั้ง 16 ตำรับ ส่วนใหญ่จากการวิเคราะห์รสของยา สมุหฐานของโรค จะเป็นยาแก้ในทางกษัย ภาวะความเสื่อมของร่างกาย โดยกัญชา จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการปรับสมดุลร่างกาย อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถนำยาแผนไทยที่มีส่วนผสมของกัญชา ทั้ง 16 ตำรับ มาใช้ได้เลย แต่การใช้ต้องมีการติดตามผล และจะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาต่อยอดรูปแบบการใช้ยาให้ง่าย และสะดวกขึ้น เพราะบางครั้งการกินยาตามกรรมวิธีดั้งเดิม ก็ขม เหม็น กินยาก ต้องพัฒนาต่อยอด เช่น ตำรับยาศุขไสยาศน์ ที่มีกัญชาผสม จะสามารถพัฒนามาเป็นแผ่นอมใต้ลิ้นแทนการพกยาเป็นขวดได้หรือไม่ เป็นต้น และจะต้องร่วมกันพัฒนาแบบสหวิชาชีพ เช่น ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ในการพัฒนาภูมิปัญญาเหล่านี้ ร่วมกับแพทย์แผนไทย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมใช้ยาที่มีส่วนผสมกัญชาทั้ง 16 ตำรับนั้น กรมฯ จะมีการติดต่อกับเครือข่ายในการดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ปลูกกัญชา ไปจนถึงปลายน้ำ คือ จำหน่ายยาไปยังแพทย์แผนไทยที่มีความประสงค์จะใช้ โดยการปลูกกัญชาเรามีข้อมูลว่า ลุ่มน้ำสงคราม คือพื้นที่ จ.นครพนม สกลนคร มุกดาหาร เป็นแหล่งกัญชาคุณภาพ จึงจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ คือ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร และ ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร ซึ่งมีพื้นที่ถึง 1.4 พันไร่ ในการปลูกกัญชา ซึ่งจะปลูกโดยใช้สายพันธุ์ไทย คือสายพันธุ์หางกระรอก และ ประสานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ คือ รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน WHO GMPในการผลิตยาสมุนไพร ให้เป็นผู้ผลิตยากัญชาทั้ง 16 ตำรับ และทำเป็นเครื่องยาที่มีกัญชาผสมด้วย ซึ่งจะมีการป้องกันไม่ให้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ใบกัญชาจะผสมพริกไทย อัตราส่วน 4:1 หรือ ก้าน นำไปผสมกับบอระเพ็ด อัตราส่วน 1:1 เป็นต้น นอกจากนี้ ในอนาคตอาจจะผลิตเป็นน้ำมันกัญชา เพื่อเป็นเครื่องยากลางในการนำไปหยอดใช้ในตำรับยา
“ขณะนี้อยู่ระหว่างทำโครงการขออนุญาตไปยัง คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งหากได้รับการอนุญาต คาดว่า ในช่วงเม.ย.นี้ ก็สามารถปลูกได้ทันที โดยการปลูกใช้เวลาประมาณ 90-100 วัน ดังนั้นจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงก.ค. โดยเบื้องต้นคาดว่า แพทย์แผนไทย จะใช้ประมาณ 2,000 กก.ต่อปี ใช้กับผู้ป่วยตำรับยาละประมาณ 1,000 ราย ก็จะแบ่งให้ ม.เกษตรฯ และ มทร.อีสาน แบ่งกันปลูกคนละครึ่ง ส่วนกรมฯ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์รับจำหน่าย โดยรับแจ้งความต้องการจากแพทย์แผนไทย และ แจ้งยอดไปยัง รพ.พระอาจารย์ฝั้นฯ ว่าจะต้องผลิตยาตำรับใด จำนวนเท่าใด โดยในช่วงแรกนั้นที่มีการเก็บข้อมูลวิจัยไปด้วย ยาที่จะจำหน่ายนั้นจะไม่เก็บค่าใช้จ่าย คือ ฟรี แต่หากถึงจุดที่ผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วไปแล้วนั้น ก็คงจะคิดในราคาต้นทุน ซึ่งประเมินว่าไม่น่าแพงมาก" นพ.ขวัญชัย กล่าว
นอกจากโครงการในพื้นที่สกลนครแล้ว ยังเล็งพื้นที่ จ.เพชรบุรีไว้ด้วย ว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีการปลูกในพื้นที่แบบใต้ดินอยู่แล้ว และมีกัญชาคุณภาพสายพันธุ์แก่งกระจาน ก็จะประสานสถาบันการศึกษาในพื้นที่และโรงพยาบาลที่ผ่านมาตรฐาน WHO GMP ในการปลูกและผลิตยาจากกัญชาเช่นกัน
นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า การปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์แผนไทย เราไม่ได้คำนึงถึงว่า จะต้องมีสาร THC หรือสาร CBD จำนวนเท่าใด แต่จะต้องปลูกให้ได้ตามมาตรฐาน คือ มีความปลอดภัย ไม่มีสารโลหะหนัก ไม่มีสารเคมี ยาฆ่าแมลง เพราะการใช้กัญชา เราใช้ทุกส่วนทั้งช่อดอก ใบ ก้าน ต้น ราก ขึ้นอยู่กับตำรับว่าจะใช้ส่วนใด อีกทั้งใช้ไม่เยอะ โดยสัดส่วนของกัญชาในตำรับยาก็ไม่เกิน 10% เนื่องจากมีสมุนไพรตัวอื่นด้วยเป็นสูตรตำรับ ซึ่งในสูตรจะมีทั้งการเสริมฤทธิ์ ตัดฤทธิ์ ต้านฤทธิ์กันอยู่ คือเป็นภูมิปัญญาที่ผ่านการคิดค้นมาแล้ว ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็ง และจุดได้เปรียบที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนามากกว่าการพัฒนายาแผนปัจจุบัน ทั้งนี้ การปลูกในพื้นที่สกลนคร จะมีการศึกษาวิจัยเพื่อให้การปลูกได้ผลผลิตดีที่สุด ปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กลุ่มเกษตรกร ที่ต้องการยื่นโครงการในการปลูกด้วย เพราะเราไม่ได้ปลูกในระดับเมดิคัลเกรด ที่จะส่งออกต่างชาติเหมือนขององค์การเภสัชกรรม โดยอาจปลูกในลักษณะของโรงเรือนประยุกต์ ใช้เต็นท์พลาสติกแบบการปลูกเมลอน หรือการปลูกลงกระถาง เป็นต้น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...