xs
xsm
sm
md
lg

ทอท.กับสภาพัฒน์ ใครใหญ่กว่าใคร

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปตรวจเยี่ยมการทำงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กำชับว่า สศช.จะต้องมีบทบาทสำคัญในการชี้นำการทำงานของหน่วยงานราชการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมไปถึงมีบทบาทในการชี้นำไปถึงคณะรัฐมนตรี โดยมีเหตุผลในการชี้แจงว่า โครงการใดควรทำ โครงการใดไม่ควรทำเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เห็นทิศทางในการพัฒนาประเทศ

ก่อนหน้า 1 วัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ส่งสัญญาณให้รับรู้กันทั่วไปว่า ผู้บริหาร และบอร์ด ทอท.เชื่อเอกชนอย่างสมาคมผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศหรือไอเอต้า เชื่อสายการบินมากกว่าสภาพัฒน์ เมื่อมติที่ประชุมบอร์ด ทอท.ในวันดังกล่าว ให้ ทอท.เดินหน้าสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือเทอร์มินัล 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป โดยอ้างว่า เป็นความต้องการของเอกชนผู้ใช้บริการสนามบิน เพราะปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิแออัด คับคั่งเกินไปแล้ว

ผู้บริหาร ทอท.ให้ราคากับไอเอต้ามากกว่าสภาพัฒน์ที่รองนายกฯ สมคิดบอกว่า ต้องเป็น Think Thank ของรัฐบาล สั่งได้ว่า โครงการไหนทำได้ โครงการไหนไม่ควรทำ ไม่ใช่ทำตัวเป็นกระโถนท้องพระโรงของ ครม.

ก่อนหน้านี้ สภาพัฒน์มีหนังสือตอบปลัดกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิว่า ให้ ทอท.ดำเนินการขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ตามลำดับดังนี้
1. ให้ขยายอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน หรือเทอร์มินัล 1 ทางทิศตะวันออก
2. ให้ขยายเทอร์มินัล 1 ทางทิศตะวันตก
3. ให้สร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ทางทิศใต้ ฝั่งถนนบางนา-ตราด ตามแผนแม่บทปี 2546 ไม่ใช่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือฝั่งมอเตอร์เวย์

การขยายเทอร์มินัล 1 ฝั่งตะวันออก ได้รับอนุมัติจาก ครม.เมื่อปี 2553 แล้ว การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านแล้ว มีแบบก่อส้รางแล้ว สามารถลงมือได้ทันที โดยใช้งบประมาณไม่สูงมาก และใช้เวลาไม่นาน สามารถรองรับผู้โดยสารได้อีก 30 ล้านคน

แต่ ทอท.เลือกที่จะขยายเทอร์มินัล 1 ทางฝั่งตะวันตกซึ่งยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ขณะเดียวกัน ก็ผุดโครงการสร้างเทอร์มินัล 2 ขึ้นมาในทำเลที่ผิดไปจากแผนแม่บท ซึ่งได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากนักวิชาชีพ ซึ่งหลายคนมีส่วนในการทำแผนแม่บทสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะไม่มีหลุมจอดเครื่องบินเพียงพอ ผู้โดยสารต้องเคลื่อนย้ายเป็นระยะทางไกล เพื่อไปขึ้นเครื่องที่อาคารเทียบเครื่องบินที่อยู่ห่างออกไปไกล

ผู้บริหาร ทอท.โดยนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อ้างว่า การสร้างเทอร์มินัล 2 ในทำเลที่ผิดไปจากแผนแม่บทนี้ ได้รับความเห็นชอบจาก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ และเป็นความต้องการของไอเอต้า สภาที่ปรึกษาสนามบิน และสมาคมตัวแทนสายการบินต่างๆ

แต่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับ ทอท.บอกว่า ไอเคโอไม่ได้พูดอย่างที่นายนิตินัยบอก นายอาคม ยังบอกว่า ทอท.ต้องทำตามความเห็นสภาพัฒน์

เมื่อ บอร์ด ทอท.ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ยังคงจะเดินหน้าสร้างเทอร์มินัล 2 ต่อไป ก็แสดงว่า นอกจาก ทอท.จะใหญ่กว่าสภาพัฒน์แล้ว ยังเหนือกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย

อย่างไรก็ตาม การกล่าวอ้างมติที่ประชุมบอร์ดของนายนิตินัย ในเรื่อง เทอร์มินัล 2 นั้น แท้จริงแล้ว เป็นการเห็นชอบให้สร้างเทอร์มินัล 2 หรือเป็นเพียงการรับทราบความเห็นของนายนิตินัยว่า อยากให้สร้างเทอร์มินัล 2 เท่านั้น เพราะตั้งแต่มีเรื่องเทอร์มินัล 2 ไม่เคยมีบอร์ด ทอท.สักรายพูดเรื่องนี้ การให้ข่าวทั้งหมดมาจากนายนิตินัย คนเดียว

การที่ ทอท.ไม่ยอมขยายเทอร์มินัล 1 ฝั่งตะวันออกตามแผนเดิม และตามคำแนะนำของสภาพัฒน์ พอเข้าใจได้ว่า เพราะอาจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการบางราย แต่การที่ดึงดันจะสร้างเทอร์มินัล 2 ในทำเลที่ผิดไปจากแผนแม่บท คาดเดาไม่ได้ว่า เป็นเพราะอะไร เป็นความต้องการของใคร เป็นการซื้อเวลาเพื่อรอการกลับมาคุมกระทรวงคมนาคมอีกครั้งของพรรคการเมืองบางพรรคหรือเปล่า

พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2561 นอกจากเปลี่ยนชื่อคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็น “สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” แล้ว ยังเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน สศช.ได้มีภารกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ โดยเป็นเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 คณะ

มาตรา 20 (10) ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ระบุหน้าที่และอำนาจสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประการหนึ่งว่า

“ติดตามและประเมินผลการดำเนินการ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบาย แผนงาน และโครงการพัฒนาที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม ทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเร่งรัดปรับปรุงหรือเลิกล้มโครงการพัฒนาอันหนึ่งอันใดเมื่อเห็นสมควร”

สภาพัฒน์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ มีหน้าที่ดูแลขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้ แต่ขนาด ทอท.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องให้สภาพัฒน์เห็นชอบแผน ยังไม่ยอมทำตามความเห็นของสภาพัฒน์ เอาข้ออ้างของเอกชนมาหักล้าง

อย่างนี้แล้ว สภาพัฒน์จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร จะเป็น Think Thank ของรัฐบาลได้อย่างไร


กำลังโหลดความคิดเห็น...