xs
xsm
sm
md
lg

บรรยากาศเลือกตั้งแบบไม่น่าเลือก...

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

ห่างเหินการเลือกตั้งเกือบ 8 ปี การเมืองบ้านเรายังไม่พ้นจากหนองน้ำเน่า รูปแบบการหาเสียงยังเหมือนเดิม จะให้ไม่เหมือนเดิมได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ เมื่อเข้าสู่บรรยากาศเดิม ไร้การปฏิรูป ความหวังว่าจะมีการพัฒนาคงเป็นความเลื่อนลอย

นอกจากสไตล์การหาเสียงอย่างดุเดือด เผ็ดมัน แบบเอาดีเข้าตัว ถูกใจคอการเมืองซาดิสต์จนซี๊ดปาก ยังมีฉากสลับด้วยการงัดประเด็นผิดเงื่อนไข คุณสมบัติเป็นพิษ พร้อมคดีอาญาสกัดเส้นทางหลายคน ดำเนินคดีในจังหวะบังเอิญแบบพอดีเกิ๊น

เป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายกุมอำนาจต้องถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบด้วยวิธีต่างๆ ฝ่ายเสียเปรียบต้องยอมกลืนเลือด มีทางเดียวคือต้องหาทางเอาชนะให้ได้เพื่อโอกาสเอาคืน คิดบัญชีแค้นย้อนหลัง จะทำหรือไม่ ต้องดูว่า กกต. กินดีหมีหัวใจเสือหรือปอดไม่ติดขั้ว

ใครจะโดนแช่แข็งเพราะผิดกฎหมายเลือกตั้งก็ยังไม่เท่ากับความหวาดเสียวที่คุณลุงมาดเข้มห้าวเป้งถูกส่องกล้องโดยคณะผู้จับผิด ดูแล้วน่าจะมีเหตุของความกังวลพอสมควร เพียงแต่ กกต. จะสงสัยตามคำร้อง แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่

เป็น กกต. ยุคนี้ใช่ว่าจะปลอดภัย นับตั้งแต่ยุค “สามหนา ห้าห่วง” มีคุกแถมเป็นพรวนแล้ว ใครทำอะไรต้องระวังทุกย่างก้าว มีความเสี่ยงจะถูกฟ้องว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือเลือกปฏิบัติ ยิ่งครั้งนี้เดิมพันสูงในศึกชิงเมือง ฝ่ายแค้นคุณลุงต้องกดดันหนักมือ

จึงเป็นความเสี่ยงเฉพาะอาชีพ เมื่อการต่อสู้ชิงอำนาจเข้มข้น กกต. ต้องรับบทผู้กล้าในฐานะองค์กรอิสระ จะทำเป็นเกรงใจผู้มีอำนาจ มีเงื่อนงำอำพรางเหมือนองค์กรอิสระแบบหลวมๆ บางแห่งจนไร้ความน่าเชื่อถือ สิ้นศรัทธาประชาชน ไม่ได้เด็ดขาด

หาเสียงได้ไม่กี่วัน มีข้อกล่าวหาสารพัด แต่เป้าหลักคือคุณลุงตู่และพรรคที่จะหาบหามท่านลุงเป็นผู้นำรัฐบาลอีก 1 สมัย หรือนานกว่า มีความเสี่ยงด้วยข้อกล่าวหาลามไปเป็นเรื่องยุบพรรคเหมือนรายอื่น แต่คุณท่านลุงยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เร่หาความนิยมต่อ

นักแสวงโชคจากมหกรรมกาเบอร์กำลังหาเสียงอยู่อย่างเมามัน ต้องชะงักกลืนน้ำลายเพราะดันมีคนขอให้เปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” แทรกบรรยากาศแบบผิดยุค เพราะไม่มีคอมมิวนิสต์เหลือแล้ว แต่ทำให้คนหวนคิดถึงการปลุกเร้ากระแสขวาจัดพิฆาตซ้าย

ใครไม่อยู่ในยุคนั้นไม่รู้ซึ้ง เพราะไม่ใช่เพลงเน้นการประณามคอมมิวนิสต์เท่านั้น เป็นการสร้างกระแสอำมหิตโหดเหี้ยม นำไปสู่การฆ่าคนกลางสนามหลวง พวกนักศึกษาหนีตาย หนีการไล่ล่าเข้าป่าเป็นคอมมิวนิสต์จับปืนสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐนานหลายปี

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้มีการปรองดอง จึงเป็นการเปิดเพลงผิดจังหวะ สะท้อนให้เห็นการระลึกถึงความแตกแยกทางความคิด อารมณ์กระหายเลือด แม้คนรุ่นนั้นย่างเข้าสู่วัย 50-60 ปีกว่า ภาพที่ปรากฏยังเด่นชัดอยู่ในมโนภาพเมื่อยังไม่มีการชำระสะสาง

เอาเถอะ ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครทำให้เพลง “หนักแผ่นดิน” ต้องกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกจนทำให้สถานการณ์ของความขัดแย้งและวิวาทะลุกลามไปมากกว่านี้ ถ้าจะให้ดีต้องเปิดเพลง “ต้นตระกูลไทย” จะเร้าใจ เข้าท่ากว่า ถ้าต้องการปลุกกระแสรักชาติ

จะสงบราบรื่น การเมืองเลือกตั้งเดินหน้าได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีผู้ใหญ่ผู้โตคนไหนฉวยจังหวะซ้ำเติมเล่นงานฝ่ายอื่นหวังตีกิน เพียงแต่ว่าไม่สามารถตบตาคนรู้ทันได้ การที่ผู้ใหญ่ผู้โตหาโอกาสทำให้ตัวเองดูดีเช่นนั้นก็เข้าใจได้ เพราะช่วงนี้ถือว่า “เล่นกันแรง”

อะไรที่เกิดขึ้นแบบเหนือความคาดหมาย และอะไรที่จะตามมาทำให้การเมืองเข้าสู่ภาวะอึดอัด จึงแฝงบรรยากาศของความอำมหิต ยิ่งมีข่าวลือถูกกระพือหนักเรื่องการรัฐประหารน้ำเน่าแบบเก่าๆ ทำให้คนขวัญอ่อนเข่าอ่อน ปัญหาปากท้องจะยิ่งเลวร้าย

ยังเหลืออีกประมาณ 1 เดือนก่อนถึงวันกาเบอร์ 24 มีนาคม ถ้าเกิดขึ้นจริง สิ่งที่น่ากังวลคือการหาเสียงด้วยอารมณ์เคืองแค้นเข้มข้น การโจมตีแบบเล่นกันด้วยแรงอาฆาต ฝ่ายพ่ายแพ้อาจเผชิญกับการถูกเล่นงานด้วยคดีอาญา ถ้ายังมีข้อกล่าวหาค้างคาอยู่

ยังคาดเดาได้ยากเช่นกันว่าฝ่ายใดจะมีโอกาสได้เสียงมากพอที่จะเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลเพราะมีแต่คำคุย คำอ้าง หนุนด้วยโพลจากสำนักต่างๆ ซึ่งชี้ว่าคุณท่านลุงนำคู่แข่งอื่นๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครรับประกันว่าท่านลุงจะไม่สะดุดขาเพราะคำร้องยื่นต่อ กกต.

และยังเดายากเช่นกันว่าประชาชนจะเลือกใคร ก่อนวันเลือกตั้งจะมีพรรคใดโดนยุบหรือไม่ หรือมีเรื่องอื่นๆ ชวนอึดอัดทำให้ใครเป็นบุคคลต้องห้ามและคะแนนพลิกผันหรือไม่ มีเสียงพูดเล่นแกมจริงว่าสงสัยต้องไปใช้สิทธิไม่เลือกใคร หรือ “โหวตโน” ดีกว่า

ชาวบ้านตัดสินใจยาก ไม่ใช่เพราะรักพี่เสียดายน้อง แต่เป็นอารมณ์ “เอาลุง ไม่เอาลุง” มี “ลุง” อยู่ในข่ายกี่คนชาวบ้านก็เห็นชัด ดังนั้น “เงิน” ไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักว่าควรเลือกใคร ใครเอาให้ชาวบ้านก็รับ ผลสุดท้ายจะกาเบอร์ให้ใคร ขึ้นอยู่กับความชอบฝังใจ

โดยรวมแล้วการเมืองเลือกตั้งยุคนี้อยู่ในบรรยากาศไม่น่าอภิรมย์ ผลแพ้ชนะจะไม่รับประกันความสงบราบรื่น เพราะมีบรรยากาศของการ “แพ้ไม่ได้” ของ 2-3 ฝ่าย เป็นความเป็นความตายของอนาคตของคนแพ้หรือชนะ มีประเด็น “อยู่ได้ อยู่ไม่ได้” อีกด้วย

ดูสภาพของความไม่เที่ยง ไม่นิ่ง ทำให้ต้องมองว่า “พรรค สว. 250 คน” ซึ่งยังไม่ปรากฏหน้าตาชัด จะยังเป็นตัวตัดสินแบบยกก๊วนให้คุณท่านลุงอีกหรือไม่ เมื่อชาวบ้านจ้องดูว่าจะสร้างความอุจาดด้วยการเทคะแนนให้ใครแม้ที่มาที่ไปต่างกันตั้งแต่แรกเกิด

จะยังมีคนรู้สึกสยดสยอง ถ้าหลังเลือกตั้งผู้นำรัฐบาลยังเป็นคุณท่านลุงหน้าเดิม แต่จะมีอำนาจน้อยกว่า ไม่มีมาตรา 44 แถมยังต้องเอาใจ สส. นักหาบหามที่จะต่อรองร้องงอแง จะคงมาดเข้มห้าวเป้งพูดจาไม่เข้าหูคนอีกหรือไม่ พวกฝ่ายค้านไม่เกรงใจแน่

ยังมีคนถาม “เลือกตั้งไปทำไม” ถ้าจะได้ผู้นำคนเดิมแต่ศักยภาพ และอำนาจน้อยกว่า ความสามารถ การตัดสินใจไม่น่าจะดีกว่า ยิ่งมีฝ่ายค้านน้ำลายพิษด้วย ความหวังหวานแหววของลุงห้าวเป้ง ถ้าได้อยู่ต่อจริง น่าจะเป็นฝันร้ายทุกวาระในห้องประชุมสภา

บ้านเมืองจะยังอยู่ในห่วงเวร บ่วงกรรมต่อเนื่องหรือไม่ รอวันเลือกตั้ง ถ้าจะยังมี!


กำลังโหลดความคิดเห็น...