xs
xsm
sm
md
lg

ผลงานวิจัยล่าสุด : การสัมผัสสารไกลโฟเซตจะเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าผลการศึกษาเดิมถึง 41%

เผยแพร่:   โดย: ประสาท มีแต้ม

ในขณะที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายของประเทศไทยซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีมติไม่ยกเลิกหรือ “ไม่แบน” การใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด (14 ก.พ.62) ตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาชนเกือบ 700 องค์กร รวมทั้งส่วนราชการ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) วารสารวิชาการระดับนานาชาติฉบับหนึ่งก็ได้ตีพิมพ์ (10 ก.พ.62) ผลงานวิจัยสรุปว่า “การสัมผัสสารไกลโฟเซตเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งสูงกว่าผลการศึกษาเดิมถึง 41%”

ซึ่งสารเคมีไกลโฟเซตก็คือ 1 ใน 3 ของสารเคมีอันตรายที่ภาคประชาชนไทยกำลังเรียกร้องความจริงได้เรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2555 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว

ผมได้นำภาพของผลงานวิจัยดังกล่าวมาแสดงด้วยครับ พร้อมด้วยซื่อทางการค้าของสารเคมีดังกล่าวซึ่งคนไทยรู้จักกันดี (ตัวสีแดงทางขวามือล่างของภาพ ซึ่งเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช)

งานวิจัยดังกล่าวเป็นงานวิจัยเชิงสถิติ (meta-analysis) ซึ่งใช้ข้อมูลจำนวนมากตั้งแต่ปี 2001 ถึงปีล่าสุด 2018 พร้อมๆ กับการใช้หลักฐานจากการทดลองกับสัตว์ ผมเองยอมรับว่ายังอ่านผลงานวิจัยชิ้นนี้ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ทั้งๆ ที่เป็นนักคณิตศาสตร์ โอกาสดีๆ ผมจะถามผู้รู้แล้วจะนำเล่าให้ฟังครับ ตอนนี้ขอเล่าเฉพาะผลการวิจัยก็แล้วกัน

ขอย้ำนะครับว่า ผลลงานวิจัยนี้พบว่าความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง (ต่อมน้ำเหลืองชนิด non-Hodgkin lymphoma) สูงกว่าผลการศึกษาครั้งก่อนถึง 41%

วารสารดังกล่าวชื่อว่า Mutation Research/Reviews in Mutation Research (journal) ก่อตั้งปี 1964 ซึ่งดูจากชื่อก็เป็นวารสารว่าด้วยการวิจัยที่เกี่ยวกับการกลายพันธุ์ ผู้วิจัยทั้ง 5 คนมาจาก University of California Berkeley, Berkeley, USA, University of Washington, Seattle, USAและ Icahn School of Medicine at Mount Sinai, New York, USA

จากการเปิดเผยของผู้วิจัยรายหนึ่ง (Rachel Shaffer) พบว่าตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาจำนวน 54,000 คน ซึ่งเป็นผู้ทำงานโดยได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้พ่นสารเคมีฆ่าแมลง (who work as licensed pesticide applicators, https://www.washington.edu/news/2019/02/13/uw-study-exposure-to-chemical-in-roundup-increases-risk-for-cancer/) ซึ่งตามความเข้าใจของผมก็คือกลุ่มบุคคลที่รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ (คุณกฤษฎา บุญราช) อ้างจะจัดการอบรมให้มีการฉีดพ่นยาอย่างถูกต้องนั่นเอง นั่นคือ งานวิจัยใหม่นี้พบว่าแม้จะมีการป้องกันอย่างดีแค่ไหน ก็ยังได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ผู้วิจัยอีกท่านหนึ่ง (Lianne Sheppard ) ซึ่งเป็นศาสตราจารย์กล่าวว่า “As a result of this research, I am even more convinced that it is.” (เท่าที่ผลการวิจัยนี้ออกมา ผมประจักษ์ชัดมากขึ้นว่าสารไกลโฟเซตคือสารก่อมะเร็ง (glyphosate is carcinogenic)

ไหนๆ ก็กล่าวถึงสารเคมีอันตราย 3 ตัว ผมขอสรุปมาเป็นภาพประกอบให้อ่านกันเพลินๆ ครับ

ย้อนหลังไปประมาณ 1 เดือน (15 มกราคม 2562) ศาลยุติธรรมแห่งเมือง Lyon (ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส) ได้ออกคำสั่งว่า “การจำหน่าย การกระจายและการใช้ Roundup Pro 360 เป็นสิ่งต้องห้ามตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป” (https://www.france24.com/en/20190116-weedkiller-roundup-banned-france-after-court-ruling)

ในเอกสารชิ้นเดียวกันนี้ได้นำเสนอข่าวว่า “ในรัฐแคลิฟอร์เนียศาลได้มีคำสั่งให้บริษัท Bayer (บริษัทเยอรมนีผู้เป็นเจ้าของบริษัท Monsanto-ผู้จำหน่ายสารไกลโฟเซต) จ่ายเงินจำนวน $78 ล้านให้กับผู้ดูแลสวนรายหนึ่งที่เป็นมะเร็ง ซึ่งเขาอ้างว่าเขาไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ”

ผู้เป็นโจทก์ชื่อ Dewayne Johnson อายุ 42 ปี เขามีหน้าที่ผสมและพ่นสาร Roundup จำนวนหลายร้อยแกลลอนผมมีภาพมาให้ดูด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายครับ

มีการตรวจพบสารไกลโฟเซตและสารเมีอันตรายอื่นๆ ในผ้าอ้อมเด็ก ในฝรั่งเศส (แต่ข่าวไม่ได้บอกว่าผ้าอ้อมดังกล่าวเป็นยี่ห้ออะไรและผลิตจากประเทศใด) ข่าวระบุว่าเด็กคนหนึ่งกว่าจะถึงอายุ 3 ขวบจะใช้ผ้าอ้อมรวมจำนวน 4 พันผืน หากมีสารไกลโฟเซตเมื่อถูกปัสสาวะก็จะทำให้ผิวหนังเด็กได้รับสารไกลโฟเซตซึ่งเป็นอันตรายกับทารกได้

ผมไม่แน่ใจว่าสารไกลโฟเซตเข้ามาอยู่ในผ้าอ้อมเด็กได้อย่างไร แต่ขอเดาเอาว่าน่าจะติดมากับฝ้ายซึ่งต้องพ่นสารฆ่าวัชพืช

ในขณะที่ภาคประชาสังคมเกือบ 700 องค์กรรวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียกร้องให้ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนไทยเราทั้ง 3 ชนิดมานานร่วม 7 ปี (พร้อมข้อมูลวิชาการเพียบ) แล้ว แต่รัฐบาลไทยก็ไม่รับฟัง คำถามที่ผมอยากจะถามเล่นๆ ว่า หากในอนาคตมีการตรวจพบโดยประเทศนำเข้าว่า พบสารเคมีอันตรายในน้ำตาลทรายและมันสำปะหลังซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก แล้วรัฐบาลจะรับฟังไหม?

ถึงรัฐบาลไทยจะรับฟัง แต่ผมก็เชื่อว่าคนไทยก็คงจะไม่รู้สึกดีใจอะไรอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ใช่ตัวแทนของคนไทยอีกแล้ว แต่เป็นตัวแทนของบริษัทข้ามชาติต่างหาก

รัฐบาลนี้ไม่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์อยู่เลยครับ