xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

"หมอเอ้ก" # ก็ห่วงฟ้านะจ๊ะ! เปิดโปรไฟล์ หมอหนุ่มหน้าตาดี ดีกรีจุฬาฯคทากร ลงสนามส.ส. บางซื่อ-ดุสิต ลุ้นตัวโก่ง โค่นแชมป์เก่า‘ชัช เตาปูน’ ได้หรือไม่ ?

ศึกเลือกตั้ง ส.ส. เที่ยวนี้ไม่ใช่เพียงแค่ "พรรคการเมือง" และ ‘นักการเมืองหน้าเก่า’ที่ขยันกุลีกุจอขอคะแนนจากชาวบ้านร้านตลาด ฟื้นคะแนนนิยม หลังถูกเว้นวรรคมานานเกือบ 5 ปี เท่านั้น แต่ยังเป็นสนามของ ‘นักการเมืองหน้าใหม่’ที่ขออาสาเป็นผู้แทนฯ เรียกคะแนนทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ แม้กระทั่งสาวเทียม ให้ได้กรี๊ดกร๊าดกันไปทั่ว หนึ่งในนั้นก็คือ “หมอเอ้ก-คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์”สมาชิกกลุ่ม ‘นิว เดม’(NEW DEM)คนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครพื้นที่ กทม. เขต 7 บางซื่อ-ดุสิต (แขวงถนนนครไชยศรี) ... แน่นอนว่ากระแส #ฟ้ารักพ่อ กำลังฟีเวอร์ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ แต่พรรคเก่าแก่ระดับนี้ ก็ไม่พลาดที่จะยิงวลี #ถึงฟ้าจะรักพ่อ # แต่หมอก็ห่วงใยฟ้านะ ... ทำเอาฟังแล้วถึงกับใจละลาย ไม่นับรวมการหาเสียงแบบรับผิดชอบสังคม ประกาศว่า“ถ้าป้ายผมขวางทาง แอดไลน์มาแจ้งได้เลยนะครับ”จนสาวๆ แทบอยากจะขอป้ายหาเสียงกลับบ้าน แถมเจ้าตัวเตรียม ‘แจกกอดฟรี’ในวันวาเลนไทน์ อีกต่างหาก อาจเรียกได้ว่าหาเสียงเที่ยวนี้ แม้จะดูขี้อายไปบ้าง แต่กลยุทธ์ ‘หล่อทะลุเสื้อกาวน์’มีเท่าไหร่ ใส่ไปไม่ยั้ง...
ถามถึง‘หมอเอ้ก’ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีดีแค่‘หล่อ’อย่างเดียวหรือไม่ ? ค้นโปรไฟล์แล้ว ประวัติไม่ธรรมดา จัดได้ว่าเก่งแบบอัจฉริยะ สอบติดเข้าโรงเรียนเตรียมแพทย์อย่าง ‘มหิดลวิทยานุสรณ์’ไม่พอ เรียน ม.4 อยู่ดีๆ ยังได้รับเลือกเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-อเมริกัน ศึกษาต่อ ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หลังจบมัธยมปลายฯ ศึกษาต่อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ระหว่างศึกษาได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศมาหลายรางวัล แถมฟุตบอล ประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 64 ปี 2551 ยังทำหน้าที่เป็น ‘จุฬาคฑากร’ต่อด้วยเป็นนักเรียนทุน ‘รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ’ไปศึกษาวิจัยต่อที่โรงเรียนหมอ ‘ฮาร์วาร์ด เมดิคัล สคูล’สหรัฐอเมริกา ก่อนจบแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ เป็นแพทย์ใช้ทุนประจำ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ก่อนกลับมาศึกษาต่อด้านจักษุวิทยา ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นอกจากนี้ยังร่วมกับ ผศ.การดี เลียวไพโรจน์ และเพื่อนๆ ก่อตั้งบริษัท ‘รักดี คราวฟันดิ้ง’เพื่อระดมทุนต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยอีกด้วย
ที่ผ่านมา ‘หมอเอ้ก’ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาตั้งแต่เป็นนิสิตปี 1 ทั้งถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ เล่นมิวสิควิดีโอ แม้จะเงินดี แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกไม่ชอบ เพราะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กลับชอบพูดคุยเรื่องวิชาการ การเมือง เรื่องสุขภาพ หรือไอเดียใหม่ๆ บังเอิญจับพลัดจับผลู กับ ‘ไอติม’พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชาย ‘นายหัวมาร์ค’อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาตั้งแต่เรียนแพทย์จุฬาฯ ด้วยกัน วันหนึ่งไอติม อยากตั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา ก็เกิดสนใจอยากผลักดันนโยบาย
สาธารณสุขที่มีอยู่ในหัว เช่น ระบบบริจาคอวัยวะ ระบบฐานข้อมูลสุขภาพ รวมทั้งเปิดการค้า และส่งเสริมวิจัยสายพันธุ์กัญชา ให้ได้มาตรฐานโลก เลยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม"นิว เดม" และลงเลือกตั้ง ส.ส. ในที่สุด
แม้จะได้ความหล่อตามประสา ‘พรรคสารพัดหล่อ’แต่ศึกเลือกตั้งเที่ยวนี้ ‘หมอเอ้ก’ต้องเจอกับ ‘ผู้สมัครสายแข็ง’เจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง ‘ชื่นชอบ คงอุดม’ลูกชาย ‘ชัช เตาปูน’ที่ย้ายจาก ปชป. มาร่วมตั้งไข่ "พรรคพลังท้องถิ่นไท" คราวนี้ส่งศรีภรรยาอย่าง ‘พิมพ์อร คงอุดม’วิศวกรหญิง หากย้อนกลับไปเลือกตั้งคราวที่แล้ว ปี 2554 ชื่นชอบสมัยที่สวมเสื้อ ปชป. ก็ชนะ ‘เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ’จากพรรคเพื่อไทย แบบหืดขึ้นคอ มาคราวนี้ยุค ‘หญิงหน่อย’เป็นใหญ่ ก็ส่งรอง โฆษกพรรค ระดับอดีตนายตำรวจอย่าง ‘ผู้กองมาร์ค’ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ซึ่งเคยลงเลือกตั้งปี 2557 แม้การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ แต่ก็ได้มาเกือบ 5 หมื่นคะแนน จนศิษย์ธรรมกายตัวแม่อย่าง ‘ลีลาวดี วัชโรบล’ต้องหลีกทางไปเขตอื่น จึงคาดว่าสนามเลือกตั้ง บางซื่อ-ดุสิต เที่ยวนี้น่าจะดุเดือดไม่ธรรมดา แต่อย่างน้อยการมีผู้สมัครหน้าหล่อเพิ่มเติมในสีสันการเมือง ก็พอกล้อมแกล้มกับกระแส #ฟ้ารักพ่อ ที่ถูกปั่นกันจนเลยเถิด ทั้งๆ ที่ ‘ตัวพ่อ’ซึ่งร้อนวิชาทางการเมือง กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องเป็นนายทุน ‘ฟ้าเดียวกัน’สื่อโจมตีสถาบันฯ จนผู้คนเริ่มเอียนกันไปบ้าง

**เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน แกนนำพันธมิตรน้อมรับคำพิพากษา คุก 8 เดือน คดีบุกทำเนียบฯ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ สมควรภาคภูมิใจที่ได้สู้เพื่อให้บ้านเมืองปฏิรูป คนในทำเนียบฯ ที่อยู่แล้วไม่ได้ทำอะไร อายบ้างมั้ย ?

กรณี ศาลฎีกาพิพากษา คดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 โดยสั่งจำคุก อดีต 5 แกนนำ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายพิภพ ธงไชย , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และ นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงาน พธม. คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ... หลังทราบผลการตัดสินคดี นอกจากเคารพ และยอมรับต่อคำพิพากษาศาล อดีตแกนนำพธม. อย่าง พล.ต.จำลอง และสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวกับญาติและสื่อที่ร่วมติดตามในห้องพิจารณาคดีไว้อย่างน่าสนใจ ...
พล.ต.จำลอง ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า“ขอบคุณพี่น้องที่มาให้กำลังใจ พวกเราเตรียมตัวไว้แล้ว เราต่อสู้เพื่อชาติ ไม่มีอะไรต้องเสียใจและขอให้ช่วยกันต่อสู้ต่อไป ”... ขณะที่ สนธิ ลิ้มทองกุล บอกว่า “สังคมไทยเป็นสังคมที่ลืมง่าย พวกเขาลืมไปแล้วว่า เมื่อปี 2549-2551 บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร หากพวกเราไม่ร่วมมือกันและออกมาชุมนุม ตอนนี้พวกเราก็ต้องยอม หวานอมขมกลืน”... คำกล่าวของ พล.ต.จำลอง และ สนธิ แสดงถึงอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของพันธมิตรที่ยึดมั่นมาตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนวันนี้ ... นั่นคือการต่อสู่เพื่อชาติ และ บ้านเมือง
ย้อนกลับไปในอดีตสิบกว่าปีก่อน ปรากฏการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับว่าเป็นการสู้เพื่อให้ประเทศมีการปฏิรูป ไปในทางที่ดีขึ้น ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมชุมนุม และยอมเสียสละกระทั่งชีวิต ตอนที่ถูกสลายหรือฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธสงครามเข้าทำลาย ... ช่วงแห่งการต่อสู้พัวพันหลายปีนั้น พันธมิตรฯ แทบไม่ต้องพิสูจน์ในการกระทำเหล่านี้ หมู่มวลพันธมิตร ไม่ได้สู้แค่ระบอบทักษิณ ที่ครอบงำสังคมขณะนั้น ยังเสียสละเอาชีวิตเข้าแลก โดยอยากเห็นการปฎิรูป ... การเดินเข้าคุกอย่างยินยอมพร้อมใจ น้อมรับคำตัดสินของศาล เมื่อวานนี้ (13ก.พ.) ก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า การเสียสละต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องที่พันธมิตรควรภาคภูมิใจ ..ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เป็นเรื่องที่พันธมิตรทุกคน "เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน" ผู้มีอำนาจรัฐ หรือ คนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล ที่ได้ประโยชน์จากการชุมนุมของประชาชนต่างหาก ที่สมควรตั้งคำถามว่า เพื่อประชาชนได้ปฏิรูปบ้านเมืองไปอย่างไร อะไรบ้างหรือไม่ ... อายมั้ย ? ที่อยู่ในอำนาจแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย

** ยังไม่สำนึก!! แม้จะถูก กกต.ยื่นยุบพรรค แต่ ร.ท.ปรีชาพล ยังประกาศเดินหน้าต่อ แถมทำไขสือไม่รู้ ทษช. ทำผิดเรื่องอะไร "เจ๊เบียบ" ก็ออกมาปกป้อง "ลูกป๋อม" ว่าลูกชายไม่รู้มาก่อนว่าจะเสนอพระนามฯเป็นนายกฯ...เขาสั่งมาให้เสนอพระนาม...ถ้าอย่างนี้เห็นท่าจะมีความผิดเพิ่มอีกระทง

ในที่สุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย มีคำสั่งให้ยุบ "พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)" ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 จากกรณีที่พรรคยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรค "อย่างมิบังควร" โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพราะ กกต.ได้พิจารณาจาก "เหตุการณ์ปรากฏ" การดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...
เรื่องนี้เกิดเหตุมาตั้งแต่เช้า วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทย ทษช. ที่เข้ายื่นบัญชีว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรค จนกระทั่งช่วงค่ำ ที่มี "พระราชโองการ" ระบุถึง "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมืองเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเภณี ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"...
แทนที่ ร.ท.ปรีชาพล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคทษช. จะสำนึกในความผิดพลาด ที่ตนเองได้กระทำไป ... แล้วออกมาขอพระราชทานอภัยโทษ ขอโทษประชาชน แล้วยุติบทบาททางการเมืองของพรรค กลับเงียบหายไปหลายวันก่อนจะออกมา ประกาศเดินหน้าจะหาเสียงเลือกตั้งต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...ขณะที่บรรดาแกนนำพรรคคนอื่นๆ อย่าง"จาตุรนต์ ฉายแสง- พิชัย นริพทะพันธุ์" ก็รีบออกตัว ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 8 ก.พ. เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย แถมยังพูดถึงเรื่อง "เห็บหมา" ว่าจะอยู่จนหมาตายโดยไม่กระโดดหนีไปเกาะหมาตัวอื่น ... ขณะที่ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาบอกว่าเป็นเรื่องของคนละพรรค ไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งที่ ใครๆ ก็รู้ว่า พรรคทษช. นั้นคือหน่อเนื้อที่แยกออกไปจากพรรคเพื่อไทย มีเจ้านายคนเดียวกัน ...
เมื่อ กกต.มีมติยุบพรรค ในเช้าวันที่ 13 ก.พ. ทางหัวหน้าพรรคยังส่งทีมกฎหมายไปยื่นร้องคัดค้านที่ กกต.ว่าพิจารณาข้ามขั้นตอน ทั้งที่ต้องแจ้งให้คู่กรณี ทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ต่อพนักงานสอบสวน และกรรมการเสียก่อน แต่กกต.กลับอ้าง "เหตุการณ์ปรากฏ" แล้วรวบรัดตัดสินความเลย ... และ เมื่อ กกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ยังส่งทีมกฎหมายตามไป ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญส่งสำเนาคำร้องขอยุบพรรค ให้กับทางพรรคด้วย โดยอ้างว่า ไม่รู้ว่าโดนร้องเรื่องอะไร หรือมีความผิดในข้อหาใด เพื่อจะได้มีโอกาสโต้แย้ง ชี้เเจงข้อกล่าวหา ทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย รวมทั้งเเสดงพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา และวินิจฉัย ของศาลรธน.
การที่ ร.ท.ปรีชาพล ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังคงย้ำคำเดิมว่า พรรคยังคงเดินหน้า ให้ทีมหาเสียงลงพื้นที่ต่อไปจนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุด แถมยังตะแบงว่า ไม่รู้ว่า "ทำผิดเรื่องอะไร .. อะไรคือ เหตุปรากฏ" ... ก็ขอให้กลับไปอ่าน "พระราชโองการ" ในค่ำวันที่ 8 ก.พ. อีกครั้ง จะได้รู้ว่า ทำไม กกต. ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วน
ขณะที่ผู้ดำเนินรายการทีวีช่อง อมรินทร์ อ้างคำพูดยอดคุณแม่ อย่าง "เจ๊เบียบ" ที่ออกมาปกป้องลูกชาย จนกลายเป็นประเด็นฮอต ว่อนโซเชียลอยู่ตอนนี้ คือ "โทรคุยกับลูกชายแล้ว ลูกชายบอกว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะเสนอพระนามฯ เป็นตัวแทนพรรค เป็นนายกฯ เขาสั่งมาให้เสนอพระนามฯ " ... คำถามเกิดตามมาทันทีว่า "เขา"คนนั้นคือใคร ...ใช่ "ทักษิณ ชินวัตร" หรือไม่ ... เพราะไม่ว่าเขาคือใครก็ตาม ถ้าเป็นคนนอกพรรค ก็ถือว่า "เข้ามาชี้นำ บงการพรรค" ก็เป็นความผิดอีกกระทง
-----
รูป
-- "หมอเอ้ก" คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์
- พล.ต.จำลอง ศรีเมือง - สนธิ ลิ้มทองกุล
- ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช
กำลังโหลดความคิดเห็น...