ผู้จัดการรายวัน360-“พาณิชย์”ยันส่งอัยการฟ้องทุจริตจำนำข้าวแล้วทุกคดี ทั้งแพ่ง-อาญา ชี้ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนข้าวส่วนเหลื่อมทางบัญชี 9.4 แสนตัน ย้ำอคส.-อ.ต.ก.ต้องเคลียร์ให้ชัด ถ้าเคลียร์ไม่ได้ต้องรับผิดชอบ เผยส่วนหนึ่งเอาไปทำข้าวถุงราคาถูกตั้งแต่รัฐบาลก่อน แต่ผู้ผลิตเอามาคืนไม่ครบ เตรียมเล่นงานต่อ
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้สั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวก่อนหมดอายุความว่า ปุจจุบันมีหลายคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และหลายคดีที่ได้ส่งฟ้องไปแล้ว ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา เพราะมีทั้งคดีทำข้าวหาย ทำข้าวเสื่อมคุณภาพ ซึ่งในการประชุมนบข.เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) หน่วยงานที่เก็บรักษาข้าวรัฐ ได้รายงานว่า ได้สรุปคดีทางแพ่ง และส่งให้อัยการไปแล้วทั้งหมดตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค.2561 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของอัยการส่งฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ซึ่งทุกคดียังไม่หมดอายุความ
ส่วนข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ที่มีส่วนเหลื่อมทางบัญชีอีกประมาณ 940,000 ตัน จากข้าวในบัญชีทั้งหมด 18.7 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวนอกบัญชี และไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพนั้น นบข.ได้สั่งการให้ตรวจสอบโดยเร็วว่ามีอยู่จริงหรือไม่ และเก็บอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อจะได้นำออกมาประมูลเช่นกัน ซึ่งล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอคส. และอ.ต.ก.อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) ตรวจสอบแล้วตั้งแต่กลางปี 2561 น่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันรับข้าวสารในสต๊อกมาจากรัฐบาลก่อนทั้งหมด 18.7 ล้านตัน แต่นำมาประมูลขายได้จริงเพียง 17.6 ล้านตัน มีส่วนเหลื่อมทางบัญชีประมาณ 940,000 ที่ยังหาข้าวไม่พบ โดยข้าว 17.6 ล้านตัน กรมการค้าต่างประเทศ ได้ระบายออกจนหมดแล้วตั้งแต่ปี 2561 เหลืออีกไม่มากที่ยังติดคดี และมีบางส่วนอีก 200,000 ตันเศษๆ ที่ผู้ชนะประมูลไม่มารับมอบ จึงจะนำออกมาระบายเร็วๆ นี้ แต่ต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบตลาด
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า กรณีมีผู้โจมตีรัฐบาลเอาข้าวดีไปขายเป็นข้าวเสื่อมในราคาถูก เพื่อเอื้อประโยชน์บุคคลบางกลุ่มนั้น ยืนยันว่า การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครอย่างแน่นอน แต่ที่จำเป็นต้องนำข้าวดีบางส่วนมาขายเป็นข้าวเสื่อม เพราะในคลังเก็บข้าว มีข้าวดี และข้าวเสื่อมปะปนกันมาก หากตรวจดูแล้วพบว่า มีสัดส่วนของข้าวเสื่อมมากกว่าข้าวดี ก็จะขายข้าวในคลังนั้นเป็นข้าวเสื่อม เพราะหากจะแยกข้าวดีออกมา จะไม่คุ้มค่า เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้สั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวก่อนหมดอายุความว่า ปุจจุบันมีหลายคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และหลายคดีที่ได้ส่งฟ้องไปแล้ว ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา เพราะมีทั้งคดีทำข้าวหาย ทำข้าวเสื่อมคุณภาพ ซึ่งในการประชุมนบข.เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) หน่วยงานที่เก็บรักษาข้าวรัฐ ได้รายงานว่า ได้สรุปคดีทางแพ่ง และส่งให้อัยการไปแล้วทั้งหมดตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค.2561 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของอัยการส่งฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ซึ่งทุกคดียังไม่หมดอายุความ
ส่วนข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ที่มีส่วนเหลื่อมทางบัญชีอีกประมาณ 940,000 ตัน จากข้าวในบัญชีทั้งหมด 18.7 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวนอกบัญชี และไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพนั้น นบข.ได้สั่งการให้ตรวจสอบโดยเร็วว่ามีอยู่จริงหรือไม่ และเก็บอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อจะได้นำออกมาประมูลเช่นกัน ซึ่งล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอคส. และอ.ต.ก.อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) ตรวจสอบแล้วตั้งแต่กลางปี 2561 น่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันรับข้าวสารในสต๊อกมาจากรัฐบาลก่อนทั้งหมด 18.7 ล้านตัน แต่นำมาประมูลขายได้จริงเพียง 17.6 ล้านตัน มีส่วนเหลื่อมทางบัญชีประมาณ 940,000 ที่ยังหาข้าวไม่พบ โดยข้าว 17.6 ล้านตัน กรมการค้าต่างประเทศ ได้ระบายออกจนหมดแล้วตั้งแต่ปี 2561 เหลืออีกไม่มากที่ยังติดคดี และมีบางส่วนอีก 200,000 ตันเศษๆ ที่ผู้ชนะประมูลไม่มารับมอบ จึงจะนำออกมาระบายเร็วๆ นี้ แต่ต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบตลาด
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า กรณีมีผู้โจมตีรัฐบาลเอาข้าวดีไปขายเป็นข้าวเสื่อมในราคาถูก เพื่อเอื้อประโยชน์บุคคลบางกลุ่มนั้น ยืนยันว่า การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครอย่างแน่นอน แต่ที่จำเป็นต้องนำข้าวดีบางส่วนมาขายเป็นข้าวเสื่อม เพราะในคลังเก็บข้าว มีข้าวดี และข้าวเสื่อมปะปนกันมาก หากตรวจดูแล้วพบว่า มีสัดส่วนของข้าวเสื่อมมากกว่าข้าวดี ก็จะขายข้าวในคลังนั้นเป็นข้าวเสื่อม เพราะหากจะแยกข้าวดีออกมา จะไม่คุ้มค่า เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก


