xs
xsm
sm
md
lg

แม้วปลุกเดินหน้า ทษช.ประกาศลุยเลือกตั้ง กกต.ถกปมร้อนวันนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"ทักษิณ" โพสต์ให้เชิดหน้า ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป จะเป็นกำลังใจให้ ด้าน "ทษช." ประกาศลุยเลือกตั้งต่อ พร้อมโพสต์รูป "ปรีชาพล" หัวหน้าพรรค โผล่ไหว้พระที่อยุธยา หลังจากเงียบหายไปสองวัน "เรืองไกร" เตรียมร้องกกต. ไม่ประกาศชื่อ"บิ๊กตู่" เป็นว่าที่นายกฯ พปชร. อ้างขาดคุณสมบัติ "ศรีสุวรรณ" ยื่นกกต. เสนอศาลรธน.พิจารณายุบพรรค ทษช. ด้าน กกต. ถกปมร้อน "ทษช." วันนี้ เล็งประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ-แคนดิเดตนายกฯ เร็ว ไม่ลากถึง 15 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีพระราชโองการ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ออกมา กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) 14 คน ถูกจับตาว่าจะมีความเคลื่อนไหวใดๆ หรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ การกระทำหมิ่นเหม่ ผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งระเบียบกกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งส.ส. ที่ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทั้ง 14 คน

มีรายงานว่า วันนี้ (11 ก.พ.) นายรุ่งเรือง พิทยศิริ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงความบริสุทธิใจ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรค ในการเสนอชื่อนายกฯ ในนามพรรค ที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคใน วันที่ 4 ก.พ. โดยจะนำเอกสารการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค ที่ลงนามเสนอต่อ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค ในวันที่ 4 ก.พ. เพื่อยื่นต่อ กกต. ทั้งนี้ แม้จะมีการเสนอชื่อให้ นายรุ่งเรือง อยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรค แต่นายรุ่งเรือง ก็ได้ขอถอนตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงความเคลื่อนไหวของกรรมการบริหาร และแกนนำพรรคทษช. ว่า ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ทั้งหมดเก็บตัวเงียบในที่ตั้ง สื่อมวลชนไม่สามารถติดต่อเพื่อสอบถามท่าทีพรรคได้เลย

รายงานข่าวจาก พรรคทษช. แจ้งว่า แนวทางภายในพรรค ทษช. ต่อปัญหานี้ ในเบื้องต้นจะมีการทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นจะพิจารณายุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือ ยุบพรรคไปเลย อย่างไรก็ดี ก็มีบางส่วนเห็นแย้งเกี่ยวกับการยุติบทบาท หรือยุบพรรค ว่า กระบวนการยุบพรรคของ กกต.นั้น คงต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร ส่วนการยุติบทบาทของพรรคนั้น ก็อาจกระทบต่อยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่พรรคได้ส่งผู้สมัคร 175 เขต หวังจะได้คะแนน เพื่อที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้มากที่สุด ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย ที่ส่งผู้สมัคร 250 เขต จะเน้นในส่วนของส.ส.เขต ซึ่งหากพรรคทษช. ยุติบทบาท ก็เท่ากับทำให้จะมีถึงราว 100 เขตทั่วประเทศ ที่ไม่มีผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคลงสมัคร เป้าหมายที่ต้องการได้จำนวนที่นั่งส.ส.รวมกัน ให้เกิน 250 เสียง หรือกึ่งหนึ่ง ก็จะทำได้ยาก

ดังนั้น จึงได้ข้อยุติเบื้องต้นว่า อาจจะมีการประกาศลาออก และยุติบทบาทเฉพาะกรรมการบริหารพรรค ที่เกี่ยวข้อง แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัครส.ส.

อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) เพจเฟซบุ๊ก พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความว่า "พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติ ยังคงมีจุดยืนดังเดิม และจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน"

แหล่งข่าวจากพรรคทษช. ระบุ ถึงการออกมาเคลื่อนไหวของพรรคผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนแรกก็คุยกันว่าจะยอมยุบพรรค แต่พอมีสัญญาณให้สู้ต่อ ทุกคนก็พร้อมใจกันสู้ต่อ แต่ก็มีแกนนำบางส่วน ที่ขอยุติบทบาทกับพรรคไปบ้างแล้ว

"ทักษิณ"โพสต์ให้เดินหน้าต่อไป

ด้านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตข้อความที่ทวิตเตอร์ส่วนตัว เมื่อกลางดึกของ วันที่ 9 ก.พ. ความว่า “Chin up and keep moving forward! We learn from past experiences but live for today and the future. Cheer up! Life must go on!” หรือแปลเป็นไทยว่า " จงเชิดหน้าและก้าวต่อไป เราเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต แต่มีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้และอนาคต เป็นกำลังใจให้ ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป!”"

วันเดียวกันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ได้ตอบข้อความในอิสตราแกรมของคนที่เข้ามาให้กำลังใจ โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ แคปไม่หมด แต่อ่านหมด ที่ปิดชื่อเพราะไม่อยากให้ใครโดนผลกระทบอะไรจากคนรอบข้างนะค่ะ เข้าใจดีว่าการเมืองมีทั้งคนรักและคนเกลียด อยากจะขอบคุณสำหรับทุกข้อความที่ส่งมาเลยค่ะ”

ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ได้ตอบข้อความที่ให้กำลังใจครอบครัวตัวเองว่า “ขอบคุณนะคะ ชีวิตต้องไปต่อเนาะ”

ขณะที่ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" หลังนายทักษิณ โพสต์ข้อความดังกล่าว ลงบนทวีตเตอร์ ว่า " ไม่ต้องเทศนาหรอกว่า ชีวิตต้องเดินต่อไป 5 ปีที่ผ่านมา ประชาชนที่ "ไม่เอา คสช." "ไม่เอารัฐประหาร" เดินล้มลุกคลุกคลานมาเองตลอด"

ทั้งนี้ จุดยืนทางการเมืองของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนเจ้าของนามปากกา "สิงห์สนามหลวง"ได้ประกาศจุดยืนต่อต้านเผด็จการรัฐประหารของคสช.อย่างชัดเจน เขาเคยเดินถนน ไปเยี่ยมนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ถูกจับ มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัว"ไผ่ ดาวดิน" นักโทษคดี ม.112 มาแล้ว

โพสต์รูป"ปรีชาพล"โผล่ไหว้พระ

เมื่อเวลา 15.45 น. วานนี้ (10 ก.พ.) น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคทษช. ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขณะกำลังทำบุญไหว้พระร่วมกับร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคทษช. และนายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพร้อมระบุข้อความว่า "วันนี้เดินทางมาทำบุญไหว้พระ ที่วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา กับหัวหน้าพรรคค่ะ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะคะ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการปรากฎตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของนายปรีชาพล และน.ส.ชนิกา ตั้งแต่เข้ายื่นเสนอบัญชีผู้เหมาะสมเป็นนายกฯ ของพรรค ต่อกกต. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีผู้แชร์ และแสดงความคิดเห็นถึงโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ภาพที่น.ส.ชยิกา โพสต์นั้น อาจจะเป็นภาพเก่า เนื่องจากตั้งแต่ ร.ท.ปรีชาพล รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคทษช. ก็มักสวมเสื้อยืดที่มีตราสัญลักษณ์ทษช. หรือไทยรักษาชาติ มาตลอด แต่ครั้งนี้กลับสวมเสื้อโปโลสีขาว อีกทั้งเป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้งส.ส. ที่พรรคฯ ก็ส่งผู้สมัครจำนวนมาก แต่กลับไม่มีกิจกรรมหาเสียงใดๆ เหมือนที่ผ่านๆ มา

ร้อง"บิ๊กตู่"ขาดคุณสมบัติว่าที่นายกฯ

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค ทษช.กล่าวว่า วันนี้ (11ก.พ.) เวลา13.00 น. จะไปยื่นเรื่องให้กกต. พิจารณาไม่ประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ที่จะเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ

ทั้งนี้เนื่องจากการเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ของพรรคพปชร. ต้องยื่นเอกสารตามที่ กกต.กำหนด 2 แบบ คือ แบบส.ส. 4/29 ที่หัวหน้าพรรค ต้องลงนามรับรองว่า การคัดเลือกได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดไว้ในพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และข้อบังคับของพรรคการเมือง และแบบ ส.ส. 4/30 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงนามรับรองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ที่จะเป็นนายกฯ ตามบทบัญญัติของรธน. ซึ่งจากที่ตนตรวจสอบข้อบังคับพรรค พปชร. ข้อ 91 (1) พบว่า การเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ นั้นจะต้องให้พล.อ.ประยุทธ์ มีหนังสือยินยอมก่อน และข้อ 91 วรรคสอง ระบุไว้ว่า การเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น จึงเห็นได้ว่าพรรค พปชร. พิจารณาคัดเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ไปก่อนที่จะมีหนังสือยินยอมจากพล.อ.ประยุทธ์

"ที่ประชุมพรรค พปชร. เห็นชอบเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 30 ม.ค.62 ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยินยอม และตอบรับการเสนอชื่อวันที่ 8 ก.พ.62 จึง เป็นการที่พล.อ.ประยุทธ์ มีหนังสือยินยอม หลังที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ มีมติเห็นชอบให้เสนอชื่อ กรณีจึงไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรค พปชร. ข้อ 91 วรรค สอง นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอาจเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกฯ ตามบทบัญญัติของรธน. มาตรา 160 (6) ประกอบ มาตรา 98 (3) (12) และ (15) อีกด้วย เนื่องจาก มาตรา 98 (3) ห้ามเป็นเจ้าของสื่อมวลชนใดๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกร้องว่าเป็นเจ้าของสื่อออนไลน์หลายชนิด และพล.อ.ประยุทธ์ ยังมีฐานะเป็น หัวหน้า คสช. ที่มีอำนาจตาม มาตรา 44 และได้รับเงินตอบแทนอีก เดือนละ 125,590 บาท จึงอาจเข้าลักษณะเป็นข้าราชการ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามความใน มาตรา 98 (12) และ (15) จึงจำเป็นต้องไปร้องต่อกกต. เพื่อให้พิจารณาไม่ประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ตามแบบ ส.ส. 4/31 เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ จากพรรคพปชร. โดยไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม ที่จะเป็นนายกฯ ตามบทบัญญัติของ รธน. มาตรา 160 (6) ประกอบ มาต
รา 98 (3) (12) และ (15) ซึ่งโดยบทบัญญัติของรธน. มาตรา 89 วรรคสอง ให้ถือว่า ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น

ยื่นกกต.ส่งศาลรธน. ยุบ"ทษช."

นายศรีสุวรรณ จรรยา โพสเฟซบุ๊ก ว่า เวลา 10.00 น.วันนี้ (11ก.พ.) สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะไปยื่นคำร้องให้กกต. เสนอศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) จากกรณีที่มีการเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรค ทษช. เมื่อเช้าวันที่ 8 ก.พ. 62 นั้น ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวางในสังคมไทย ซึ่งก่อให้เกิดความสงสัยในหมู่ประชาชนทั่วไป ด้วยคำถามใหญ่ที่ว่า "การเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ" ซึ่งเป็นพระบรมจักรีวงศ์ สามารถทำได้ถูกต้องตามรธน. หรือไม่ ซึ่งทางพรรค ทษช. ยืนยันว่า ทำได้ และถูกต้องตามรธน.ทุกประการ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้ และถูกต้องตามรธน. มาตรา 89 ทุกประการนั้น

แต่เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการ โปรดเกล้าฯ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.ว่า มิให้ "ทูลกระหม่อมหญิง" ลงเล่นการเมือง เนื่องจากเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ รวมทั้งขัดรธน. ดังนั้นการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงฯ โดยพรรคทษช. จึงเป็นการเสนอผู้ที่ขาดคุณสมบัติ หรือ มีลักษณะต้องห้าม ตาม มาตรา 13 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 14 (2) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่สำคัญเป็นการดำเนินการที่ละเมิดต่อ ข้อ 17 ของระเบียบกกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.โดยชัดแจ้ง

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปเป็นต้นเรื่อง แจ้งต่อกกต. เพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคทษช. ดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย และระเบียบการหาเสียงของกกต. ข้อ 17 อันเข้าข่ายองค์ประกอบ มาตรา 92(2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 จึงเห็นว่า กกต.ควรจะต้องนำกรณีดังกล่าวเสนอต่อศาลรธน. เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ยุบพรรคทษช. ต่อไป

กกต.ถกปมร้อน "ทษช." วันนี้

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เปิดเผยว่า กกต.จะประชุมกันทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ซึ่งในวันนี้ (11 ก.พ.) ก็น่าจะมีวาระการพิจารณาในเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ด้วย เนื่องจากมีคำร้องเข้ามาให้พิจารณา ส่วนเรื่องบัญชีชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรค ทษช. ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ก็ต้องพิจารณากันในที่ประชุม กกต. และมีการให้ความเห็นร่วมกัน หรือออกเป็นมติ บนพื้นฐานของกฎหมายก่อน

สำหรับกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นคำร้องให้ กกต. เสนอศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคทษช. ในวันนี้ (11 ก.พ.)นั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า การยื่นคำร้องดังกล่าว สำนักงาน กกต. จะพิจารณาก่อนว่าคำร้องดังกล่าวสมควรจะรับไว้ หรือไม่ อย่างไร ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เมื่อรับคำร้องแล้วก็จะเสนอมาให้ กกต. พิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องยุบพรรคทษช.นั้น ขอไม่แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินการของ ทษช. เสี่ยงต่อการยุบพรรคหรือไม่ แต่ยืนยันว่า ทุกเรื่องที่ กกต.รับไว้ จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้นกรณีของพรรคทษช. ทั้งหมด จะต้องรอการพิจารณาของที่ประชุม กกต.ก่อน ย้ำว่า จะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกกต. วันนี้ จะมีการรายงานผลการเปิดรับสมัครส.ส ในระบบบัญชีรายชื่อ และรายชื่อแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอมา พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบคุณสมบัติ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้แจ้งมาให้กกต.ได้พิจารณา ร่วมกับประเด็นข้อกฎหมาย ว่า กกต. มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ หรือ มีอำนาจเพียงต้องประกาศรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ซึ่งมีแนวโน้มว่า กกต. จะประกาศรับรองรายชื่อ ทั้ง 2 ส่วนโดยเร็ว ก่อนครบกำหนด 7 วัน ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เนื่องจากต้องการให้พรรคการเมืองสามารถ นำภาพแคนดิเดตนายกฯ ไปใช้ในการหาเสียงได้เร็วขึ้น ตามที่ก่อนหน้านี้ เลขาฯกกต. ขอให้ทุกพรรครอการประกาศรับรองรายชื่อจาก กกต.ก่อน ค่อยเริ่มใช้ภาพแคนดิเดตนายกฯ หาเสียง

ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะใช้อำนาจตาม มาตรา 93 ความปรากฏต่อนายทะเบียน ตั้งคณะทำงาน รวบรวมพยานหลักฐานว่า กรณีการเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ของพรรคทษช. เป็นการกระทำการที่เข้าข่าย ผิดมาตรา 92 กฎหมายเดียวกัน ที่นายทะเบียน ต้องรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน เพื่อเสนอพร้อมความเห็นต่อ กกต. พิจารณาส่งให้ศาลรธน. วินิจฉัยยุบพรรคทษช. และเพิกถอนสิทธิสมัคร กรรมการบริหารพรรค หรือไม่

ทั้งนี้ ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่าเมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองใดกระทำการ (1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรธน. สั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

"พปชร."แฉรู้หมดใครทำไม่ดีกับประเทศ

วานนี้ (10 ก.พ.) ที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 30 เขต ร่วมปล่อยขบวนรถแห่ในเขตกรุงเทพฯ ทั้ง 30 เขต

นายอุตตม กล่าวว่า "วันนี้เป็นวันที่พรรค พปชร. ปล่อยกองทัพพบชาวกรุงเทพฯ 60 คัน เรามาแสดงในเชิงสัญลักษณ์ด้วยกัน จากนี้ไปขอให้เดินติดดิน เคาะทุกบ้าน พวกเราขอมาอาสาให้ชาวกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยตัวพวกเรา และนโยบาย และที่สำคัญ ยืนยันว่าทุกคนในพรรค ยืนข้างความถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งไม่บังควรเป็นอันขาด วันนี้เราพร้อมเดินหน้าไปเต็มตัว ให้เราได้รับใช้พี่น้องประชาชนในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ก้าวหน้า ยั่งยืนของชาวกรุงเทพฯ โดยการที่เราไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อแสดงความมุ่งมั่นว่า เรายืนข้างประชาธิปไตยที่เป็นของคนไทย ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และผู้สมัครของเรา จะเดินไปหาชาวกรุงเทพฯ ทุกประตู ทุกบ้าน ขอโอกาสได้รับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ "

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันยิ่งใหญ่ของพวกเรา ที่อาสามารับใช้ชาว กทม. เป็นวันยิ่งใหญ่ของพรรคฯ ที่จะเคลื่อนพลไปยังบ้านของคนกรุงเทพฯ พปชร. พร้อมนำเสนอนโยบาย และว่าที่นายกฯ ของพรรค เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ได้ พร้อมนำชัยชนะกลับมา

วันนี้ พปชร. พิสูจน์แล้วว่าเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตยและอาสาเป็นคนเปลี่ยนแปลงจุดผ่านของประเทศเพื่อให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวข้ามอดีตที่เจ็บปวดของพวกเรา วันนี้เราไม่มีโอกาสอื่นแล้ว เพราะพปชร.มาเสนอตัวให้ประชาชนตัดสินใจเดินหน้าประเทศไทยไปกับพปชร.

จากนั้นขบวนได้เคลื่อนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่รถแห่แต่ละคันจะแยกย้ายไปตามเขตของตัวเอง ทั้งนี้ นายพุทธิพงษ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้เรารู้หมดแล้วว่า ใครทำไม่ดีกับประเทศ เราขอสู้แทนประชาชน เราเดินมาไกล และจะไม่ถอยหลังแล้ว ขอทุกคนอย่าลังเล และตัดสินใจเดินเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใครทำร้ายประเทศ เราสู้ไม่ถอย และจะเดินหน้าประเทศไทยไปด้วยกัน

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคฯ มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมากมาย และเรามีผู้นำตัวจริงเสียงจริง ที่จะมาบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสงบและความเจริญอย่างยั่งยืน ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้อยากวิงวอนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า อย่าเลือกกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโกงชาติ โกงแผ่นดิน ให้เข้ามาบริหารประเทศเด็ดขาดเพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว อย่าให้สายพันธุ์การทุจริต เข้ามาบริหารประเทศ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเกิดความเสียหายเหมือนในอดีต และจะนำไปสู่ความความขัดแย้งอีก
กำลังโหลดความคิดเห็น...