xs
xsm
sm
md
lg

เวเนซุเอลา...ระหว่าง “สันติภาพ” กับ “สงคราม”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา            นายฮวน กุยโด ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา
เห็นว่าราคา “น้ำมันดิบเบรนท์” (Brent Crude) ทะเลเหนือ...เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว เขยิบขึ้นไปประมาณ 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนจะพุ่งพรวดพราดขึ้นไปอีกหรือหนักไปทางแกว่งไป-แกว่งมา อันนี้...คงต้องปล่อยให้พวกผู้เชี่ยวชาญหรือ “นักเก็งกำไร”เขาว่าของเขาไปตามสภาพ แต่ถ้าดูจาก “แหล่งผลิต” สำคัญๆ ไม่ว่าลิเบียที่เกิดปัญหาความไม่สงบภายในจนส่งผลให้การส่งออกน้ำมันลดลงไปถึง 172,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อิหร่านที่ถูกคุณพ่ออเมริกาแซงชั่น จนปริมาณส่งออกหดหายไปอีกเกือบ 159,000 บาร์เรลต่อวัน แล้วยังต้องมาเจอกับแนวโน้ม “สงครามกลางเมือง” ในประเทศซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเวเนซุเอลาเข้าไปอีกดอก ใครจะเก็งกำไร ค้ากำไร ไปในลักษณะไหน คงต้องไปว่าเอาเองก็แล้วกัน...
 
แต่สำหรับความคืบหน้าของฉากสถานการณ์ในเวเนซุเอลาทุกวันนี้...คงต้องสรุปรวมๆ ประมาณว่า น่าจะมีทางออก ทางไปอยู่ประมาณ 2 ทางหลักๆ ด้วยกัน ทางหนึ่ง...ก็คือ “ทางออกแบบสันติ” อาศัยการพูดคุย เจรจา เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ ไม่ว่าระหว่างคู่ขัดแย้งภายใน หรือผู้สนับสนุนถือหางแต่ละฝ่ายอยู่ภายนอก กับอีกทางหนึ่ง...ก็คือต้อง “แตกหักกันไปข้าง” ไม่ว่าจะในรูปการปะทะระหว่าง “มวลชนกับมวลชน” ที่เป็นชาวเวเนซุเอลาด้วยกันเอง หรือการงัดข้อ การหักหลังทรยศระหว่าง “ทหารกับทหาร” ภายในกองทัพเวเนซุเอลา ไปจนถึงการส่ง “กำลังทหารจากภายนอก” เข้าไปไล่ทุบ ไล่บี้ ไล่ยึดดินแดนและอำนาจอธิปไตยของประเทศเอกราช แล้วเอาไปจัดสรร แบ่งปันกันในรูปแบบใดๆ ก็ตามแต่...
 
ซึ่งสำหรับ “ทางออกแบบสันติ” นั้น...ไม่ว่าในแง่ภายใน หรือภายนอก ก็มีเสียงขานรับอยู่พอสมควร แม้แต่ประธานาธิบดีที่มาจาก “การเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่าง “นายมาดูโร” ถึงจะมีกองทัพเวเนซุเอลาหนุนหลังอยู่แทบทั้งกองทัพ มีศาลสถิตยุติธรรมคอยรองรับความชอบธรรมตามตัวบทกฎหมายของประเทศเวเนซุเอลา อีกทั้งยังมี “มวลชนเสื้อแดง” อีกเป็นจำนวนไม่น้อยยืนหยัดเคียงข้างอีกเป็นกะบิๆ แต่ก็ยังแบะท่าพร้อมที่จะ “เจรจา” กับประธานาธิบดีที่มาจาก “การสถาปนาตัวเอง” โดยอาศัยการยอมรับหรือ “การแทรกแซง” จากต่างชาติ อย่าง “นายฮวน กุยโด” โดยไม่ได้ออกอาการอึกอัก ลังเลเอาเลยแม้แต่น้อย...
 
ส่วนในแง่ภายนอกนั้น...หลายต่อหลายประเทศก็เริ่มเห็นควรด้วยกับแนวทางที่ว่านี้มิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย หรือจีน ที่มองเห็นทางออกทางนี้มาตั้งแต่แรก ไปจนถึงตุรกี ที่รัฐมนตรีต่างประเทศ “เมวุต คาวูโซกลู” (Melvut Cavusoglu) ได้ออกมาพูดจาเมื่อวันสองวันที่ผ่านมา ชนิดน่าคิด น่าสะกิดใจเอามากๆ คือบอกเอาไว้ว่า... “การปฏิเสธแนวทางการเจรจา มีแต่จะยิ่งเพิ่มความโกลาหลให้กับเวเนซุเอลา เพราะปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่จุดล่อแหลม ชนิดสามารถระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ อีกทั้งความพยายามเติมเชื้อให้กับวิกฤตการณ์ของบรรดาประเทศภายนอกนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ผู้ที่ถูกลงโทษ หรือผู้ที่รับกรรม ก็คือบรรดาประชาชนชาวเวเนซุเอลาทั้งหลายนั่นเอง...”
 
แม้แต่บางประเทศในยุโรป...ที่เคย “ยื่นคำขาด” ให้ประธานาธิบดี “มาดูโร” ต้องประกาศเลือกตั้งใหม่ใน 7 วัน 8 วันก็ตาม มาถึง ณ ขณะนี้ การตอบรับต่อความริเริ่ม โดยฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน ร่วมกับอีก 4 ประเทศในละตินอเมริกา คือ โบลิเวีย, คอสตาริกา, เอกวาดอร์ และอุรุกวัย ที่จะจัดให้มีการเจรจาหารือ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมให้กับเวเนซุเอลา ในนามของกลุ่มประเทศ “ICG” (International Contact Group) ก็น่าจะยังพอช่วยให้สถานการณ์กระเตื้องๆ ขึ้นไปบ้างตามลำดับ โดยเฉพาะสำหรับรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิตาลี “นายแมนลิโอ ดิ สเตฟาโน” (Manlio Di Stefano) แห่งพรรคห้าดาว (Five Star Movement) ที่นอกจากไม่คิดรับรองสถานะประธานาธิบดีของ “นายกุยโด” แล้ว ยังพยายามส่งเสียงเตือนบรรดาประเทศในยุโรปทั้งหลายให้ “หลีกเลี่ยงบทเรียนแห่งความล้มเหลวที่ประเทศในยุโรป เคยร่วมสร้างเอาไว้ให้กับประเทศลิเบีย” เมื่อไม่นานมานี้ ให้จงหนัก...
 
แต่ก็นั่นแหละ...สำหรับผู้ที่ไม่อยากเห็นการหาทางออกโดยสันติ แต่หวังจะ “แตกหัก” ให้รู้แล้ว รู้แรดกันไปซะที ก็คงหนีไม่พ้นไปจากผู้ที่ออกแรงยุ แรงเชียร์ ออกมาสนับสนุนประธานาธิบดีที่มาจากการแต่งตั้งตัวเอง อย่าง “นายกุยโด” ตั้งแต่แรก หรือคุณพ่ออเมริกาของเรานั่นเอง ที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ “นายไมค์ เพนซ์” ได้ออกมาตีปลา หน้าไซไว้ล่วงหน้าประมาณว่า “นี่...ไม่ใช่เวลาสำหรับการเจรจา แต่คือเวลาสำหรับการลงมือกระทำ” และนั่นก็เลยไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก ที่ “นายกุยโด” และพวกซึ่งมีคุณพ่ออเมริกาถือหาง เลยประกาศไม่คิดจะเจรจาใดๆ กับประธานาธิบดี “มาดูโร” แต่หันไปออกแรงยุ ออกแรงเชียร์ให้บรรดาชาวเวเนซุเอลาผู้ให้การสนับสนุนตัวเอง หรือบรรดา “มวลชนเสื้อขาว” ทั้งหลาย “ออกไปตาย” ให้มากๆ เข้าไว้ หรือออกไปเดินขบวนตามท้องถนนในแต่ละอาทิตย์ จนอาจต้องเกิดการปะทะแตกหักกับพวก “มวลชนเสื้อแดง” ไม่ก็อาจต้องเจอกับการตอบโต้ของตำรวจ-ทหาร ที่ “ปรอทความอดทน” อาจต่ำไปกว่าพิกัด...
 
และแน่ล่ะว่า...ถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิด “ระเบิด” ขึ้นมา โอกาสที่สถานการณ์จะลุกลามไปถึงขั้นก่อให้เกิดเหตุผล ข้ออ้างของผู้ซึ่งกำลังกระเหี้ยนกระหือรือ หวังจะให้เกิดการแตกหักโดยเร็ว อย่างคุณพ่ออเมริกา ในการงัดเอา “กรรมวิธีทางทหาร” ที่ผู้นำอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้บอกเอาไว้กับสถานีโทรทัศน์ CBS เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่ายังคง “ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ” เหมือนเช่นเคย ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่ยากส์ส์ส์ แต่นั่นก็จะก่อให้เกิด “คำถาม” ต่อไปอีกว่า จีนและรัสเซีย ที่ได้ทุ่มเงินลงทุนเอาไว้ในเวเนซุเอลาไม่รู้กี่หมื่น กี่แสนล้านดอลลาร์ จะยอม “เอามือซุกหีบ” ไว้เฉยๆ หรือไม่ อย่างไร หรือจะต้องหันมาใช้ “ซีเรียโมเดล” ในการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของตัวเอง ตามช่อง ตามครรลอง ที่กฎหมายระหว่างประเทศเปิดโอกาสเอาไว้ให้ ซึ่งถ้าหากแต่ละสิ่ง แต่ละอย่างต้องไหลไปในแนวนี้ขึ้นมาแล้วล่ะก็ นั่นย่อมหมายถึงว่า...อาณาบริเวณประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “แหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ที่น่าจะมีปริมาณน้ำมันไม่ต่ำกว่า 2.9 ล้านล้านบาร์เรล ซุกซ่อนอยู่ในดินแดนแห่งนี้ มากซะยิ่งกว่าในซาอุดีอาระเบีย ที่น่าจะมีปริมาณอยู่เพียงแค่ 2.65 ล้านล้านบาร์เรล ย่อมต้องถูกแปรสภาพให้กลายเป็น “สมรภูมิเลือด” แทนที่จะเป็นแหล่งขุดเจาะพลังงานเอามาเผื่อแผ่ให้กับชาวโลกได้เหมือนเคย ยิ่งถ้าหากต้องรบกันอีก 7 ปี 8 ปี เหมือนซีเรียด้วยแล้ว จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันและแก๊สต้องเหือดหายไปจากตลาดอีกเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ และจะส่งผลให้บรรดา “นักเก็งกำไร” ต้องทุนหายกำไรหด หรือต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปถึงขั้นไหน ก็ยังมิอาจสรุปได้...


กำลังโหลดความคิดเห็น...