xs
xsm
sm
md
lg

ควันไฟสงครามตั้งแต่เริ่มปีหมู (1)

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

อิสราเอลสร้างกำแพงกั้นเขตแดนด้านเลบานอน
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตชวนไปดูเรื่องราวของ “กำแพง” กันอีกสักเที่ยว แต่คงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ “กำแพง” หรือ “รั้วเหล็ก” ของ “ทรัมป์บ้า” ที่ออกจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ น่าเอียนเต็มที ไม่ว่าผู้นำอเมริกันท่านยังคิดจะ “ชัตดาวน์” ต่อไปเป็นปีๆ หรือคิดจะประกาศ “กฎอัยการศึก” กันภายในวัน-สองวันนี้ก็ตาม...

เพราะ “กำแพง” ที่ว่านี้...ไม่ได้โผล่ขึ้นมาแถวๆ ชายแดนอเมริกา-เม็กซิโก แถมไม่ต้องเสียเวลารอการอนุมัติงบประมาณจากสภาฯ ใดๆ ก็แล้วแต่ แต่เป็นกำแพงที่ดันมาโผล่ขึ้นแถวๆ บริเวณพรมแดน “อิสราเอล-เลบานอน” ทั้งยังเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กอีกต่างหาก หรือเป็นกำแพงที่รัฐบาลและกองทัพอิสราเอลตัดสินใจสร้างขึ้นโดยไม่คิดจะฟังอีร้าค่าอีรมจากใครๆ อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นการสร้างล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนที่ยังมีข้อพิพาทระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน คือล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่เรียกว่า “Kfar Kila” บริเวณเขตตั้งถิ่นฐาน “Miskafaam” ของชาวอิสราเอล ซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามกับเมือง “Adaisseh” ของเลบานอน ที่รวมเอาสวนเกษตร “Shebaa” พื้นที่ในหุบเขา “Kfarshuba” และเขตยึดครอง “Ghajar” เอาไว้แทบเกลี้ยง!!!

แม้ว่าบรรดาพื้นที่ดังกล่าว...จะเป็นพื้นที่ “สหประชาชาติ” สั่งห้ามไว้ในมาตราที่ 5 ตามข้อตกลงของยูเอ็นมาโดยตลอด ว่าห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดยึดครอง จนกว่าจะหาข้อยุติระหว่าง “อิสราเอล” และ “เลบานอน” ได้แบบจริงๆ จังๆ หรือจนกระทั่งต้องส่งกองกำลังสหประชาชาติ หรือหน่วยงานที่เรียกย่อๆ ว่า “UNIFIL” (United Nations Interim Force in Lebanon) เข้ามาควบคุมดูแล แต่สุดท้าย...รัฐบาลและกองทัพอิสราเอล ก็ไม่ได้คิดจะสนใจข้อห้าม กฎ กติกาใดๆ ของสหประชาชาติต่อไปอีกแล้ว ตัดสินใจก่ออิฐ ก่อปูน สร้างกำแพงดังกล่าวขึ้นมาอย่างเป็นการถาวร...

ส่งผลให้รัฐบาลเลบานอนเลยต้องลุกขึ้นมาเต้นผางๆ...โดยเฉพาะ “สภาป้องกันสูงสุดของเลบานอน” (The Higher Defense Council of Lebanon) ถึงกับต้องออกแถลงการณ์ประณามการ “รุกล้ำดินแดนเลบานอน” ของรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล โดยถือเป็นการกระทำที่ “อันตราย” และสามารถ “จุดชนวนความขัดแย้ง” ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง หรือทำให้แนวโน้มที่จะเกิดการเปิดฉากสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มต่อต้านอิสราเอลอย่างขบวนการ “เฮซบอลเลาะห์” (Hezbollah) ในเลบานอน มีสิทธิ์ระเบิดเถิดเทิงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ขณะที่ฉากสงครามระหว่างอิสราเอลกับพวก “ฮามาส” (Hamas) ในปาเลสไตน์ ก็ยังคงเป็นไปแบบระเบิดเถิดเทิง ถึงขั้นกองทัพอากาศอิสราเอลต้องส่งเครื่องบินโจมตีไปยิงจรวดใส่สนามบินดามัสกัสในซีเรียนับสิบๆ ลูก เมื่อช่วงศุกร์-เสาร์ 11-12 ม.ค.ที่ผ่านมานี้นี่เอง โดยอ้างว่าเพื่อขจัดกวาดล้างเครือข่ายพวก “ฮามาส” ในซีเรีย ที่เพิ่งยิงจรวดเกือบ 500 ลูก เข้าไปถล่มอิสราเอลเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา...

การเปิดศึกสงครามพร้อมกันถึง 2 ด้าน 3 ด้าน หรืออาจถึง 4 ด้าน...คือพร้อมที่จะบุกเล่นงานพวก “ฮามาส” ในปาเลสไตน์ พวก “เฮซบอลเลาะห์” ในเลบานอน พร้อมละเมิดอธิปไตยระหว่างประเทศด้วยการโจมตีซีเรีย เพื่อหวังกวาดล้าง “กองกำลังอิหร่าน” ซึ่งกำลังเติบโต สยายเครือข่ายในพื้นที่ด้านนี้ จึงถือเป็นอะไรที่ควรต้อง “จับตา” หรือต้อง “ตามไปดู” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะมันทำให้บรรยากาศช่วงเริ่มต้น “ปีหมู” ชักไม่ได้ออกไปทาง “หมูน่อยธรรมดา” แต่หนักไปทาง “หมูป่า” หรือ “หมูเขี้ยวตัน” เข้าไปทุกที หรือโอกาสที่จะต้องเกิดการหลั่งเลือด หลั่งเนื้อ ต้องชโลมโลหิตไปทั่วทั้งแนวรบตะวันออกกลาง ชักจะมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หนักซะยิ่งกว่าการไล่จับ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่พวก “คาราวานคนจน” ในชายแดน “อเมริกา-เม็กซิโก” ไม่รู้กี่ร้อย กี่พันเท่า เรื่อง “กำแพงอิสราเอล-เลบานอน” มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต กว่า “กำแพงทรัมป์บ้า” ไปด้วยประการฉะนี้...

ซึ่งถ้าว่ากันตามเหตุ ตามผล ที่ฝ่ายอิสราเอลเขาพยายามชี้แจงแถลงไข ว่าเหตุใดต้องผุดกำแพงคอนกรีตเสริมใยเหล็กขึ้นมาแถวๆ เลบานอน ก็คงหนีไม่พ้นไปจาก “ความหวาดระแวง” กลัวว่าพวก “เฮซบอลเลาะห์” จะใช้ “อุโมงค์ใต้ดิน” ระหว่างชายแดนอิสราเอล-เลบานอน โผล่ขึ้นมาประเคนจรวดใส่พื้นที่ต่างๆ ในประเทศอิสราเอล เหมือนอย่างที่ “ชีค นาอีม กาเซ็ม” (Sheik Naim Qassem) รองผู้บัญชาการกองกำลังเฮซบอลเลาะห์เคยคุยๆ ไว้กับหนังสือพิมพ์ “al-Vefagh” ของอิหร่าน เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานั่นแหละว่า กองกำลังเฮซบอลเลาะห์ทุกวันนี้... “มีขีดความสามารถพอที่จะยิงจรวดโจมตีเป้าหมายใดๆ ในอิสราเอล” ได้ทุกเมื่อ...

และก็ไม่ใช่แค่จรวดของพวกเฮซบอลเลาะห์เท่านั้น...จรวดของพวกฮามาสในปาเลสไตน์ที่ประเคนเข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ในอิสราเอลเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ประมาณ 400-500 ลูก ปรากฏว่า “โดมเหล็ก” (Iron Dome) หรือระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล ที่ว่ากันว่าทรงประสิทธิภาพชนิดสามารถสกัดกั้นจรวดใดๆ ได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป กลับดักจับจรวดพวกฮามาสได้แค่ประมาณ 100 ลูก ไม่เกินไปกว่านั้น อีก 300-400 ที่ตกใส่พื้นที่ต่างๆ ในอิสราเอล ไม่ว่าจุดไหนต่อจุดไหน เลยทำให้รัฐบาลและกองทัพอิสราเอล ต้องยอมยก “ธงขาว” หรือยอม “ถอดดาวดาวิด” ออกจากธงชาติอิสราเอล อย่างที่อดีตผู้บัญชาการกองทัพทหารราบภาคใต้ของอิสราเอล “พลเอกสวิกา โฟเกล” (Zvika Fogel) ท่านได้เหน็บแนมเอาไว้ หรือต้องยอมรับข้อตกลง “หยุดยิง” กับบรรดาชาวปาเลสไตน์ และส่งผลให้รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล “นายเอวิกดอร์ ลีเบอร์แมน” (Avigdor Lieberman) ถึงกับสะบัดตูดหนี ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี “เบนจามิน เนทันยาฮู” แล้วหันไปเตรียมตัวเลือกตั้ง เพื่อช่วงชิงความเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งกำลังจะมาถึงอีกไม่นานนับจากนี้...

ด้วยเหตุนี้การสร้าง “กำแพงอิสราเอล-เลบานอน” การแสดงออกถึงความพร้อมที่จะเปิดศึก 3 ด้าน 4 ด้าน ของนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีกลาโหม อย่าง “นายเนทันยาฮู” นั้น คงต้องหาทางตรวจสอบลงไปให้ลึกๆ กว่าเหตุผลข้ออ้างโดยทั่วๆ ไป เพราะเอาไป-เอามา...ดูๆ มันจะมีทั้งการเมือง “ภายนอก” และ “ภายใน” เข้ามาเกี่ยวข้อง พัวพันอย่างแทบแยกไม่ออก มีทั้งความกลัว ความหวาดระแวง ความปรารถนา ความต้องการในเรื่องอำนาจ ไปจนถึงความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยานที่จะนำพาประเทศอิสราเอล ให้กลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรระดับอาจ “ไปไกล” ถึงระดับที่เรียกๆ กันว่า “Greater Israel” หรืออิสราเอลที่ทำพันธสัญญาในเรื่องขอบเขตดินแดนเอาไว้กับ “พระผู้เป็นเจ้า” เอาเลยก็ไม่แน่!!! ดังนั้น...จึงหนีไม่พ้นต้องขออนุญาต “ลากต่อ” ไปถึงวันพรุ่งนี้อีกสักวัน...


กำลังโหลดความคิดเห็น...