xs
xsm
sm
md
lg

พระราชทานสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย รัฐบาลเร่งฟื้นฟูใต้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ฤทธิ์พายุ "ปาบึก" ทำ18 จังหวัดเดือดร้อน ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน เสียชีวิต 3 ราย ในหลวงทรงห่วงใยผู้ประสบภัย พระราชทานสิ่งของ ถุงยังชีพ ตั้งโรงครัวช่วยเหลือ "บิ๊กตู่" สั่งจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อฟื้นฟูเยียวยา เตรียมนำคณะ ลงพื้นที่วันนี้ พร้อมจัดงาน " รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้" ทางช่อง 9 เพื่อรับบริจาค "สนธิรัตน์" หารือผู้ผลิต บริจาคสินค้าส่งไปบรรเทาความเดือดร้อน "อุตตม" เคาะแพกเกจ "ทำทันที" ฟื้นฟูใต้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปี ให้ โรงงานที่เสียหาย ประสานธนาคารเอสเอ็มอี พักชำระหนี้ เติมทุนพลิกฟื้นธุรกิจ

หลังจากพายุโซนร้อนปาบึก ได้พัดขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาได้อ่อนกำลังลงเป็น พายุดีเปรสชัน และผ่านไปในทะเลอันดามันแล้ว สลายตัวไปตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม จากอิทธิพลของพายุปาบึก ส่งผลให้หลายจังหวัดได้รับผลกระทบ สิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ทั้งที่พักอาศัย และพื้นที่การเกษตร ถนนถูกตัดขาด และประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัด ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามสภาพความเป็นอยู่ และเร่งสำรวจประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการแล้ว

ร.10 พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา 08.30 น. วานนี้ (6ม.ค.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยองคมนตรีรับฟังบรรยายสรุป เกี่ยวกับวาตภัย และผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต. แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง

จากนั้นองคมนตรี ได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ราย มอบสิ่งของพระราชทาน แก่ผู้ประสบวาตภัย 900 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร นอกจากนี้ได้เชิญสิ่งของพระราชทานอีก 300 ชุด มอบแก่ผู้ประสบวาตภัย ถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ณ ศูนย์อพยพ วัดรัตนาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง

ต่อมา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน 1,100 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต จาก อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย ที่หอประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากนคร อ.เมืองฯ ต่อจากนั้นองคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทาน อีก 700 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ อ.เมืองฯ

ทั้ง 4 พื้นที่ ที่มอบสิ่งของพระราชทาน องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่ง ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎร ที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความ ตอนหนึ่งว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อประกอบอาหาร เลี้ยงผู้ประสบภัย และให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้วย" ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ส่งหญ้าพระราชทานช่วยผู้เลี้ยงสัตว์

นายสัตวแพทย สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเสียหายในจ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และ ปัตตานี รวม 17 อำเภอ 98 ตำบล 548 หมู่บ้าน พบว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบ 24,485 ราย และ มีสัตว์ได้รับผลกระทบ คือ โค 45,185 ตัว กระบือ 1,122 ตัว แพะ/แกะ 8,039 ตัว และสัตว์ปีก 1,093,971 ตัว ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าไปแล้ว อาทิ หญ้าสัตว์พระราชทาน 12,000 กก. ถุงยังชีพ 400 ชุด เวชภัณฑ์ 10 ชุด และหน่วยเฉพาะกิจสัตวแพทย์เคลื่อนที่ จากกรมปศุสัตว์ 60 นาย ให้ความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ใน จ.นครศรีธรรมราช เช่น การจัดตั้งคอกสัตว์เพิ่มเติมในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ การมอบถุงยังชีพสำหรับสัตว์ให้แก่เกษตรกรเพิ่มเติม และติดตามดูแลสุขภาพสัตว์ในพื้นที่มีการอพยพโคใน จ.นครศรีธรรมราช 3 อำเภอ 7 แห่ง อยู่ในจุดอพยพ จำนวน 1,825 ตัว ของเกษตรกร 261 ราย

ฤทธิ์"ปาบึก"ทำเดือดร้อน18 จังหวัด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 - 5 ม.ค.62 อิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช ปัตตานี สุราษฎร์ธานี สงขลา นราธฺวาส ชุมพร ตรัง พัทลุง ระนอง กระบี่ ยะลา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ระยอง ตราด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวม 90 อำเภอ 407 ตำบล 2,635 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย (นครศรีธรรมราช 2 ราย/ปัตตานี 1 ราย) ผู้สูญหายในจังหวัดปัตตานี 1 ราย

โดย จ.นครศรีธรรมราช มีความเสียหายมากที่สุด เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 179,868 ครัวเรือน 539,847 คน โดยประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จัดตั้งโรงครัวประทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ และ อ.สิชล ส่วนท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการตามปกติแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศหยุดเดินรถช่วงสถานีเขาชุมทอง–สถานีนครศรีธรรมราช โดยมีรถรับส่งผู้โดยสารจากสถานีนครศรีธรรมราชไปขึ้นรถไฟที่เขาชุมทอง

นายกฯลงเมืองคอนช่วยผู้ประสบภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (7 ม.ค.) นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ คณะของนายกฯ จะเดินทางออกจาก บน.6 ในเวลา 06.45 น. โดยเครื่องบิน C130 ไปลงที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จากนั้นจะเดินทางโดยรถยนต์ไปยังริมแม่น้ำปากพนัง เพื่อไปพบ และปล่อยแถวจิตอาสา พร้อมทำกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

จากนั้นคณะของนายกฯ จะเดินทางไปยัง สามแยกตาขำ โดยมี ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวรายงานสรุปเหตุการณ์ โดยนายกฯ จะร่วมมอบถุงยังชีพ และพบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัยราว 2,000 คน พร้อมตรวจเยี่ยมกังหันลมผลิตไฟฟ้า จากนั้นจะเดินทางโดยรถยนต์ ไปตรวจสภาพความเสียหายที่แหลมตะลุมพุก

เวลาประมาณ 11.30 น. นายกฯ พร้อมคณะ จะเดินทางไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ อ.ปากพนัง เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน และรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ จากนั้นจะเดินทางไปยัง ต.ปากนคร เพื่อตรวจดูการซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จากนั้นจะลงเรือข้ามฟากไปยัง ต.ท่าไร่ เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย โดยนายกฯ และคณะ มีกำหนดการเดินทางกลับกทม. ในเวลา 17.00 น.

จัดงาน"รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้"

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค. 62 รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ จะจัดกิจกรรมรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก โดยใช้ชื่องาน“รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้”ตั้งแต่เวลา 20.20 - 22.00 น. และถ่ายทอดสดในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี จะร่วมกิจกรรมรับบริจาคด้วย จึงขอชวนเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทย หน่วยราชการ บริษัท ห้างร้าน ทุกภาคส่วน ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยภาคใต้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคสามารถบริจาคได้ที่ บัญชี “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี PM. Disaster Relief Fund.”ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 067-006-8950

ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา และเวชภัณฑ์ สามารถบริจาคได้โดยตรง ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

พณ.หารือผู้ผลิต บริจาคสินค้าช่วยเหลือ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ วาระเร่งด่วน ว่า เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และ ชุมพร โดยได้ประสานไปยังผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้ช่วยบริจาคสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมแล้ว คาดว่าจะจัดส่งถึงพื้นที่ได้ ในวันที่ 8 ม.ค.นี้

สำหรับการเยียวยา ได้ประสานงานไปยังผู้ผลิต ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ให้เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าราคาพิเศษ และประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้จำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษกว่าปกติ มากๆ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประสบภัยที่จะซื้อสินค้าไปดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งล่าสุดยังได้รับความร่วมมือจากเครือบริษัท SCG ที่จะจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาให้ราคาพิเศษ และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าร่วมต่อไป

ส่วนการเพิ่มรายได้ จะจัดมหกรรม “ซับน้ำตา”เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร นำสินค้าทางการเกษตรที่ยังเหลืออยู่ หรือผู้ประกอบการชุมชนนำสินค้าที่ผลิตได้ และยังมีอยู่ มาจัดจำหน่าย โดยจะประสานจัดพื้นที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้ช่วยซื้อ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ประสบภัย รวมทั้งจะประสานห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่งในพื้นที่ เปิดพื้นที่จำหน่าย เพื่อให้ผู้ประสบภัยนำสินค้ามาวางจำหน่าย และประสานตลาดกลาง ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้นำสินค้าไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้อย่างเร่งด่วนด้วย

"อุตตม"เคาะแพกเกจ"ทำทันที"ฟื้นฟูใต้

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้เรียกหน่วยงานในการกำกับดูแลทั้งหมด ประชุมฉุกเฉิน เพื่อระดมจัดทำแพกเกจ เยียวยาช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ ที่ประสบภัยครั้งนี้ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยกระทรวงฯ จะเร่งออกมาตรการให้ความช่วยเหลือ ต่อเนื่อง โดยต้องทำทันที เพื่อซ่อมสร้าง ฟื้นฟู พลิกฟื้นความเป็นอยู่ของพี่น้องและผู้ประกอบการภาคใต้ทุกกลุ่มโดยเร็วที่สุด ทั้งเรื่องมาตรการทางการเงิน การพักหนี้ เติมทุนหมุนเวียน และ การปรับปรุง ซ่อมแซมเครื่องจักรเครื่องมือการผลิต ของผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ ให้กลับมาพร้อมใช้งานโดยเร็ว การปรับปรุงสถานประกอบการ แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน ที่ได้รับความเสียหาย และมาตรการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่จะบรรเทาความเดือดร้อน และเยียวยาให้พี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนภาคใต้ทุกราย

โดยสรุปแพกเกจประกอบด้วย ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปี ให้กับโรงงานที่ได้รับความเสียหาย , การร่วมกับ Big Brother นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดสถานประกอบการ , ร่วมมือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ เปิดศูนย์บริการซ่อมแซมตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้กับเจ้าของรถยนต์/รถจักรยานยนต์ของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่

ส่วนมาตรการทางการเงิน ได้แก่ ธพว. ประกาศพักชำระหนี้ให้กับลูกค้า ที่ได้รับความเสียหาย วงเงินประมาณ 3,200 ล้านบาท ซึ่งจะทำการสำรวจอย่างละเอียดและมีวงเงินเพิ่มให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก รายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง ร้อยละ 0.415 ต่อเดือน

ส่วนของเงินกู้ยืมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ถึง 200,000 บาท ปรับลดดอกเบี้ยจาก 4% เหลือ 1% ต่อปี เตรียมวงเงินไว้ 30 ล้านบาท ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีจาก สสว. มีมาตรการยืดชำระหนี้ออกไปนาน 6 เดือน เป็นต้น

"ทุกมาตรการจะลงมือ "ทำทันที" โดยมุ่งซ่อมสร้าง ฟื้นฟู คืนความเป็นอยู่ปกติให้เร็วที่สุดแก่พี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่โรงงานไปจนถึงเอสเอ็มอี คนตัวเล็ก และวิสาหกิจชุมชน" นายอุตตม กล่าว

ธพว.พักหนี้-เติมทุนฟื้นฟูธุรกิจ

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. เปิดเผยว่า ธวพ.ได้ออก 2 มาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร ที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ได้แก่

1. พักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan)โดยพักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N)ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ย เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

2. มาตรการ วงเงินสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้ 1. ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท 2. ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และ 3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อน และสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่ม ไม่เกิน 2 ล้านบาท

สำหรับเอสเอ็มอี ที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน กลุ่มค้าส่ง ค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน ร้านธงฟ้า ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล จะมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงไปอีก ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน

ซีพีเอฟ มอบไข่ไก่ 5 หมื่นฟอง

ร.ท.เอกชล โสดาจันทร์ นายทหารพลาธิการ เรือหลวงจักรีนฤเบศร รับมอบไข่ไก่ จำนวน 50,000 ฟอง จากนายณัฐวุฒิ มัดดี ผู้แทน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุ "ปาบึก" โดยกองทัพเรือ จะลำเลียงไข่ไก่ ตลอดจน ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่ได้รับบริจาค ด้วยเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร จาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าสู่ทุกพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ยังเปิดสำนักงานเป็นศูนย์พักพิงให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำถุงยังชีพ ไปมอบแก่ผู้ประสบภัยจากพายุ ปาบึก ที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ และเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ที่ศูนย์อนามัย 11

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวกับประชาชนที่ประสบภัยว่าวันนี้เป็นการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อกลับไปประสานงานกับหน่วยงานราชการ องค์กร และ บุคคลที่มีความพร้อม ระดมความช่วยเหลือกลับมาให้ประชาชนอีกครั้ง ส่วนครั้งนี้ เป็นเหมือนการมาให้กำลังใจ ให้พี่น้อง ผ่านอุปสรรค์นี้ไปได้ด้วยกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...