xs
xsm
sm
md
lg

เราต้องมองว่าพวกเขาเป็นเด็ก มากกว่าจะเป็นนักมวย

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ประเทศไทย แถลงแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ ด.ช.อนุชา ทาสะโก อายุ 13 ปี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากอาการเลือดคั่งในสมอง หลังขึ้นชกมวยที่เวทีมวยแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ

“อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กกล่าวว่า เด็กมีสิทธิที่จะเล่นกีฬา และทำกิจกรรมสันทนาการที่เหมาะสมกับอายุ แต่ในขณะเดียวกันเด็กยังมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองจากการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่สำคัญที่สุด เด็กทุกคนมีสิทธีจะมีชีวิต และพัฒนา

ไม่ว่าเราจะมองว่ามวยเป็นกีฬา เป็นกิจกรรมสันทนาการ หรือเป็นอาชีพ การเข้าร่วมนั้นไม่ควรทำให้เด็กต้องสูญเสียพัฒนาการ สูญเสียอนาคตได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

บางคนอาจอ้างว่า นักมวยเด็กเหล่านี้กำลังหาเลี้ยงครอบครัว แต่เราควรใช้การศึกษาระบบสวัสดิการทางสังคม และการมีโอกาสที่เท่าเทียมเพื่อช่วยให้เด็กหลุดพ้นจากความยากจน ไม่มีเด็กคนใดควรจะต้องเสี่ยงชีวิตหรือสุขภาพของตนเพื่อเป้าหมายนั้น ผู้ใหญ่มีหน้าที่ปกป้องเด็กจากอันตรายต่อสุขภาพกาย และสติปัญญา ไม่ใช่แสวงประโยชน์จากพวกเขา

องค์การยูนิเซฟขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียของครอบครัวของน้องอนุชา และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายให้ออกกฎหมาย ที่จะช่วยปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็กที่เข้าร่วมในกิจกรรมนี้
เราต้องมองว่า พวกเขาเป็นเด็ก มากกว่าจะเป็นนักมวย


การเสียชีวิตของเด็กชายอนุชา เกิดขึ้นในขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดย พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ พร้อมคณะรวม 33 คน เสนอร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย (พ.ร.บ.มวย) ฉบับแก้ไขใหม่ เพื่อใช้แทน พ.ร.บ.มวย ฉบับปี พ.ศ. 2542

ฉบับร่างแก้ไขใหม่นี้ มีการแก้ไขที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลวงการมวย โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ห้ามทำการแข่งขันมวยไทยเด็ดขาด หากอายุเกินกว่า 12 ปี ต้องกำหนดเงื่อนไขการชกใส่เครื่องป้องกัน

มาตรา 14 “ในการแข่งขันกีฬามวยอาชีพ ห้ามมิให้ผู้จัดรายการแข่งขันกีฬามวย และนายสนามมวยอนุญาตให้เด็กมีอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าร่วมแข่งขัน และการอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน แต่เด็กนั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี และการจัดการแข่งขันต้องมีเครื่องป้องกันอันตรายและกฎกติกาที่เหมาะสม”

ข้อห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกมวย ถูกผู้ใหญ่ในวงการมวยผนึกกำลังกันคัดค้านมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยอ้างว่า นักมวยต้องฝึกตั้งแต่เด็ก กระดูกจะได้แกร่ง การห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกมวย จะทำลายพัฒนาการของมวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ และทำให้เด็กไม่สามารถหาเลี้ยง “ผู้ใหญ่” คือ ครอบครัวได้

ร่างกฎหมายใหม่นี้ ห้ามเด็กอายุไม่ถึง 12 ปีขึ้นชกมวยบนเวที แต่ไม่ได้ห้ามการฝึกมวย

คณะวิจัยสมองของนักมวยเด็กจากโครงการวิจัยและติดตามกลุ่มนักมวยเด็ก ที่ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการชกมวยในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีผลต่อสมองของเด็กหรือไม่ โดยใช้เวลา 2 ปีในการติดตามผล มีจำนวนกลุ่มตัวอย่างเป็นนักมวยเด็กจำนวน 200-250 คน เปรียบเทียบกับเด็กที่มีอายุและฐานะทางบ้านเท่ากัน

ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มนักมวยเด็กมีเลือดออกในสมองจากการถูกชกหัว ทำให้มีธาตุเหล็กสะสม ซึ่งเป็นสารพิษต่อเนื้อสมอง เซลล์สมองและใยประสาทฉีกขาดและถูกทำลาย ทำให้สมองไม่สามารถสั่งการได้ตามปกติ การทำงานของสมองด้านความจำลดลง อาจนำไปสู่อาการบกพร่องทางปัญญา หรือภาวะสมองเสื่อมได้ ระดับสติปัญญา หรือ IQ ของเด็กที่ชกมวยน้อยกว่าของเด็กทั่วไป

นอกจากจะพบว่า ระดับสติปัญญายังลดลงอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาในการชกแล้ว จากการบาดเจ็บของสมองนักมวยเด็กยังส่งผลต่อการศึกษาและการดำรงชีพ

ผู้ใหญ่ในวงการมวยทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ปัจจุบันมวยไทยที่ชกกันอยู่บนเวทีมวยทั่วประเทศนั้น ไม่ใช่กีฬาหรือศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติแล้ว แต่เป็นธุรกิจการพนันเต็มรูปแบบ สนามมวยทั้งเวทีราชดำเนิน ลุมพินี รังสิต อ้อมน้อย ถ้าไม่นับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว มีแต่เซียนพนันที่เข้าไปชม

มวยตู้ที่ถ่ายทอดสดทางทีวีซึ่งมีอยู่แทบทุกช่อง เป็นการขยายบ่อนพนันมวยในเวทีมวยออกไปสู่ผู้ชมตามบ้าน มีเซียนพนันคอยส่งสัญญาณอัตราต่อรองผ่านกล้องถ่ายทอดสด

เวทีมวยในต่างจังหวัดซึ่งเป็นเวทีชั่วคราวจัดขึ้นตามงานวัด งานประเพณีท้องถิ่นก็ไม่ต่างกันคือ มีขึ้นเพื่อการพนันมวยเป็นวัตถุประสงค์หลัก นักมวยเด็กๆ อายุ น้อยๆ คือ วัตถุดิบราคาถูก ที่ถูกป้อนเข้าสู่ตลาดการพนันนี้

เมื่อต้นปี 2558 สามารถ พยัคฆ์อรุณ สุดยอดมวยไทยยุคก่อน พ.ศ. 2530 เจ้าของเข็มขัดแชมป์มวยไทยลุมพินี 4 เส้น และแชมป์โลกมวยสากลอาชีพรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท สภามวยโลก โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วจารณ์ความตกต่ำของวงการมวยไทยตั้งแต่รูปแบบการชกบนเวทีที่ไร้ซึ่งศิลปะ ระบบการตัดสินอันผิดเพี้ยน และใบสั่งของเซียนมวย

“ปัญหาแท้จริงอยู่ที่เซียนมวยในสนามมวยเรียกพวกนี้ว่า ขาใหญ่ ราคาต่อรองจะขึ้นอยู่กับพวกนี้ ลองให้ราคานักมวยตัวไหนเป็นต่อ อีกฝั่งก็ยากจะชนะแล้ว เพราะกรรมการตัดสินตามราคาของเซียนมวย...

สมัยก่อน การกอดปล้ำเหวี่ยงล้มไม่มีคะแนน แต่นี่เตะต่อยแทบตายมาโดนเหวี่ยงล้มทีเดียว แพ้เลยก็เลยงงกับการให้คะแนนของกรรมการว่าให้คะแนนกันที่ลูกแข็งแรงอย่างเดียวเลยหรือ มันเหมือนกับเราดูมวยไม่เป็นแล้ว งั้นก็อย่าดูมันเลย...

ผมเชื่อว่า ถ้าผู้ใหญ่ไม่ทำอะไรสักอย่าง อีกไม่เกินสิบปี คนดูมวยในสนามอาจมีไม่ถึงร้อยคน เวทีมวยจะเป็นเวทีร้างถ้ายังตัดสินกันแบบนี้ ...........”

นี่คือส่วนหนึ่งของความเห็นของเขาต่อมวยไทย ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังจากข้อความในเฟซบุ๊กถูกแพร่ออกไป

ข้ออ้างของผู้ใหญ่ในวงการมวยที่ว่า การห้ามเด็กอายุ 12 ปีขึ้นชกมวย จะทำให้มวยไทยไม่พัฒนา จึงเป็นเรื่องโกหก เพราะยอดมวยไทยอย่างสามารถเอง มองปัญหาความตกต่ำของมวยไทยว่า เกิดจากอะไร

เด็กชายอนุชา หรือ เพชรมงคล ส.วิไลทอง ชกมวยมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ชกมาแล้ว 170 ครั้ง เพราะต้องหารายได้เลี้ยงตัวเอง ถ้าเขาไม่ตายเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เขาก็จะต้องตายไม่วันใดวันหนึ่ง เพราะเลือดคั่งในสมอง ถ้าไม่ตาย สถิติการชกที่โชกโชนขนาดนั้น ในวัยที่ร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโต เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ชีวิตของเขาคงไม่ปกติเหมือนชีวิตหลังชกมวยของยอดมวยไทยในอดีตหลายๆ คน

ความตายของอนุชา จะช่วยปลดปล่อยมวยเด็กอีกเกือบแสนคน ที่กำลังถูกกวาดต้อนเข้าสู่ตลาดการพนันให้พ้นจากความเจ็บปวด และเสี่ยงต่อความบาดเจ็บทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ ถ้าร่าง พ.ร.บ.มวย ที่ห้ามเด็กอายุไม่ถึง 12 ปีเด็ดขาด มีผลบังคับใช้

อยู่ที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาล และ สนช.จะมองว่า พวกเขาเป็นเด็ก หรือมองว่า พวกเขาเป็นนักมวย


กำลังโหลดความคิดเห็น...