xs
xsm
sm
md
lg

"โอ๊ค"ลุยการเมือง-กปปส.ปราจีนฯคืนนกหวีด"เทือก"-"บิ๊กตู่"ลั่นใช้ความดีเข้าสู้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - "โอ๊ค พานทองแท้" ขึ้นศาล ปฏิเสธคดีฟอกเงิน 10 ล้านปล่อยกู้กรุงไทย ศาลนัดตรวจหลักฐาน 25 มิ.ย. 62 ลั่นพร้อมเข้าสู่การเมืองตั้งแต่เกิดเป็นลูกทักษิณ ขณะที่ไทยรักษาชาติ (ทษช.) เป็นพรรคการเมืองแล้ว ตั้งแต่ 7 ต.ค. เตรียมประชุมเลือกหัวหน้า-กก.บห.ใหม่ 7 พ.ย.นี้ เล็งให้"ลูกเจ๊เบียบ"นั่งหัวหน้าพรรค "ลูกยุทธ ตู้เย็น" เป็นเลขาฯ "ลูกพายัพ" เป็นกก.บห. ด้าน "กปปส.ปราจีนฯ" ดักรอคืนนกหวีดให้ "ลุงกำนัน" ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กด้วยความสะใจ "บิ๊กตู่" เดินหน้าการเมือง ประกาศใช้ความดีเข้าสู้ ไม่ใช้วิธีหน้าด้านหน้าทน

วานนี้ (5 พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดสอบคำให้การจำเลยคดีดำที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพานทองแท้ หรือ โอ๊ค ชินวัตร บุตรชายคนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยในความผิด ฐานร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันสมคบกันฟอกเงิน จากกรณีการทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร เป็นเช็ค 1 ฉบับ จำนวนเงิน 10 ล้านบาท

นายพานทองแท้ เดินทางไปศาล พร้อมผู้ติดตามและมีคนในครอบครัวมาให้กำลังใจ เช่นคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา, น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวทั้งสอง รวมทั้ง เเกนนำพรรคเพื่อไทย อีกจำนวนหนึ่ง

ศาลอ่านคำฟ้องโดยสรุปให้จำเลยฟัง ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ อ้างเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่ได้ร่วมลงทุนกับเพื่อน และจะขอส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง โดยศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานคดี พร้อมทั้งสอบถามบัญชีพยานเอกสารโดยฝ่ายโจทก์ และจำเลย ยื่นบัญชีเอกสารฝ่ายละ 8 แฟ้มเช่นกัน

ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ในวันที่ 14 ธ.ค.61 พร้อมกำหนดให้คู่ความ ยื่นตรวจบัญชีพยานเอกสารต่อเจ้าพนักงานคดี และให้กำหนดประเด็นและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่สามารถรับกันได้ระหว่างคู่ความ พร้อมแนบเหตุผลเเละข้อโต้แย้ง รายงานให้ศาลทราบ โดยกำหนดวันตรวจพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นในวันที่ 22 ม.ค.62 , 26 ก.พ.62 , 20 มี.ค.62 และ 29 เม.ย.62 โดยกำชับให้คู่ความทำตามข้อกำหนดของศาล หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามข้อกำหนด ก็ให้ถือว่าไม่ติดใจ ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานตามที่เสนอ

นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ม.ค. ศาลจะมีคำสั่งกรณีการรวมพิจารณาคดีนี้ กับคดีหมายเลขดำ ที่ อท.214/2561 ที่พนักงานงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ซึ่งคดีมีมูลเหตุเดียวกันในคดีนี้ ที่เป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค จำนวน 10 ล้านบาท ให้นายพานทองแท้ด้วย พร้อมกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 25 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น.

นายพานทองแท้ กล่าวภายหลังออกจากห้องพิจารณาคดีว่า ได้ให้การปฏิเสธ แต่ยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียด ส่วนเรื่องการเข้ามาทำงานการเมืองนั้น มีความพร้อมตั้งแต่เกิดเป็นลูกของทักษิณ ชินวัตรแล้ว พร้อมสนับสนุนพรรคการเมือง ที่เป็นรูปแบบประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ส่วนเรื่องที่ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะแยกตัวไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ส่วนคนที่จะสืบทอดอำนาจนั้น ตนไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่า พรรคการเมืองแรกที่สนใจจะไปทำงานด้วย คือ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ใช่หรือไม่ นายพานทองแท้ กล่าวว่า ลงลึกในรายละเอียดไป ยังพูดอะไรไม่ได้

** ทษช.ประชุมใหญ่ 7พ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า กรณี พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในพรรคสาขา ของพรรคเพื่อไทย จะมีการประชุมเปิดตัวในวันที่ 7 พ.ย.นั้น พบว่า เป็นพรรคการเมืองที่ถูกเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคไทยรวมพลัง โดยมีการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค จัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง และนโยบายของพรรค แจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกพรรค รวมทั้งมีมติให้เปลี่ยนชื่อจาก พรรคไทยรวมพลัง เป็น พรรคไทยรักษาชาติ ไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 61 ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ กำหนดให้ เมื่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคเห็นชอบ ก็ให้ถือว่ามีผลทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ และแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อประกาศการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น จึงถือว่าพรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคการเมืองแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.61 สามารถดำเนินกิจการพรรคการเมืองได้ทันที ไม่ต้องรอการอนุมัติจากนายทะเบียนพรรคการเมืองเหมือนเช่นการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่

โดยขณะนี้ทางพรรคไทยรักษาชาติ ได้มีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมายังนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 16 ต.ค. รวมทั้งแจ้งว่านายกมล วิจิตรโสภา นายทะเบียนสมาชิกพรรค ที่ทำหน้าที่แทนหัวหน้าพรรค ได้แจ้งขอลาออกจากการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งพรรคแจ้งขออนุญาต เพื่อจัดประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 7 พ.ย.นี้

ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และ อดีตรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึง การเปิดตัวพรรค ทษช. ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ว่า ตนจะไปร่วมงานในฐานะสมาชิกพรรค ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แพร่ และอาจทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรค แต่จะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค

"การย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ความแตกแยก หรือไม่พอใจแกนนำพรรคบางคน อาจเป็นเรื่องของแนวคิดทางด้านนโยบายของแต่ละคน และหลายๆ สาเหตุ ทำให้เราต้องช่วยกันคนละฝั่ง ซึ่งหลังวันที่ 7 พ.ย.นี้ จะทยอยเปิดตัวคนอื่นๆ ที่ตัดสินใจมาร่วมสังกัดใหม่ และภายในเดือน พ.ย.นี้ จะประกาศผู้สมัครลงรับเลือกตั้งทั้งหมด" นายวรวัจน์ กล่าว

** "ลูกเจ๊เบียบ"นั่งหน.-"ลูกยุทธตู้เย็น" เลขาฯ

สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาขับพรรค ทษช.นั้น มีรายงานว่า ผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคือ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ทายาทของนายเสริมศักดิ์ และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ส่วนเลขาธิการพรรค จะเป็น นายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงรายยูไนเต็ด บุตรชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เนื่องจาก นายมิตติ มีผลงานการบริหารทีมฟุตบอล จนประสบความสำเร็จ ขณะที่คนรุ่นใหม่ในตระกูลชินวัตร อย่าง นายฤภพ ชินวัตร หรือไนท์ บุตรชาย นายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ที่จบปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค

อย่างไรก็ตาม อาจต้องรอการตัดสินใจของ นายพานทองแท้ ที่อดีตส.ส.หลายคน โดยเฉพาะในภาคอีสาน ต้องการให้คนตระกูลชินวัตร เป็นผู้นำพรรค มากกว่า และหากนายพานทองแท้ ตัดสินใจที่จะมาดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ทษช. ก็อาจจะให้ นายฤภพ เป็นหัวหน้าพรรคก็ได้

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่าจะมีแกนนำระดับ อดีตรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ลาออกจากพรรค เพื่อไปสมัครสมาชิกพรรคทษช. อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง , นายนพดล ปัทมะ , นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นต้น ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มนี้ ไม่สามารถทำงานภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ได้

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ยอมรับว่ามีคนของพรรคพท. ไปสังกัดพรรคทษช. บ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรธน.ฉบับนี้ ทำให้คนต้องคิด ต้องตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรให้สามารถทำงานแบบที่ตัวเองคิดให้ประชาชนได้ ก็ต้องหาที่ทาง ที่อยู่เพราะรธน.จำกัด จึงทำให้ไม่มีอะไรง่ายเหมือนเดิม

สำหรับตนเอง ที่เคยมีข่าวว่า มีความขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์นั้น การพูดคุยภายในพรรค อาจจะมีความเห็นต่าง เห็นตรงกันบ้าง หรือถกเถียงกันบ้าน เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนกระแสข่าวว่า นายพานทองแท้ จะไปอยู่พรรคทษช. นั้น ได้ข่าวว่านายพานทองแท้ ยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็มีความเป็นไปได้

** กปปส.ปราจีนฯ คืนนกหวีด"ลุงกำนัน"

วานนี้ (5 พ.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 32 วินาที โดยในคลิปเผยให้เห็นชายถือนกหวีด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม กปปส. กำลังยืนดักรอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมด้วยคณะ ที่ลงพื้นที่ เดินคารวะแผ่นดิน ที่ จ.ปราจีนบุรี โดยชายดังกล่าว ได้ยื่นนกหวีดให้กับนายสุเทพ พร้อมพูดคุยกับนายสุเทพ ก่อนจะแยกย้ายจากไป โดยไม่มีการกระทบกระทั่งกันแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊ก ผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าว ได้ระบุข้อความว่า

"เอานกหวีดมึงคืนไป ไอ้สาสเทือก ที่นี่ปราจีนบุรี ใครจะโง่เชื่อมึงอีก บ้านเมืองพังเพราะมึงมาเยอะแล้ว 5555555"

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอดังกล่าว หลังถูกเผยแพร่บนโลกโซเชียล มีผู้รับชมถึง 1 แสนกว่าครั้ง ยอดแชร์ถึง 2,000 กว่าครั้ง

** "บิ๊กตู่"เปิดอุโมงค์แยกรัชโยธิน

เมื่อเวลา 08.30 น. วานนี้ (5พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ไปเป็นประธาน พิธีเปิดอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เข้าร่วมพิธีด้วย

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำอุโมงค์ ถือเป็นความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ โดยทั้งหมดอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มีเป้าหมายหลัก ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะการคมนาคม ขนส่ง เป็นสิ่งสำคัญ และคนไทยต้องรู้ว่า ในอนาคต 10 ปีข้างหน้า บ้านเมือง และการแก้ไขปัญหาการจราจรแต่ละปี จะเป็นอย่างไร และใช้งบประมาณเท่าไร ซึ่งโครงการนี้โชคดีที่สามารถเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนเวลาถึง 3 เดือน จึงขอขอบคุณทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาจราจรครั้งนี้ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ใต้) ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ว่าจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งแต่เดิมจะให้บริการฟรี 3 เดือน แต่จะเพิ่มให้อีก 1 เดือนรวมเป็นบริการฟรี 4 เดือน

**แจกงบ"ไทยนิยม"ไม่ได้หาเสียง

ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำประชาคมวิจัยทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย จำนวน 500 คน เข้าพบนายกฯ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับ นักวิจัยด้าน Bio-Circular-Green (BCG)Economy เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนทุกประเด็น แต่หลายคนใช้ความคุ้นเคยในการประกอบอาชีพ พอรัฐบาลเข้มงวดใช้กฎหมาย รายได้น้อยลง นี่คือปัญหาสำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้ อย่าไปคิดว่า ประชาธิปไตยไทยยังไม่พร้อม ซึ่งมันไม่เกี่ยว รัฐบาลได้เดินหน้าไปแล้ว อยู่ที่ว่าจะทำความเข้าใจกันอย่างไร

นายกฯ ยังกล่าวถึง โครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า หลายคนบอกไม่เกิดประโยชน์ ใช้งบ 2 แสน ต่อหมู่บ้าน ตนไม่ได้รับรองว่าผิด หรือถูก แต่ตนพูดในหลักการว่า เรานำลงทุกหมู่บ้าน เอาคนไปทำประชาคมหมู่บ้าน ให้เขาเลือกจะทำอะไรกับเงิน 2 แสน ส่วนใหญ่เอาไปซ่อมถนน ถามว่าจะทำอย่างอื่นหรือไม่ ก็ไม่เอา นี่คือหลักคิดหลักประชาธิปไตย เป็นอย่างนี้ต้องเอาตามเสียงส่วนใหญ่ ฉะนั้น อย่ามาบอกว่า งบไทยนิยมไม่เกิดประโยชน์ เป็นการเอาไปหาเสียง ซึ่งมันไม่ใช่ ขอให้ลงไปคุยกับชาวบ้านดูว่าเขาต้องการอะไร แล้วทำวิจัย เพื่อช่วยในสิ่งที่เป็นไปได้ และทำความเข้าใจ รวมทั้งเรื่องการสร้างโรงขยะ ที่กำลังถูกต่อต้านด้วย

**ใช้ความดีเข้าสู้ ไม่หน้าด้านหน้าทน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันในการแก้ไขปัญหา อย่างเรื่องการเสียภาษีต่างๆไม่ใช่พอรัฐบาลเสนอแนะอะไรออกมาก็ต่อต้าน หรือมองว่ารัฐบาลตูดขาด ยืนยันว่า ไม่มีตูดขาด เงินในกองทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก เราไม่ได้นำมาใช้เลย มีมูลค่ามากกว่าหนี้สาธารณะระยะสั้น 3.5 เท่า เรียกว่ามีฐานะมั่นคง แข็งแกร่ง คนที่ออกมาพูดว่าเรามีคนจนมากขึ้นทุกปีนั้น โกหกทั้งสิ้น ยืนยันว่า คนจนไม่ได้มากขึ้น แต่สาเหตุมาจากปีแรกให้ขึ้นทะเบียนคนจน ก็ไม่ยอมขึ้น เนื่องจากต้องการรักษาความลับส่วนตัว กลัวถูกหาว่าจน แต่พอมีเรื่องเงินเข้ามา ก็เพิ่มขึ้นทุกปี จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ถ้ารัฐบาลเปิดโครงการอีก ก็มีเข้ามาอีก

" แต่ก่อนผมก็หงุดหงิดกับเรื่องนี้ เรื่องโน้น ผมเป็นทหาร ถูกด่ามากๆ ก็โมโห ทหารมันด่ากันไม่ได้ แต่ผมก็ต้องปรับตัว เพราะเขาบอกว่า เป็นนักการเมือง ต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ไม่จำเป็นต้องหน้าด้านหน้าทน แต่ผมเอาความดี เข้ามาสู้ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง กำหนดวันนัดพบพรรคการเมือง พูดคุยก่อนปลดล็อกว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ออกมาเมื่อไร ก็เมื่อนั้น

เมื่อถามว่า ที่นายกฯระบุว่า จะเอาความดีเข้าสู้ในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ความดีไง ไม่รู้จักความดีหรือ ถ้ารู้จัก ก็ไม่ต้องถาม ผมก็ทนของผม แต่ก็มีขีดจำกัด


กำลังโหลดความคิดเห็น...