xs
xsm
sm
md
lg

จี้'บิ๊กตู่'ทบทวนสร้างสุวรรณภูมิ2-งบ4หมื่นล.ไม่แก้ปัญหาแออัด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - สภาวิศวกร ยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” จี้ทบทวนก่อสร้างเทอร์มินอล 2 สนามบินสุวรรณภูมิ ชี้ไม่อยู่ในผังแม่บท เสี่ยงกระทบความน่าเชื่อถือ-เศรษฐกิจประเทศเสียหาย ด้านอดีตผู้ว่าฯ กทม. "สามารถ" พบส่อพิรุธละลายเงิน 4 หมื่นล้าน แต่ไม่แก้ปัญหาแออัด แนะยึดแผนแม่บทขยายอาคารฝั่งตะวันตก-ออก สามารถรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน ประหยัดงบกว่า 3 หมื่นล้าน

วานนี้ (10 ต.ค.) ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล สภาวิศวกร นำโดย นายไกร ตั้งสง่า อุปนายกสภาวิศวกร เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีการดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (TER2)ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งแตกต่างจากผังแม่บท หรือ Master Plan ที่ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2533

นายไกร ระบุว่า ผังแม่บทในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเป็นการพัฒนาที่แบ่งระยะเวลาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารตามที่กำหนดไว้ การดำเนินการใดๆ ที่แตกต่างหรือนอกเหนือจากผังแม่บท จึงควรมีการศึกษาถึงผลกระทบและควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

นายไกร กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2557 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้เพิ่มการก่อสร้างอาคารเทอร์มินอล 2 บริเวณทิศตะวันออกติดอาคารผู้โดยสารเดิม ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่อาคารดังกล่าวไม่ได้อยู่ในผังแม่บทตั้งแต่แรก จึงอาจสร้างปัญหา เช่น โครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยาน ระบบคมนาคมทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดการ และเกิดการลดระดับในการให้บริการ และความน่าเชื่อถือในการเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางอากาศยานในภูมิภาค รวมถึงอาจเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การขนส่ง และระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“ประเด็นสำคัญที่คัดค้าน คือ การก่อสร้างเทอร์มินอลผิดตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ จะต้องรับฟัง เพราะเราเป็นองค์กรวิชาชีพ และมีความเป็นห่วงประเทศ แม้มาสเตอร์แพลนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่ของใหม่ต้องดีกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องการให้ยกเลิกก่อสร้างเทอร์มินอล 2 และกลับไปดำเนินการตามมาสเตอร์แพลน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร เราพร้อมเคารพการตัดสินใจ” นายไกร กล่าว

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความไม่ชอบมาพากล และงบลงทุนสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความแออัดภายในสนามบินได้ รวมทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียชื่อเสียงในฐานะเกทเวย์ของภูมิภาคอีกด้วย เนื่องจากหลักการขยายสนามบินนั้นต้องขยายพื้นที่ในเขตการบิน (Airside)และการขยายพื้นที่นอกเขตการบิน(Landside)

ขณะที่การก่อสร้าง TER2 ในจุดดังกล่าวนั้น ไม่มีการเพิ่มพื้นที่ Airside เพราะเป็นการใช้หลุมจอดเดิมที่มีอยู่แล้ว 14 หลุมจอด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 30 ล้านคนต่อปีตามที่ ทอท. กล่าวอ้าง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านในการก่อสร้างอาคารใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน เพียงแค่เลือกใช้แนวทางขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ซึ่งจะสามารถรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปีโดยใช้เม็ดเงินเพียงแค่ 8,000-10,000 ล้านบาท และเป็นไปตามแผนแม่บท

ส่วนอาคารหลังที่ 2 นั้นให้ไปก่อสร้างฝั่งถนนบางนา-ตราด เพื่อแยกประเภทผู้โดยสารออกจากกันและแบ่งเบาปริมาณจราจรในเส้นทางเข้าสนามบินปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อม TER1 และ TER2 ด้วย APM ใต้ดินอยู่แล้วอีกด้วย อย่างไรก็ตามตนมองว่าสนามบินสุวรรณภูมิไม่จำเป็นต้องมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 150 ล้านคนต่อปีตามแผนแม่บทใหม่ของ ทอท. เนื่องจากรัฐบาลได้เปลี่ยนจากนโยบายสนามบินเดียวเป็นนโยบาย 2 สนามบิน (Dual Airports) และในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นนโยบาย 3 สนามบิน (Triple Airports) ซึ่งประกอบด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา โดยจะมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินด้วย