xs
xsm
sm
md
lg

ตำนานวัวแดง...กับวันสิ้นยุค!!!

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องลอง “ตามไปดู” เรื่องราวของ “ลูกวัวแดง” ตัวหนึ่ง ที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายต่อหลายสำนัก นำมาเสนอเป็นข่าวคราวไปเมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานี่เองว่าได้ถือกำเนิดก่อเกิดขึ้นมาในประเทศอิสราเอล เมื่อช่วงวันที่ 17 แห่งศักราช Elull หรือตรงกับวันที่ 28 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2018 ตามปฏิทินปัจจุบัน กันดูซักหน่อย เพราะมันออกจะเป็นอะไรที่สอดคล้อง เชื่อมโยงไปกับสีสันบรรยากาศ ขณะที่ “กลิ่นเลือด”กำลังฉุนกึกกันในระดับทั่วทั้งโลกอยู่ ณ ขณะนี้...

คือเรื่องของ “ลูกวัว” ตัวหนึ่ง...ถ้าหากเป็นวัวแบบธรรมดาๆ มันคงไม่ถึงกับต้องหยิบมานำเสนอเป็นข่าวระดับชาติ ระดับโลกอะไรมากมายนัก ถึงจะเป็นวัวแบบมีลักษณะพิเศษ ผิดแผกแตกต่างไปจากวัวปกติธรรมดา ประเภทมี 3 ขา 8 ขา มีหน้าเป็นหมู เป็นคน เป็นสัตว์ประหลาด ฯลฯ อะไรทำนองนี้ อย่างมาก...ก็อาจเป็นได้แค่ “ข่าวชาวบ้าน” หรือข่าวที่มักถูกนำมาตีพิมพ์ในหนังสือ “แทบลอยด์” ประเภทออกไปทางหวือๆ หวาๆ แบบหนังสือแปลก หนังสือพิสดารทั้งหลาย ยิ่งถ้าหากมาเกิดในประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ก็อาจเป็นที่สนใจของพวก “นักเล่นหวย” แค่ไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่รายเท่านั้น แต่สำหรับ “วัวแดง” ที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาในประเทศอิสราเอลรายนี้ เหตุที่มันสามารถสร้างความฮือฮา ความสนอกสนใจใน “ระดับโลก” ขึ้นมาได้ มันคงต้องมีเบื้องหลัง เบื้องหน้า ที่ควรต้องไปศึกษาหาความรู้ติดปลายนวมเอาไว้ซักหน่อย...

สำหรับ “วัวแดง” ที่เรียกๆ กันว่า “Red Heifer” หรือวัวแดงที่ต้องเป็นวัวตัวเมียเท่านั้น...ถ้าว่ากันตาม “ความเชื่อ” ของพวกชาวยิวที่นับถือศาสนายูดาห์ เขาถือว่าเป็นวัวที่ถูกนำมาใช้ในการเซ่นสังเวย ขณะที่มีการก่อสร้าง “วิหารแห่งพระเจ้า” ของชาวอิสราเอลขึ้นมาบน “ภูเขาโมริยาห์” (Mount Moriah) เป็นครั้งแรก หรือตั้งแต่ยุค “พระเจ้าโซโลมอน” โน่นเลย เป็นวัวที่มีขนสีแดงไปตลอดทั่วทั้งตัว ไม่มีขนสีอื่นๆ โผล่ขึ้นมาแซมเอาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ลูกตาก็ออกไปทางแดงๆ ไม่ได้ดำขลับแบบวัวทั่วๆ ไป วัวชนิดนี้นี่แหละ ที่พวกพระชาวยิวเขาเอามาเชือดแล้วเผา แล้วบดเนื้อ หนัง กระดูก ให้กลายเป็น “ขี้เถ้า” เอาไว้ผสมกับน้ำจากสระ Siloam จนกลายเป็นคล้ายๆ “น้ำมนต์” หรือน้ำที่สามารถก่อให้เกิดความบริสุทธิ์ผุดผ่อง (water of separation) สำหรับใครก็ตามผู้ที่ได้รับความกรุณา ความพึงพอใจจากพระผู้เป็นเจ้า หรือออกไปทางคล้ายๆ ประเภทหนังควายที่ลูกตายในท้อง ที่ถูกเอามาบดผสมกับตะปูจากโลงศพ 7 ป่าช้า ว่านดอกไม้เงินดอกไม้ทองตัวผู้-ตัวเมีย ผงพรายกุมาร ฯลฯ เพื่อให้เกิดน้ำมันพง น้ำมันพราย เกิดฤทธิ์ เกิดคุณไสย แบบบ้านเรา อะไรทำนองนั้น...

“ขี้เถ้า” ที่เกิดจากวัวประเภทนี้ เขาจึงต้องเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี จนสามารถนำมาใช้ระหว่างการ “ประกอบพิธีกรรม” เพื่อก่อสร้าง “วิหารแห่งพระเจ้า” ขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากวิหารแห่งแรกถูกพวกบาบิโลนเผาพังพินาศลงไปแล้ว และเมื่อวิหารพระเจ้าแห่งที่ 2 ดันถูกเผาให้พังพินาศลงไปอีกในยุคโรมัน เมื่อเกือบ 2,000 ปีที่แล้ว ดังนั้น...ถ้าคิดจะสร้างวิหารพระเจ้าแห่งที่ 3 ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องไปตามหา “วัวแดง” ประเภทนี้ เอามาเชือด เอามาเผาให้กลายเป็นขี้เถ้า ถึงจะสามารถประกอบพิธีกรรมในการสถาปนาวิหารแห่งที่ 3 ของพระเจ้า ขึ้นมาได้อย่างถูกต้องตาม “ความเชื่อ” หรือตามรายละเอียดทางพิธีกรรม ทางประเพณี...

แต่วัวที่มีสเป็ก มีคุณลักษณะตรงตามรายละเอียดที่ว่านี้แบบเป๊ะๆๆ...ก็ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ เพราะเท่าที่เคยมีอยู่ ก็สูญพันธุ์ไปจากดินแดนอิสราเอลเกือบประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว บรรดาพวกชาวยิวที่ไหลมารวมตัวสร้าง “ชาติอิสราเอล” ขึ้นมาใหม่ เมื่อช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เอง และหวังที่จะสร้าง “วิหารพระเจ้าแห่งที่ 3” ขึ้นมาในดินแดนอิสราเอลอีกครั้งให้จงได้ เขาก็เลยก่อตั้งสถาบันที่เรียกๆ กันว่า “The Temple Institute” หรือ “สถาบันพระวิหาร” ระหว่างที่กำลังสร้างชาติอิสราเอลขึ้นมานั่นแหละ เพื่อไม่เพียงแต่ให้ทำหน้าที่ศึกษา ค้นคว้ารายละเอียดของการทำพิธีกรรมในการก่อสร้างพระวิหาร ให้ตรงตามอดีตเท่าที่เคยเป็นมาเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ค้นหา “วัวแดง” ที่มีคุณลักษณะตรงตามสเป็กเอามาใช้ในการประกอบพิธีกรรม อย่างเอาจริง-เอาจังมาโดยตลอด โดยมี “Rabbi Yisrael Ariel” อดีตหน่วยจู่โจมพิเศษของกองทัพอิสราเอล ยุคที่บุกเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มในช่วง “สงคราม 6 วัน” (Six Day War) นั่นเอง เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากอภิมหานักธุรกิจพันล้านชาวยิวในอเมริกา ผู้มีชื่อว่า “Henry Swieca” อดีตผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของบรรษัทการเงินระดับโลกอย่าง “JPMorgan Chase” และปัจจุบันเป็นเจ้าของกองทุนระดับโลก คือกองทุน “Highbridge Capital Management” เป็นผู้ควักเงินช่วยเหลือมาโดยตลอด...

หลายต่อหลายครั้งมาแล้ว...ที่สถาบันแห่งนี้ เคยป่าวประกาศว่าสามารถค้นพบ “วัวแดง” ในลักษณะที่ว่า เช่นในปี ค.ศ. 1996 ที่มีการประกาศว่าค้นพบลูกวัวที่ตั้งชื่อเอาไว้ว่า “เมโลดี้” (Melody) ที่อาจโตพอให้ได้เชือด ได้เผา เอาขี้เถ้ามาทำเป็นน้ำมนต์ อย่างช้าไม่เกินปี ค.ศ. 1999 จนอาจสร้างวิหารพระเจ้าครั้งที่ 3 ได้ในปี ค.ศ. 2000 หรือ 2012 ก็แล้วแต่ อันเป็นช่วงเวลาที่ใครต่อใครเคยเชื่อๆ กันว่า เป็นช่วงที่พระผู้เป็นเจ้าจะส่ง “พระเมสสิยาห์” ลงมายังโลกมนุษย์แบบพอดิบพอดี หรือตรงกับ “วันสิ้นยุค” ตามความเชื่อของชาวคริสต์ ชาวยูดาห์ ไปจนถึงชาวมายาโน่นเลย แต่จะเป็น “โชคดี” หรือ “โชคร้าย” ก็แล้วแต่...ที่ไปๆ-มาๆ วัวเมโลดี้ที่ว่า ดันมี “ขนสีขาว” เป็นกระจุกๆ โผล่ขึ้นมาบริเวณโคนขา กลายเป็นวัวที่ไม่ตรงตามคุณลักษณะ หรือมี “ตำหนิ” (blemish) เรื่องของการคิดจะก่อสร้าง “วิหารแห่งที่ 3” ขึ้นมาใหม่ ที่หนีไม่พ้นต้องรื้อถอนทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของชาวมุสลิม ที่เรียกๆ กันว่า “โดมแห่งศิลา” (The Dome of the Rock) ซึ่งตั้งขึ้นมาทับซ้อนกับวิหารแห่งพระเจ้าของชาวยิว บนภูเขาโมริยาห์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 685-691 โน่นเลย เพื่อรองรับการเสด็จมายังโลกมนุษย์ของพระเมสสิยาห์ อันจะทำให้ “ชาติอิสราเอล” กลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ และทำให้ “พระเจ้าของชาวอิสราเอล”เป็นพระเจ้าองค์เดียวในโลก...ก็เลยมีอันต้องสร่างซาลงไป เพราะ “วัวเมโลดี้” ตัวนี้...ไม่ได้เป็นวัวที่ถูกต้องตามสเป็กนั่นเอง...

แต่เมื่อมาคราวนี้...คราวที่รัสเซียกำลังซ้อมรบใหญ่ ระดับระดมพลนับเป็นแสนๆ เพื่อเตรียมตัวไว้รับมือกับ “สงครามระดับโลก” ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ คราวที่อเมริกากับรัสเซียและอิหร่าน ซีเรีย กำลังเผชิญหน้ากันในสมรภูมิ ซึ่งอาจกลายเป็นสนามรบในระดับ “อารมาเกดโดน” (Armageddon) ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ “วัวแดง” ตัวใหม่ที่สถาบัน “The Temple Institute” ประกาศการค้นพบ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นข่าวใหญ่ ข่าวโต ข่าวระดับชาติหรือระดับโลกไปด้วยประการละฉะนี้ เพราะมันสามารถหยิบเอามาใช้เป็นเงื่อนไข เหตุปัจจัย ให้เกิดการรื้อถอนศาสนสถานของชาวมุสลิมทั่วทั้งโลก เพื่อสร้างวิหารแห่งพระเจ้าของชาวยิวขึ้นมาแทนที่ อันอาจส่งผลให้เกิดการรบราฆ่าฟัน ตามฉากเหตุการณ์ที่พระคัมภีร์ไบเบิล และคัมภีร์โตราห์ ได้ว่าไว้ คือต้องฆ่ากันชนิดพลโลกจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคนเป็นอย่างน้อย หนีไม่พ้นต้องเด๊ดสะมอเร่ อิน เดอะ เท่งทึง ในช่วงวาระที่ “วันสิ้นยุค” หรือ “วันพิพากษา” กำลังจะมาถึง...นั่นแล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...